ss
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซ้อมปั่นกับฮาร์ทเรท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซ้อมปั่นกับฮาร์ทเรท แสดงบทความทั้งหมด

25 มี.ค. 2554

Trainer คืออะไร?

|0 ความคิดเห็น

Trainer คืออะไร?

Trainer คือ อุปกรณ์ในการช่วยฝึกซ้อมจักรยานใช้เพื่อซ้อมได้ทุกเวลา กินเนื้อที่น้อย ให้ความหลากหลายในการฝึกซ้อมได้ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมความแข็งแกร่งเพื่อขึ้น เขาโดยเฉพาะ ซ้อมรอบขาเพื่อให้หัวใจทำงานได้ในระดับที่ต้องการ ซ้อมแบบพาวเวอร์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเหมาะสำหรับผู้มีเวลา ขี่จักรยานจริงน้อย ทำให้ไม่เสียโอกาสในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งตลอดเวลา หากจัดตารางซ้อมที่สม่ำเสมอ นักจักรยานจะสามารถวัดขีดความสามารถได้ เมื่อต้องซ้อมด้วยตารางซ้อมเดียวกันในครั้งต่อๆไป

การฝึกซ้อมด้วยเทรนเนอร์ทัศนคติ ของการฝึกซ้อมจักรยานด้วยเทรนเนอร์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนจากความน่าเบื่อกลายเป็นสิ่งที่ท้าทายและตื่นตัวกับตารางซ้อมใหม่ๆ ที่น่าสนใจ อีกทั้งซีดีแนะนำการฝึกซ้อมของต่างประเทศที่มีให้ตั้งแต่ผู้ที่ต้องการออก กำลังกายให้แข็งแรง จนถึงระดับสูง โดยเน้นทักษะเฉพาะอย่างให้เลือกตามความต้องการ ลองศึกษาเหตุผลต่างๆที่ต้องใช้เทรนเนอร์ และลองสอบถามผู้ที่ใช้เทรนเนอร์อย่างได้ผล แล้วค่อยไปศึกษาชนิดของเทรนเนอร์ที่เหมาะกับการฝึกซ้อมของแต่ละคน

เหตุผลที่ต้องใช้เทรนเนอร์• อยู่ กทม. ถนนอันตรายเกินกว่าจะซ้อมได้เต็มที่โดยไม่ต้องระวังอะไร
• มีจุดอ่อน เช่น ขึ้นเขาไม่ดี หรือไม่สามารถรักษาระดับการขี่ได้นานๆ ขี่ไม่คงเส้นคงวา
• ใช้เวลาน้อยแต่มีประสิทธิภาพในการฝึกซ้อมสูง
• เลือกเวลาซ้อมได้ตามความจำเป็น ไม่เกี่ยวกับการเดินทางหรือเส้นทางที่ฝึกซ้อม
• จัดตารางซ้อมได้ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น จนถึงระดับสูง
• ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล ได้อยู่ใกล้ครอบครัว เพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็ซ้อมได้เต็มที่
• ไม่ต้องง้อเพื่อนที่มักจะเล่นตัวเพราะเราขี่ช้าไม่ทันใจ
• ฝนตก(อีกแล้ว) ฟ้ามืดเร็วหรือสว่างช้าในช่วงฤดูหนาว
• การฝึกซ้อมด้วยเทรนเนอร์คนเดียว ทำให้มีสมาธิ มีความอดทนสูง ทนต่อความกดดันได้ดี

ใครบ้างที่ควรใช้เทรนเนอร์เอาล่ะ คราวนี้คุณลองถามตัวเองซิว่า กำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ใช่หรือไม่ ?
• ชอบขี่จักรยานช่วงสุดสัปดาห์แต่มีเวลาจำกัดสำหรับการซ้อมระหว่างสัปดาห์
• เป็นคนติดบ้าน หรืองานยุ่งจนไม่มีโอกาสออกไปซ้อมขี่จักรยานนอกเมืองได้บ่อยๆ
• มักจะขี่ตามเพื่อนไม่ทันแม้จะขี่ด้วยกันทุกสัปดาห์
• เป็นผู้ที่มีนิวาสสถานอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่ต้องพูดถึงสถานที่ๆจะขี่จักรยานได้ตามใจชอบ(คือไม่มี นั่นเอง)
• นอกจากจะมีเวลาน้อยแล้ว ยังหาเวลาออกนอกเมืองบ่อยๆไม่ได้ (คนที่บ้านถามทุกที เวลาจะออกไปขี่ข้างนอก)
• มักเจออุปสรรคไม่คาดฝัน เช่น ฝนตก รถติด รถเมล์ไม่เป็นมิตร พ่นควันใส่หน้าเรา ตกท่อกทม.
• ผู้ที่มีความกระตือรือล้นอยากขี่จักรยานได้ดีขึ้น ไล่ตามเพื่อนๆทัน และช่วยเพื่อนๆได้บ้าง
• เป็นคนที่ชอบเซอร์ไพรส์ให้เพื่อนๆประหลาดใจ (ไปทำอะไรมา ทำไมเก่งขึ้นผิดหูผิดตา)
• อยู่ต่างจังหวัดในพื้นที่ ที่ไม่มีภูเขา หรืออยู่ชานเมืองที่มีแต่ทางเรียบ อยากเปลี่ยนแนวทางการซ้อมบ้าง
• อยากซ้อมใจจะขาด แต่แถวบ้านไม่มีใครปั่นจักรยานพาซ้อมได้เลย
ไม่ ว่าคุณจะตอบใช่ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อก็ตาม หากคุณปลงใจที่จะให้เทรนเนอร์เป็นตัวช่วยในการแก้ปัญหาเหล่านี้แล้วล่ะก็ คราวหน้าเราจะมาดูกันว่า เทรนเนอร์มีกี่ประเภท และแบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณกันค่ะ


ประเภทของ Trainer

Fluid Trainer (แบบแรงต้านจากของเหลว)เป็น เทรนเนอร์ที่โปรค่อนข้างจะนิยมกันมาก เป็นเทรนเนอร์ที่เงียบมาก เพราะแรงต้านได้จากชุดใบพัดที่อยู่ในกระเปาะที่บรรจุด้วยของเหลวประเภท น้ำมันความหนืดสูง ทำให้แรงต้านของเทรนเนอร์ชนิดนี้เพิ่มขึ้นตามอัตราความเร็วรอบขาที่เราปั่น ยิ่งริบสูงความหนืดยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เทรนเนอร์ชนิดนี้จึงเหมาะที่จะใช้กับตารางการฝึกซ้อมอินเทอวัลที่ค่อนข้าง หนัก เพื่อรักษาระดับอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างสูง

Magnetic Trainer (แบบแรงต้านเหนี่ยวนำแม่เหล็ก)
มี จุดเด่นที่สามารถปรับความหนืดเป็นขั้นๆได้ ทำให้เทรนเนอร์ชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งกับการฝึกขึ้นเขา ฝึกซอยรอบขาสูง ฝึกสปริ๊นท์ หรือแม้กระทั่งฝึกไทม์ไทรอัล สามารถปรับความหนืดได้ตามต้องการหรือความแข็งแรง การปรับความหนือของเทรนเนอร์ Minoura จะใช้วิธีปรับมุมของแม่เหล็กเพื่อให้เปลี่ยนแปลงความเข้มของสนามแม่เหล็ก เป็นระบบแบบง่ายๆหากใช้กับยางหน้าแล้วเสียงจะค่อยมาก ค่ายยุโรปมีการพัฒนาเทรนเนอร์แบบแรงต้านเหนี่ยวนำโดยใช้กระแสไฟฟ้า ด้วยการปรับค่ากระแสไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความเข้มของสนามแม่เหล็ก เทรนเนอร์เหล่านี้มักจะมีอุปกรณ์ช่วยวัดที่สามารถบอกความเร็ว รอบขา กำลังที่ใช้ (watt) รวมถึงการจับเวลา ในขณะที่บางแบรนด์สามารถตั้งโปรแกรมการซ้อมเองได้


Roller Trainer (แบบลูกกลิ้ง)
เทรนเนอร์ แบบลูกกลิ้งสำหรับนักจักรยานที่มีประสบการณ์ใช้งานได้ทั้งเสือหมอบ และเมาเท่าไบค์ ติดตั้งและเก็บง่ายไม่เปลืองที่ ทราบความเร็วด้วยเพราะล้อหน้าหมุนจากแรงสายพาน น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับใช้ในร่ม โดยเฉพาะบริเวณมีที่ยึดจับ เพื่อป้องกันล้ม ใช้ฝึกอินเทอวัลและปั่นเพื่อความฟิตได้เช่นเทรนเนอร์ทั่วไป


อุปกรณ์แนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ Trainer

Sweat Net ผ้าซับเหงื่อ แผ่นรองเหงื่อ ช่วยซับเหงื่อไม่ให้โดนเฟรมระหว่างซ้อม





Mat แผ่นรองเทรนเนอร์ช่วยลดเสียง ให้คุณขี่เทรนเนอร์ได้เงียบและป้องกันพื้นจากรอยขูดขีดและเปื้อนเหงื่อที่ หยดขณะออกกำลังเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการฝึกซ้อม
Gel Block อุปกรณ์หนุนล้อจักรยานเพื่อให้ได้ระดับราบ เมื่อประกอบกับเทรนเนอร์ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังขี่บนถนน

Heart Rate Monitors เครื่องวัดหัวใจ วัดความเร็วและระยะทาง บอกค่าชีพจรทั้งโซนต่ำและสูงพร้อมสัญญาณเตือน ช่วยให้การฝึกซ้อมของคุณเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น
ขอขอบคุณ: http://www.thaipixstories.com/

6 ก.ย. 2553

คำถามถามบ่อยและความเข้าใจอันคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับฮาร์ทเรทมอนิเตอร์ (ตอนที่ 2)

|0 ความคิดเห็น

เรามาต่อกันกับคำถามและปัญหาเกี่ยวกับการใช้ฮาร์ทเรทมอนิเตอร์ครับ

6. ผมต้องการเพียงแค่ค่า HR เฉลี่ย
มีหลายคนที่ใช้ HRM แล้วตั้งคำถามว่า “ผมทราบค่า HR เฉลี่ยระหว่างการฝึกทำอินเตอร์วัล แต่ค่าที่อ่านได้มันรวมค่า HR ทั้งในช่วงวอร์มอัพและคูลดาวน์เข้าไว้ด้วย จะทำยังไงเพื่อให้ได้ค่า HR เฉลี่ยโดยไม่บิดเบือนเพราะมีค่า HR ต่ำ ๆ จากสองช่วงต้นและท้ายเข้ามาปะปนด้วย ?”
คำตอบของก็คือให้คุณสวมนาฬิกาไว้กับข้อมือแต่ติดหน้าปัดของ HRM ไว้กับแฮนด์ ให้ใช้นาฬิกาธรรมดาที่มีฟังก์ชั่นจับเวลาไว้จับเวลาในแต่ละช่วง เริ่มใช้ฟังก์ชั่นจับเวลาบนมอนิเตอร์เมื่อเฉพาะหลังจากการวอร์มอัพเสร็จและก่อนการคูลดาวน์ทุกครั้ง เพราะ HRM จะเริ่มวัดอัตราชีพจรเมื่อนาฬิกาจับเวลาเริ่มเดิน ทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณดูค่าในเวลาแต่ละช่วงได้ โดยแบ่งเป็นส่วน ๆ ทั้งวอร์มอัพ-ออกกำลังและช่วงคูลดาวน์ รวมไปถึงช่วงที่ทำอินเตอร์วัลด้วย

7. จะใช้ HRM วัดพลังงานได้อย่างเดียวกับเครื่องมือวัดพลังงาน หรือเพาเวอร์เอาท์พุทได้ไหมครับ ?
จะเป็นประโยชน์มากถ้าได้รู้ว่าตอนขี่จักรยานไปนั้นใช้พลังงานไปเท่าไร การจะวัดพลังงานดังกล่าวให้ได้คุณต้องมีเครื่องวัดพิเศษ บางครั้งมันจะถูกติดตั้งไว้ที่ดุมหลังจักรยาน เครื่องมือชนิดนี้แพงมาก มีราคาตั้งแต่ 600 ดอลลาร์ไปจนถึง 1,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามเครื่องมือ HRM นี้ถ้ามันถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้กับจักรยาน ซึ่งจะบอกได้ทั้งค่าความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ค่า HR ระยะทางที่ขี่และความเร็ว ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการให้ข้อมูลที่จำเป็น อันเกี่ยวข้องกับการขี่จักรยานของคุณ มันช่วยให้คุณพัฒนาฝีมือตัวเองได้ แม้ว่าจะไม่วัดพลังงานออกมาเป็นวัตต์ก็ตาม มันไม่สามารถวัดพลังงานเป็นวัตต์ได้ ถ้าต้องการแบบนี้จริง ๆ ก็ต้องใช้เครื่องวัดพลังงานโดยเฉพาะ ตามที่กล่าวแล้วข้างต้น

8. ไม่รู้จะเลือก HRM ไว้ใช้อย่างไรดี
คนส่วนใหญ่พบว่าฮาร์ทเรท มอนิเตอร์มีคุณสมบัติครบถ้วนเท่าที่ตอนต้องการ แต่ปัญหาคือเมื่อใดที่คุณซื้อมันใช้งานเป็นครั้งแรกในชีวิต คุณอาจไม่รู้ว่าพวกฟังก์ชั่นต่าง ๆ นั้นมันมีไว้เพื่ออะไร พวกเราส่วนใหญ่อยากจะใช้มอนิเตอร์เป็นเหมือนนาฬิกาข้อมือ ปัจจุบันนี้ผู้ผลิตต่าง ๆ ก็ลดขนาดของมันลงให้เล็กจนสามารถสวมใส่ติดตัวไปได้ทุกวัน รวมทั้งทำให้สวยพอจะเป็นเครื่องประดับได้อย่างไม่เก้อเขิน วิธีเลือกที่ดีที่สุดก็คือการขอคู่มือการใช้งานจากร้านค้าอ่านเสียก่อน เพื่อให้ทราบวิธีการทำงานของมัน เพื่อให้เข้าใจว่าฟังก์ชั่นต่าง ๆ นั้นเหมาะสมกับสภาพการใช้งานที่คุณต้องการหรือไม่ จำไว้อย่างหนึ่งว่าบางฟังก์ชั่นที่ไม่จำเป็นก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ การเลือกใช้ HRM ที่มีฟังก์ชั่นจำเป็นต่อการใช้งานนั้นจะประหยัดเงินกว่าการซื้อของดี ๆ ซับซ้อนกว่ามาใช้ แต่ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

9. พบว่าค่าตัวเลขที่แสดงนั้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมามากภายในหนึ่งวัน
HRM ของคุณคือสิ่งที่บ่งบอกถึงสภาพทางร่างกายและความกดดันทางอารมณ์ได้ในชั่วขณะหนึ่ง ถ้ามันทำงานได้เป็นปกติแต่มีความเปลี่ยนแปลงมาก นั่นย่อมหมายความว่าตัวคุณเองตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้ดีในแต่ละวัน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใน HR นั้นมีอยู่หลายอย่าง เช่นการใช้ยา ความเครียดทางอารมณ์ นอนน้อย พักผ่อนน้อย การได้อยู่ในสถานที่ซึ่งภูมิอากาศแตกต่างไปจากเดิม การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนอนหรืออยู่ในที่ซึ่งสูง – ต่ำ ต่างจากที่เคยเป็นอยู่ ทั้งหมดนี้ก็ทำให้ค่า HR เปลี่ยนแปลงได้

10. ผมดาวน์โหลดข้อมูลจากตัวมอนิเตอร์เข้าคอมพิวเตอร์ได้ แต่ก็ไม่เข้าใจถึงความหมายของข้อมูลพวกนั้น
ถ้าคุณมีปัญหาเช่นนี้ ขอบอกได้เลยว่าคุณไม่ได้เจอมันคนเดียว เพราะมีอยู่หลายครั้งทีเดียวที่ซอฟต์แวร์เป็นสิ่งที่ยากจะเข้าใจ พวกวิศวกรชอบสร้างซอฟต์แวร์โดยยึดตามความสามารถของเครื่องจักรที่กระทำได้โดยไม่สนใจล่ะว่าคนใช้เครื่องมือนั้นจะเข้าใจข้อมูลที่มันแสดงหรือเปล่า ทางออกของคุณก็คือถ้าต้องการใช้งานข้อมูลไหน ก็เลือกรับรู้แต่ข้อมูลนั้นไม่ต้องไปสนใจเรื่องอื่น ต่อไปถ้ามีเวลาค่อยมาดูอีกทีก็ยังไหว รับรองได้เลยว่าถ้าคุณมีความพยายามพอ ก็จะเข้าใจการทำงานเกือบทั้งหมดของข้อมูลที่มันแสดงออกบนจอคอมพิวเตอร์
คิดว่าคุณที่ใช้ HRM อยู่แล้วน่าจะเข้าใจเครื่องมือของตัวเองดีขึ้น และใช้งานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนคนที่ยังไม่ได้ใช้ HRM น่าจะเป็นเครื่องมืออีกชนิดที่น่าจะลงทุน การขี่จักรยานของคุณจะสนุกว่าเดิมเมื่อใช้มัน

คำถามถามบ่อยและความเข้าใจอันคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับฮาร์ทเรทมอนิเตอร์ (ตอนที่ 1)

|1 ความคิดเห็น
ฮาร์ทเรทมอนิเตอร์หรือ HRM อาจจะเป็นอุปกรณ์ที่คุ้นเคยสำหรับบางคนหรืออาจเป็นของแปลกที่ไม่เคยคิดว่าจะมีมันอยู่ในโลก แต่เมื่อมันเป็นเครื่องจักรนิดหนึ่งและมีขั้นตอนการใช้ ก็เป็นธรรมดาอยู่ที่มนุษย์จะเข้าใจการทำงานและจุดประสงค์การใช้งานแตกต่างกันไป ทั้งถูกและผิด ต่อไปนี้จะเป็นการรวบรวมปัญหาการใช้งานและไขข้อข้องใจบางประการเกี่ยวกับการใช้ HRM ลองอ่านดูแล้วคุณจะเข้าใจเครื่องมือชนิดนี้มากขึ้น บางทีอาจจะพบด้วยว่าตัวเองก็เคยเจอปัญหาทำนองเดียวกันมาก่อน


คำตอบปัญหาเหล่านี้มาจากคุณ แซลลี่ เอ็ดเวิร์ด และแซลลี่ รีด ผู้เขียนหนังสือ “ฮาร์ทเรทมอนิเตอร์ บุ๊ค ฟอร์ ไซคลิสต์”

1. HRM ของผมคงพังแน่ ๆ เพราะตัวเลขแสดงอัตราชีพจร (HR) ของมันสูงผิดปกติ
เราเคยทราบความคิดเห็นนี้จากคนที่ชอบซ้อมปั่นในย่าน HR สูง ๆ เป็นกลุ่มนักจักรยานที่รู้แต่การอัดลูกบันไดเร่งความเร็วสูง ๆ เอาแต่ลากคนอื่นอยู่หัวขบวน ไม่คุ้นเคยกับการปั่นเพื่อฟื้นสภาพ หรือพูดให้ถนัด ๆ ว่าไม่สนใจจะหย่อนฝีเท้าเลย เอาแต่จะกระทืบลูกบันไดอย่างเดียว ตามปกติก็คือ HRM มันทำงานได้ดีแล้ว เพียงแต่พวกนักจักรยานแรงดีพวกนี้ควรจะรู้จักทั้งการเร่งฝีเท้าและชะลอฝีเท้า เพื่อให้ร่างกายฟื้นสภาพบ้างเท่านั้น ค่า HR ของเขาก็จะไม่สูงเกินไปตามที่เข้าใจผิด คิดว่ามันพังแล้ว

2. ยิ่งผมขี่จักรยานด้วยความเร็วคงที่นาน ๆ ค่า HR ของผมก็ยิ่งสูงขึ้นไม่หยุด
ปรากฎการณ์นี้ถูกเรียกกันวา “คาดิแอก ดริฟต์” หมายความว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณขี่จักรยานท่ามกลางอากาศร้อน ความร้อนจะทำให้สูญเสียน้ำในกายมาก น้ำที่สูญเสียไปมากนี้จะทำให้ปริมาณน้ำในเลือดน้อยลงเช่นกัน ส่งผลให้หัวใจต้องบีบรัดเพื่อสูบฉีดเลือดแรงขึ้น เว้นแต่คุณจะดื่มน้ำเข้าไปทดแทนเพื่อรักษาปริมาณน้ำในเลือดให้คงที่ เมื่อใด ที่คุณรู้สึกดังที่ถามมาก็ต้องย้อนมาพิจารณาตัวเองเสียก่อนว่าดื่มน้ำเข้าไปพอหรือยัง เมื่อหิวน้ำขณะปั่นจักรยานแล้วยังทนหิวอยู่หรือเปล่า ถ้าพบว่าตัวเองไม่ชอบดื่มน้ำทดแทนขณะปั่นจักรยานสาเหตุแห่งหัวใจเต้นแรงจนค่า HR สูงก็มาจากการขาดน้ำนั่นเอง

3. เมื่อผมเริ่มปั่นจักรยาน ค่า HR ของผมพุ่งสูงขึ้นถึง 150 กว่าครั้งต่อนาทีแต่ความรู้สึกของตัวเองบอกว่ามันไม่น่าจะเต้นแรงได้ขนาดนั้น ความรู้สึกของผมถูกต้องหรือไม่
เหตุการณ์เช่นนี้อาจจะตอบได้ยากหน่อย เราเองมักจะขี่จักรยานกับเพื่อน ๆ ที่มีประสบการณ์ทำนองเดียวกับคุณเสมอ ๆ ในเบื้องต้นนี้ถ้าหากยังไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติในด้านใดด้านหนึ่ง อยากให้ลองแก้ปัญหาที่น่าจะเกิดจากตัวแพบรัดหน้าอกก่อน ด้วยการรัดมันให้แน่นกว่าเดิม เพราะถ้าหลวมก็มีโอกาสแสดงตัวเลขเพี้ยนได้มาก หรืออีกอย่างหนึ่งคือการขี่จักรยานใกล้กับคนใช้ HRM เหมือนกันการส่งคลื่นของเขาเข้ามารบกวนเครื่องของคุณอาจทำให้ค่า HR สูงผิดปกติได้ พอปรับสายรัดหน้าอกเสร็จแล้วอยากให้ใจเย็น ๆ รอให้มันปรับสภาพการทำงานให้เข้ากับร่างกายคุณสักสองสามนาที ถ้าใช้แล้วหลาย ๆ ครั้งแม้จะขี่คนเดียวแต่ยังเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่ อาจเป็นไปได้ว่าเกิดความผิดปกติขึ้นแล้วกับ HRM ของคุณ


4. บางครั้ง HRM ของผมก็ไม่แสดงค่า
ตามปกติปัญหานี้น่าจะเกิดจากระยะทางการส่งสัญญาณของ HRM ตามปกติทั้งจอแสดงผลและแถบรัดหน้าอกจะต้องห่างจากกันไม่เกิน 32 นิ้ว เพื่อให้สัญญาณที่ส่งมาแม่นยำชัดเจน พอจะแสดงค่าตัวเลขบนจอได้ ถ้าหากแอโรบาร์กับมอนิเตอร์บนข้อมือของคุณมีระยะไกลเกิน 32 นิ้ว จากหน้าอก มันอาจไกลเกินไปสำหรับการส่งสัญญาณชีพจรมาบนจอภาพ ในเบื้องต้นนี้แก้ไขด้วยการเลื่อนมอนิเตอร์ให้เข้าใกล้จุดส่งสัญญาณคือแถบรัดหน้าอกมากขึ้น สาเหตุที่จอไม่แสดงค่ายังอาจมาจากการมีน้ำเข้าไปทำให้ชอร์ตการทำงานของเครื่อง หรือแถบรัดหน้าอกปิดฝาไม่สนิทตอนที่เปลี่ยนถ่านจนทำให้น้ำซึมเข้าไปก็ได้ ต้องดูที่สองสาเหตุนี้ด้วย

5. ผมไม่สามารถกดปุ่มเพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องได้ รู้สึกว่ามันเป็นเครื่องมือที่ใช้ยาก
ไม่แปลกหรอก เพราะตามปกติพวกเราก็ปวดหัวกันอยู่แล้วเวลาเรียนรู้วิธีการโปรแกรมเจ้า HRM นี้ คำตอบก็คือถ้าคุณรู้สึกว่ามันใช้งานยาก ก็จงหาเวลาให้ได้สักวันเพื่อทุ่มเทอ่านคู่มือและทดลองใช้งานมันให้คล่อง พยายามจำขึ้นตอนที่ปรากฏในคู่มือให้ได้ แนะนำได้เลยว่าสำหรับพวกมอนิเตอร์ราคาแพงและมีระบบการทำงานซับซ้อนนั้น คุณต้องเสียเวลากับการอ่านคู่มือและทดลองใช้งานประมาณ 3 ชั่วโมง เชื่อว่าในเวลาเพียงสามชั่วโมงนี้น่าจะเพียงพอสำหรับการเรียนรู้การใช้ปุ่มฟังก์ชั่นต่าง ๆ แล้วหลังจากนั้นก็พยายามใช้มันบ่อย ๆ ภายใน 2 สัปดาห์คุณน่าจะใช้ HRM ได้คล่องแคล่ว

ยังมีคำถามอีกหลายข้อ โปรดติดตามตอนที่ 2 ครับ

บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง