ss
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bicycle อัพเดท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bicycle อัพเดท แสดงบทความทั้งหมด

29 ม.ค. 2556

หวนอดีตกับจักรยานวินเทจ มูซาร์จไบค์

|0 ความคิดเห็น

หวนอดีตกับจักรยานวินเทจ มูซาร์จไบค์

จักรยานวินเทจ มูซาร์จไบค์

จักรยานมูซาร์จไบค์ เป็นแบรนด์น้องใหม่ในวงการจักรยาน เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา (2011) จากประเทศเนเธอแลนด์ เน้นทำจักรยานในแนวย้อนยุคหรือวินเทจ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากจักรยานในยุคปี 60, 70, 80 ซึ่งจักรยานรูปแบบนี้ในช่วงปีดังกล่าว นอกจาเป็นจักรยานขี่ทั่วไปตามท้องถนน ขี่ขึ้นเขา ขี่ใต่เขา และใช้ขี่ในลักษณะต่างๆ ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง 
จักรยานวินเทจ มูซาร์จไบค์

ซึ่งในปัจจุบันมีจักรยานออกมาหลายประเภทตามแต่จะใช้งาน มูซาร์จไบค์จึงถือเป็นการสร้างจักรยานย้อนยุคขึ้นมาใหม่ โดยคัดสรรเฟรม ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ดีที่สุด มาประกอบเข้าด้วยกัน ขณะนี้วางจำหน่ายแล้ว 4 รุ่นได้แก่ รุ่นบอลล์รูม จักรยานผู้หญิง ด้วยคอนเซ็ปท์ขี่ง่ายใช้ได้ทุกวัน ใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์ให้นึกถึงผู้หญิงในชุดสีแดง รุ่นบับเบิ้ลบี เป็นทรงจักรยานที่นิยมใช้แข่งขันจักรยานประจำปีเนเธอแลนด์ในช่วงปี 80 โดดเด่นสะดุดตาด้วยสีเหลือง พร้อมสัญลักษณ์สเปซ อินเวเดอร์ (เกมส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคปี 80) รุ่นซิลเวอร์ เซิฟเฟอร์ ดิบๆ ด้วยสีอลูมิเนียม รุ่นสไตร์ค โฉบเฉี่ยวทันสมัยในยุคปี 80 ด้วยสีขาวแดง ราคาเฉลีย 56,000 – 82,000 บาท (1,400 – 1,800 ยูโร) นอกจากรุ่นมาตรฐานเหล่านี้แล้ว มูซร์จไบค์ ยังรับประกอบตามใบสั่งซื้อ และบริการโมจักรยานเก่าให้เป็นรถจักรยานวินเทจสุดเท่ห์อีกด้วย
จักรยานวินเทจ มูซาร์จไบค์
จักรยานวินเทจ มูซาร์จไบค์
จักรยานวินเทจ มูซาร์จไบค์

สวยไหมครับเพื่อน ๆ กับจักรยานแนววิทเทจ ย้อนยุคจาก มูชาร์จไบค์ คงถูกใจนักจักรยานแนวอนุรักษ์ไม่น้อยนะครับ...

ที่มา : Moosach Bikes

จักรยานดองกี้ จักรยานเอนกประสงค์บรรทุกได้ทุกแบบ

|0 ความคิดเห็น

จักรยานดองกี้ จักรยานเอนกประสงค์บรรทุกได้ทุกแบบ

จักรยานดองกี้

จักรยานดองกี้ ถูกออกแบบให้มีคานสี่เหลี่ยมที่มีความยาวจากล้อหน้าจรดล้อหลัง คานสี่เหลี่ยมนี้เป็นรูปทรงที่แข็งแรง การวางกลางตัวรถทำให้จักรยานมีความสมดุล สำหรับล้อ..ผู้ออกแบบเลือกใช้ล้อขนาด 20 นิ้ว ซึ่งถือเป็นวงล้อขนาดที่เล็กที่สุดที่สามารถรับน้ำหนักได้ดี 
จักรยานดองกี้

ดังนั้นการออกแบบที่มีคานตรงกลางและล้อไม่ใหญ่เกินไป จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในตัวเมือง โดยเฉพาะการบรรทุกของ ที่ถือเป็นภารกิจหลักของจักรยานดองกี้คันนี้เลย จักรยานดองกี้ออกแบบโดยนักออกแบบอุตสาหกรรม เบน วิลสัน
จักรยานดองกี้
ที่มา : donkybike.com, Ben Wilson

เอซี ชนิทเซอร์ ตามมาแต่งจักรยาน BMW

|0 ความคิดเห็น

ตามมาแต่ง..เอซี ชนิทเซอร์ ตามมาแต่งจักรยาน BMW

จักรยาน
หลายคนคงคุ้นเคยชื่อ เอซี ชนิทเซอร์ (AC Schnitzer) สำนักแต่งรถชื่อดัง เรามักเห็นของแต่งรถยี่ห้อนี้คู่กับ รถเบนซ์ กับ BMW ล่าสุดได้ตามมาแต่งรถจักรยาน ฺBMW โมเดล M Bike Carbon Racer ที่ผู้ออกแบบคิดว่าออกแบบไว้เป็นอย่างดีแล้ว เพราะใช้เฟรม คาร์บอนน้ำหนักเบา รวมถึงอุปกรณ์คุณภาพดีน้ำหนักเบาอื่นๆ ทำให้จักรยานมีน้ำหนักรวมเพียง 7.4 กิโลกรัม แต่เอซี ชนิทเซอร์ เห็นว่ามันน่าจะทำอะไรได้ โดยเฉพาะน้ำหนักน่าจะลงได้อีก จึงได้จับมาแต่งใหม่ โดยได้เปลี่ยนชิ้นส่วนหลายชิ้นให้เป็นคาร์บอน เช่น เปลี่ยนเป็นล้อคาร์บอนของเซ็นทิส (Xentis) หลักอานเปลี่ยนเป็นคาร์บอน เปลี่ยนบันไดน้ำหนักเบา และส่วนประกอบอื่นๆ ทำให้โดยรวมแล้วสามารถลดน้ำหนักลงไปได้อีก 1 กิโลกรัม เป็น 6.9 กิโลกรัม ทำให้จักรยานคันนี้เบาไม่ใช่เล่นเลยครับ
จักรยาน
จักรยาน BMW โมเดล M Bike Carbon Racer สภาพเดิมๆ
เอซี ชนิทเซอร์ ถือว่าการลดน้ำหนักลงได้ประมาณ 12% ของน้ำหนักเดิม และปรับปรุงส่วนประกอบอื่นๆ ถือว่าช่วยให้จักรยานมีการพุ่งตัวที่ดีขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง คาดว่าเอซี ชนิทเซอร์ จะตั้งราคาขายอยู่ที่คันละ 184,500 บาท (6,150 เหรียญ) เพิ่มขึ้นจากราคา BMW โมเดล M Bike Carbon Racer ที่ขายอยู่คันละ 107,370 บาท (3,579 เหรียญ)

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับจักรยานสวย ๆ จาก เอซี ชนิทเซอร์ ชักอยากจะลองเอาจักรยานตัวเองไปแต่งซักคันมั้ยล่ะครับ -_-

ที่มา : Gizmag.com

29 ธ.ค. 2555

การขี่จักรยานช่วยให้เมืองเย็นขึ้น

|0 ความคิดเห็น

นครและเมืองต่างๆครอบคลุมพื้นที่เพียงร้อยละ 2 ของพื้นที่โลกทั้งหมด แต่รับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นตัวการทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน ถึงร้อยละ 70 ตามข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ ขณะนี้มนุษย์เราร้อยละ 59 อาศัยอยู่ในเขตเมือง ในประเทศที่กำลังพัฒนา ร้อยละ 81 ของประชากรเป็นชาวเมือง และตัวเลขเหล่านี้กำลังสูงขึ้นทุกวัน
จักรยาน

ถึงแม้เมืองจะเป็นแหล่งหลักที่ปล่อยก๊าซที่ทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง “เมืองก็ยังเป็นสถานที่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย” โจแอน คลอส ผู้อำนวยการ UN-Habitat กล่าว “เราสามารถที่จะทำให้เมืองร้อนๆของเราเย็นลงได้อีกด้วยการวางแผนเมืองให้ดีขึ้นและการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น”
ประโยชน์ที่ได้นั้นความจริงมากไปกว่าการลดความเสี่ยงที่เกิดจากสภาวะโลก ร้อน เมืองที่ได้รับการออกแบบมาให้ “คน” มากกว่า “รถยนต์” เป็นสถานที่ที่น่าอยู่อาศัยโดยมีระดับมลพิษต่ำ การจราจรติดขัดน้อย มีสวนสาธารณะและพื้นที่สาธารณะอื่นๆมากขึ้น มีโอกาสดีขึ้นที่จะมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีพลเมืองที่มีสุขภาพดีกว่า
การจะทำให้เมืองน่าอยู่มากขึ้นโดยมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ต้องทำหลายอย่าง เช่น การผลิตอาหารเองเพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศมากๆ ปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของอาคาร เพิ่มความหนาแน่นของประชากร ลงทุนในขนส่งมวลชน และลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว
วันนี้ที่กลางวันยาวขึ้นและต้นไม้ผลิดอกบานสะพรั่งทำให้นครแวนคูเวอร์ที่ ผมอาศัยอยู่สว่างไสวขึ้น ใจผมหวนคิดถึงความสุขจากการขี่จักรยาน ถึงแม้ว่าการเอาคนออกจากรถยนต์มาปั่นจักรยานจะไม่ได้แก้ปัญหาภูมิอากาศและ ปัญหามลพิษไปเสียทั้งหมด และการขี่จักรยานไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำได้ แต่ยิ่งคนปั่นจักรยานกันมากเท่าใด เราทุกคนก็จะดีขึ้นเท่านั้น การปั่นจักรยานยังเป็นวิธียอดยี่ยมในการรักษาหุ่นและทำให้การเดินทางรื่นรมย์ และมักจะเร็วกว่าการใช้พาหนะอื่นด้วย
ผมตื่นเต้นเป็นพิเศษที่การประชุมจักรยานนานาชาติ Velo-city Global จะมาจัดที่เมืองแวนคูเวอร์ในระหว่างวันที่ 26-29 มิถุนายน คาดกันว่าจะมีผู้วางแผนจราจร ผู้ผลักดันการใช้จักรยาน สถาปนิก นักการศึกษา นักการเมือง ฯลฯ ราว 1,000 คนจากทั่วโลก “มาแบ่งปันวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างและดูแลรักษาเมืองที่เป็นมิตรกับ จักรยาน ที่ซึ่งมีการให้คุณค่าจักรยานว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางประจำวันและสัน ทนาการ”
กิล เพนาโลซ่า ซึ่งจะเป็นผู้เปิดและปิดการประชุม กล่าวว่าแวนคูเวอร์ทำอะไรมากมายให้การขี่จักรยาน แต่ก็ “ยังไม่ยิ่งใหญ่” เพนาโลซ่า ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของ 8-80 Cities องค์กรไม่แสวงหากำไรแห่งหนึ่งในประเทศคานาดา และอดีตกรรมาธิการสวนสาธารณะ กีฬา และสันทนาการ ของนครโบโกต้า ประเทศโคลอมเบีย เชื่อว่าชาวเมืองในทวีปอเมริกาเหนือสามารถเรียนรู้ได้มากมายจากชาวยุโรปใน เรื่องการกระตุ้นคนให้ขี่จักรยาน
“แม้ในยุโรป โครงสร้างพื้นฐานสำหรับจักรยานก็เพิ่งมาทำกันเอาในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมานี่ เอง และมันมิได้เกิดมาจากอุบัติเหตุด้วย” นายเพนาโลซ่ากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสมาพันธ์นักจักรยานยุโรป (European Cyclists’ Federation) โดยตั้งข้อสังเกตว่า ในนครอัมสเตอร์ดัม โครงสร้างพื้นฐานสำหรับจักรยานและอัตราการใช้จักรยานมาเพิ่มขึ้นก็หลังจากที่ชาวเมืองออกมารณรงค์อย่างแข็งขัน เขายังกล่าวด้วยว่าการวางแผนที่เป็นมิตรกับจักรยานสามารถจะเสริมระบบระบบขนส่งมวลชนที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ขั้นตอนหนึ่งที่ควรทำแต่แรกๆคือการลดความเร็วของการจราจรในท้องถิ่น “มันขัดกันจริงๆ” เพนาโลซ่ากล่าว “คนอยากจำกัดความเร็วของยานพาหนะต่างๆในย่านที่ตนอยู่อาศัยไว้ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่พอไม่ใช่ย่านที่พวกเขาอยู่อาศัย พวกเขากลับอยากไปเร็วๆ”
การลดความเร็วจะช่วยชีวิตคนไว้ได้ด้วย จากข้อมูลของสภาความปลอดภัยการขนส่งยุโรป (European Transport Safety Council) ถ้าคุณถูกรถชนด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณมีโอกาสตายร้อยละ 5 แต่ที่ความเร็ว 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณมีโอกาสรอดเพียงร้อยละ 5
ขั้นตอนต่อไปในการกระตุ้นให้คนออกมาขี่จักรยานกันคือสิ่งที่นครแวนคูเวอร์กำลังจะทำ “คุณต้องมีทางจักรยานที่แยกออกมาต่างหากจากถนน และคุณต้องการมากกว่าทางจักรยานที่แยกจากถนนสักเส้นหนึ่ง คุณต้องการทางจักรยานเช่นนั้นเป็นเครือข่ายเลยทีเดียว” เพนาโลซ่ากล่าว
สมาพันธ์นักจักรยานยุโรปกล่าวว่า การจัดให้มีทางจักรยานที่แยกต่างหากบนถนนสายหลักและถนนที่มีจราจรคับคั่ง อื่นๆ ในเขตเมืองไม่ใช่งานใหญ่อย่างที่หลายคนคาด เนื่องจากทั่วๆไปแล้วถนนเหล่านี้มักจะเป็นเพียงราวร้อยละ 5-10 ของภูมิประเทศเมืองเท่านั้น
ผมหวังว่าการประชุมเวโลซิตี้โลกจะทำให้คนจำนวนมากขึ้นในแวนคูเวอร์และที่ อื่นๆตื่นเต้นกับจักรยาน คนที่ขี่อยู่แล้วรู้ว่าเหตุผลที่ดีที่สุดประการหนึ่งในการที่พวกเขาเลือกขี่จักรยานคือมันสนุก มันดีกับคุณด้วย การขี่จักรยานเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีปัญหาสุขภาพได้หลายด้าน จากโรคอ้วนไปจนถึงโรคหัวใจและโรคเครียด ดังนั้นมันจึงช่วยเศรษฐกิจของชาติด้วยจากการที่รัฐลดค่าใช้จ่ายในการดูแล สุขภาพให้ประชาชนโดยรวม การที่การขี่จักรยานมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ และการที่จักรยานสามารถทำให้เมืองเป็นสถานที่ที่น่าอยู่มากขึ้นเป็นเหตุผล อีกสองข้อที่คุณควรจะขี่จักรยานทุกโอกาสที่คุณทำได้
ที่มา www.thaicyclingclub.org
กวิน ชุติมา เรียบเรียงแปลจาก “Bicycling helps make cities cool”
เขียนโดย David Suzuki (with contributions from David Suzuki Foundation Editorial and Communications Specialist Ian Hanington)
ในเว็บไซต์ของ David Suzuki Foundation, March 15, 2012

Stanford University มหาวิทยาลัยจักรยาน

|0 ความคิดเห็น

มีข่าวเล็กๆ ใน Bikeradar เวปจักรยานของสื่อยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ กล่าวถึงมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในอเมริกาหากใครไม่รู้จัก ก็ให้นึกถึงว่านี่คือมหาวิทยาลัยที่ไทเกอร์วู๊ด เคยเรียนหนังสือมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่เมือง Palo Alto ของรัฐแคลิฟอร์เนีย
(ที่ตั้งของ สำนักงานใหญ่ Facebook และแหล่งกำเนิดบริษัทคอมพิวเตอร์ ฮิวเลตต์แพคการ์ด)
bike in Stanford University
ปีนี้ League of American Bicyclists ได้ประกาศ รายชื่อวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย จำนวน 20 แห่ง ทั่วอเมริกา ทั้งหมดนี้มีเพียง มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ที่ได้รับรางวัลในระดับ Platinum ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุด เกณฑ์การให้คะแนนของสถานศึกษา และเมืองจะเป็นแบบเดียวกัน ซึ่งประกอบด้วย 5 แนวทาง ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ด้านวิศวกรรม, การให้ความรู้แก่ประชาชน, การกระตุ้นให้ผู้อาศัยในเขตกระหนัก, การออกกฎหมายบังคับใช้ และการวางแผนอย่างเป็นระบบ
สแตนฟอร์ดได้เริ่มดำเนินการแผนงานด้านจักรยานตั้งแต่ปี 1891 หรือเมื่อยี่สิบปีก่อน ปัจจุบันมีผู้ใช้จักรยานในมหาวิทยาลัยต่อวันเฉลี่ย จำนวน 13,000 ราย Adriadne Scott ผู้รับผิดชอบงานด้านจักรยาน ของมหาวิทยาลัย (School's Bicycle Program Coordinator) ได้กล่าวว่า "ได้ดำเนินการทั้งกระตุ้น ปลุกเร้า ให้รางวัล และเสนอโปรแกรมต่างๆอย่างต่อเนื่องแกประชากรชาวมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ การให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัย สำหรับผู้ใช้จักรยาน"
bike in Stanford University
โปรแกรมหลักๆ ที่ดำเนินการ เช่น การให้การอบรมด้านความปลอดภัยในการใช้จักรยานเดือนละ 2 ครั้งโดยผู้เข้ารับการอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ขายหมวกกันกระแทกในราคาพิเศษแก่สมาชิก ให้ผู้ที่ถูกโทษปรับเมื่อทำผิดกฎจราจรเข้ารับการฝึกอบรม แทนการเสียเงินค่าปรับซึ่งทำให้ผู้คนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางเป็นมิตรต่อจักรยาน
นอกจากนี้ยังมีแผนงานที่ช่วยผู้ใช้จักรยานเป็นยานพาหนะสัญจร ได้รับสิทธิบางอย่างโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น มีที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยไม่เสียเงิน มีโปรแกรมเพื่อนร่วมปั่น ให้ล๊อคเกอร์สำหรับเก็บจักรยานหรือเสื้อผ้าแก่ผู้ใช้ฟรี ๆ ชมรมจักรยานของมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาเข้าร่วมเป็นสมาชิกในชมรมจักรยานมากกว่า 7,000 คน ซึ่งสมาชิกทั้งหมดได้แสดงเจตจำนงที่จะใช้จักรยานในการสัญจรไปมา แทนการใช้รถยนต์เป็นหลัก ผลที่เกิดขึ้นพิสูจน์ ได้ว่าประสบความสำเร็จ เมื่อดูจากตัวเลขรถยนต์ที่มีคนขับคนเดียวจะมีจำนวนลดลงจาก 72 % ในปี 2002เป็น 48 % ในปี 2010 และจำนวนผู้ใช้จักรยานเพื่อการสัญจรของมหาวิทยาลัยเพิ่มเป็นจำนวน 21.7 %
The League of American Bicyclist พยายามกระตุ้นเมือง ชุมชน แหล่งธุรกิจ หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้เริ่มโปรแกรมจักรยานมากขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งโปรแกรมสำหรับมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าหลายแห่งจะดำเนินการไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ก็ต้องเข้าไปชี้แนะวางแผนให้กว้างขวางและกระจายไปทั่วประเทศ เพื่อตัวชุมชน ผู้อาศัย หรือผู้มาเยือน ได้รับประโยชน์ทั่วหน้ากัน ยังมีมหาวิทยาลัยอีกสามแห่งใน California ที่ได้รับรางวัลพร้อมกันในปีนี้ในระดับ Gold คือ University of California at Davis, University of California at Santa Barbara และ California State Long Beach
bike in Stanford University
รัฐ California เป็นเขตที่มีสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการใช้จักรยาน ชุมชนหลายแห่งในรัฐ California ก็พัฒนาให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับจักรยาน Mega Cahill เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ของ League of American Bicyclists ได้บอกไว้ รวมทั้งเสริมว่า มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้มีความพร้อมก่อนที่ League จะเริ่มโปรแกรมสำหรับมหาวิทยาลัย
ส่วนมหาวิทยาลัยอื่นนอกแคลิฟอร์เนีย เช่น Colorado State University, Portland State University, University of Arizona, University of Oregon, University of Minnesota, Twin Cities, University of Washington และ University of Wisconsin at Madison ( ส่วนใหญ่อยู่ทางด้านตะวันตกของอเมริกา (หากใครสนใจวัฒนธรรมของประชากรแถบ north-west ให้หาอ่านจากนิตยสารสารคดี ซึ่งจะชี้ให้เห็นถึงรากของการเป็นนักอนุรักษ์ ของคนแถบนี้ - ผู้แปล) )
Scott ได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่มหาวิทยาลัยอื่น ที่ต้องการดำเนินนโยบายด้านความเป็นมิตรกับจักรยานโดยทาง league ร่วมออกแบบแนวทางกับมหาวิทยาลัย โดยต้องอาศัยความร่วมมือกับหลายหน่วยงานภายใน เพื่อวางแผนอย่างที่สแตนฟอร์ดจะต้องร่วมมือกัน ตั้งแต่หน่วยงานพลังงาน หน่วยวางแผนเพื่อความปลอดภัย หน่วยแผนที่และบันทึก รวมทั้งหน่วยงานป้องกันการบาดเจ็บและอุบัติเหตุของโรงเรียนแพทย์ เพื่อให้ทุกฝ่ายดำเนินการไปในแนวทางเดียวกัน มีเป้าหมายร่วมกัน
การวัดเปรียบเทียบการดำเนินงาน หรือ Benchmarking กับแนวทางหลัก ที่เมืองที่ได้รับรางวัลดำเนินการ ถือเป็นแนวทางในการเริ่มต้นสำหรับเมืองเล็กๆ ในแต่ละท้องถิ่น ของประเทศต่างๆ ที่จะเลียนแบบแล้วไปออกแบบดำเนินการ โดยใช้ตัวชี้วัดที่มีมาวางเป็นเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้การพัฒนาทำได้ด้วยตัวเอง League of American Bicyclists ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดอันดับเมือง หรือ มหาวิทยาลัยต่างๆ ในอเมริกา โดยการตั้งเกณฑ์การให้คะแนนไว้ เมื่อสถานที่แห่งใดสามารถดำเนินการได้เข้าเกณฑ์ ก็จะได้รับการประกาศให้ได้รับรางวัล รางวัลที่ได้จะมีระดับของรางวัลตามคะแนนที่ได้รับ
นอกจากจะให้คะแนน เขาจะมีขั้นตอนวิธีในการทำงานที่กระตุ้น ส่งเสริม สนับสนุนในกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้แต่ละสถานที่ดำเนินกิจกรรมไปให้ถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้ การประกาศคะแนนแบบนี้นอกจาก League แห่งนี้ นิตยสารบางฉบับ เช่น BICYCLING ก็ได้มีการประกาศ ส่งเสริมสนับสนุนด้วยเช่นกัน
ที่มา : ibikecafe.com

บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง