ss
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Trick-Tips แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Trick-Tips แสดงบทความทั้งหมด

17 ก.ค. 2555

ทำไมนักจักรยานต้องโกนขนหน้าแข้ง

|0 ความคิดเห็น
สวัสดีครับ  เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันบ้างไหมครับ ว่าเวลาที่เราดูการแข่งขันจักรยาน มักจะเห็นนักจักรยานมีหน้าแข้งที่เกลี้ยงเกลา ไร้ซึ่งเส้นขนให้รำคาญสายตา และเคยสงสัยกันหรือเปล่าว่าทำไมนักจักรยานระดับโปรเหล่านั้นจึงต้องโกนขนหน้าแข้ง วันนี้ผมมีเหตุผลดี ๆ มาเพื่อคลายความสงสัยกันครับ




  • เพื่อให้ง่ายต่อการนวดคลายกล้ามเนื้อ อันนี้เป็นความจริงครับโดยส่วนใหญ่แล้วนักปั่นจักรยานส่วนใหญ่มักจะนวดคลายกล้ามเนื้อขาของตนด้วย แป้งซึ่งแป้งในที่นี้ก็คือแป้งที่เราใช้ทาตัวหลังอาบน้ำนั่นแหละครับยี่ห้ออะไรก็ได้ ผมก็นวดด้วยแป้งเช่นกันครับ ลองนึกดูนะครับถ้าเราไม่โกนขนหน้าแข้งออกเวลาเรานวดมันจะเจ็บ เพราะราวกับว่าเราดึงขนหน้าแข้งของตนเองทุกวันแต่พอเราโกนมันออกแล้ว ลื่นเลยครับนวดได้อย่างคล่องตัว แต่หากเป็นสุภาพสตรี อาจไม่ประสบกับปัญหานี้เพราะผู้หญิงโดยส่วนมากจะไม่มีขนหน้าแข้งครับ
  • ทำให้ง่ายต่อการรักษาความสะอาด เพราะเวลาเราปั่นจักรยานตามท้องถนนนั้นจะมีฝุ่น และสิ่งสกปรกมากมายเช่น ฝุ่น, คราบน้ำมัน เป็นต้น หากเรามีขาที่ปราศจากขนแล้ว มันจะทำให้ขาของเรายากต่อการที่พวกฝุ่น และควันต่างๆ จะมาเกาะ และยังมีประโยชน์มากหาก เพื่อนๆ เป็นนักปั่นจักรยานเสือภูเขา เพราะเวลาเพื่อนๆ ปั่นไปในเส้นทางที่ค้อนข้างรก หรือปั่นไปในป่าแล้วอาจจะเจอหนามของต้นไม้เกี่ยวขนหน้าแข้งทำให้เราบาดเจ็บได้ ซึ้งถ้าหากเราโกนขนหน้าแข้งออกแล้ว หนาม หรือกิ่งไม้จึงไม่สามารถเกี่ยวขนเราได้ครับ
  • ง่ายต่อการรักษาบาดแผลเวลาเราเกิดอุบัติเหตุ จากการปั่นจักรยาน เพราะแผลถลอกที่เกิดจากการล้มเวลาเราปั่นจักรยานนั้นหากจะทำให้หายเร็วนั้นเราต้องหมั่นรักษาความสะอาด และใส่ยาทุกวัน ซึ่งในเรื่องนี้ผมมีประสบการณ์มาแล้วครับสมัยที่ยังปั่นจักรยานอยู่ หากเราไม่รักษาความสะอาดของแผลเป็นประจำ จะทำให้แผลนั้นหายช้ามากเราจึงต้องล้างแผล และทายาทุกวันครับจึงจะทำให้แผลหายเร็วขึ้น

27 ม.ค. 2555

จะเลือกใช้ล้อคาร์บอน เสือหมอบอย่างไรดี ?

|0 ความคิดเห็น

คำถามชวนปวดหัวเริ่มต้นขึ้นใช่มั้ยละครับ เมื่อคุณคิดจะเปลี่ยนล้อเสือหมอบเดิม ๆ ที่ติดรถมาให้ดีขึ้น บ้างก็หาข้อมูลในเว็บไซต์ทั้งไทยและเทศ บ้างก็ไปถามเพื่อน ๆ ในกลุ่มว่า เราจะเลือกใช้ล้อสูงเท่าไรดี ซี่ลวดอะไรดี ดุมอะไรดี รายละเอียดมันดูเยอะไปหมดใช่มั้ยครับ

ผมขออธิบายเป็นข้อ ๆ เพื่อใช้ในการเลือกล้อเสือหมอบสำหรับท่านก็แล้วกันครับ

เลือกขอบล้อ ขอบยางฮาล์ฟ (Tubular) หรือยางงัด (Clincher)

ล้อขอบยางฮาล์ฟ (Tubular)

ข้อได้เปรียบ
ประสิทธิภาพการขี่ที่สูงสุด เพราะน้ำหนักเบาอัดลมได้สูงกว่าขอบยางงัด  เวลาเบรกลงเขาต่อเนื่องนาน ๆ ยางจะไม่ร้อนเนื่องจากขอกันยางแบกออกจากกันจึงปลอดภัยเรื่องยางระเบิดเพราะความร้อนได้ยางฮาล์ฟจึงเหมาะแก่การใช้ในการแข่งขันหรือท่านที่ต้องการความเร็วสูงและความเบาของน้ำหนักรถเพื่อการปืนเขา
ข้อเสียเปรียบ
การเปลี่ยนยางเมื่อยางแตกกลางทางลำบากกว่ายางงัด หากผู้ขี่ไม่มีประสบการณ์ในการเปลี่ยน และยางมีราคาสูง ยางบางยี่ห้อปะไม่ได บางยี่ห้อปะได้ แต่อาจจะยุ่งยากในการปะ ถ้าแตกแผลใหญ่ ไม่สามารถใช้น้ำยะปะได้ ก็ต้องเปลี่ยนทั้งเส้น เส้นละประมาณ 1,000-3,000 บาท ในปัจจุบันมีน้ำยาปะยางฮาล์ฟ หยอดเข้าไปเมื่อยางแตกสามารถใช้อุดรูรั่วเล็ก ๆ ได้ เพื่อความสะดวกได้มากทีเดียว

ล้อขอบยางงัด (Clincher)

ข้อได้เปรียบ
ใช้สะดวกไปได้ทุกที่ เปลี่ยนยางในกลางทางได้ง่าย ถ้ายางแตกก็เปลี่ยนยางในเส้นละ 100 กว่าบาท ใคร ๆ ก็เปลี่ยนได้งบประมารไม่สูง
ข้อเสียเปรียบ
น้ำหนักมากกว่าล้อขอบฮาล์ฟพอสมควร อัดลมได้น้อยกว่าทำให้แรงต้านผิวถนนมีมากกว่า ที่สำคัญเวลาลงเขาต้องเบรกต่อเนื่องนาน ๆ ขอบจะร้อน ทำให้ยางร้อนตามไปด้วย

เลือกขอบล้อสูงเท่าไรดี
ความสูงของขอบล้อมีผลเชิงฟิสิกส์ในหลาย ๆ ปัจจัย แต่ผมจะขออธิบายเป็นภาษาพื้นบ้านให้พี่ ๆ น้อง ๆ เข้าใจกันได้ง่ายขึ้นครับ
ยิ่งขอบสูงยิ่งทำความเร็วสูงได้ดีเพราะมีมวลอยู่ใกล้จุดการหมุนทำให้ขอบล้อหมุนไปได้เร็วขึ้นและมากขึ้นและอากาศที่ผ่านเมาในล้อก็น้อยขึ้นแต่ก็ต้องแลกด้วยน้ำหนักล้อที่มกขึ้นด้วยเช่นกัน
ดังนั้นขอบยิ่งสูงก็เหมาะสำหรับการใช้ในทางราบ ทำความเร็วต่อเนื่องได้ดีและขอบยิ่งต่ำก็ยิ่งเบาเหมาะกับการใช้ในทางเนินหรือขึ้นเขาที่เน้นเรื่องความเบามากกว่า ดังนั้นขอบกลาง ๆ ที่สูง 50-60 มม.จึงได้รับความนิยมในการขี่ทั่ว ๆ ไปมากที่สุดครับ

เลือกซี่ลวดแบบไหนดี
น้ำหนักของผู้ขี่มีผลในการเลือกซี่ลวดอย่างมากครับ เพราะซี่ลวดแต่ละแบบมีความหนาความทนทานแรงกระทำไม่เท่ากัน ดังนั้นคนที่น้ำหนักมากก็ควรจะใช้ซี่ที่มีขนาดหนา แข็งแรง และจำนวนซี่ที่ใช้มากกว่า ซึ่งจุดนี้คนน้ำหนักตัวไม่มากจะได้เปรียบในการเลือกซี่ที่หลากหลายกว่าการขี่รถประเภทเสือหมอบที่ต้องการความเร็ว ผมแนะนำให้ใช้ซี่แบนหรือซี่แอโร่เพื่อการตัดอากาศที่ดีกว่าซี่กลมที่ใช้ในเสือภูเขาทั่วไปและซี่แบนสามารถตั้งซี่ได้มั่นคงกว่าเมื่อขี่ไปแล้วไม่จำเป็น ต้องตั้งซี่บ่อยเท่ากับซี่ประเภทกลมครับ

แล้วการเลือกดุมละ

ดุมมีหลายยี่ห้อจากหลายผู้ผลิตให้เลือกขึ้นอยู่กับงบประมาณของคุณครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะน้ำหนักยิ่งเบายิ่งแพง และอีกปัจจัยคือเป็นแบริ่งหรือลูกปืนเซรามิคก็จะยิ่งแพงครับ

สรุป คิดว่าบทความสั้น ๆ นี้คงเป็นประโยชน์แก่นักขี่ที่กำลังเลือกล้อคาร์บอนไม่มากก็น้อยครับ 

ตีนผี ข้าสั้น ขายาว ต่างกันอย่างไร

|1 ความคิดเห็น

Shimano ทำตีนผีขาสั้นยาวแตกต่างกัน 3 รหัสคือ

1.        SS ซึ่งจะสั้นที่สุด และใช้กับเสือหมอบที่มีจานหน้า 2 จานเท่านั้น
2.        GS สำหรับเสือหมอบจะเป็นตีนผีขายาวซึ่งจะใช้กับจานหน้า 3 จาน (52-42-30) แต่ถ้าเป็นของเสือภูเขาจะถูกเรียกเป็นตีนผีขาสั้น
3.        SGS เป็นตีนผีที่ขายาวที่สุด
ก่อนที่จะพูดเรื่องความแตกต่างของขาสั้น ขายาวนั้น สิ่งหนึ่งที่อยากจะเน้นก็คือ อย่าเพิ่งละเลยเรื่องพื้นฐาน มาดูตารางแสดงคุณสมบัติของตีนผีรุ่นต่าง ๆ กันก่อนดีกว่าครับ

ตีนผีทุก ๆ รุ่นจะมีสปริงอยู่ด้วยกัน 3 ชุด

   1. B-tension spring หรือสปริงที่อยู่ใน Hanger bracket หรือที่ที่เราขันยึดตัวตีนผีเข้ากับ drop out สปริงตัวนี้จะทำหน้าที่ดึงให้ hanger bracket ถอยไปด้านหลังตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เฟืองจ็อคกี้กระแทกกับชุดเฟืองท้าย โดยเฉพาะช่วงที่ใช้เฟืองท้ายใบใหญ่ที่สุด

  2.  Parallelogram link spring จะอยู่ระหว่าง inner link และ outer link ของขาบน
-   สำหรับตีนผีธรรมดา สปริงตัวนี้ทำหน้าที่ดึงให้ขาของตีนผีขยับกลับออกไปด้านนอก โดยจะเกี่ยวจาก link pin ตัวหลังของ outer plate ไปยัง link pin ตัวหน้าของ inner plate พูดง่าย ๆ คือเป็นตัวถึงให้ตีนผีขยับเพื่อเปลี่ยนเกียร์จากเฟืองใหญ่ลงมายังเฟืองเล็ก
-    ส่วนในตีนผี reverse หรือ Rapid rise สปริงตัวนี้จะเกี่ยวจาก link pin ตัวหลังของ inner plate ไปยัง link pin ตัวหน้าของ outer plate สปริงตัวนี้จึงทำหน้าดึงในทิศทางตรงกันข้ามแบบปกติ คือ จะดึงให้ขาของตีนผีขยับเข้าด้านในแทน หรือเป็นตัวดึงให้ตีนผีขยับเพื่อเปลี่ยนเกียร์จากเฟืองเล็กขึ้นไปยังเฟืองใหญ่

3.   สปริงใน pulley cage bracket สปริงตัวนี้จะทำหน้าที่ดึงให้ขาล่างหรือ pulley cage งอเข้าหาขาบนตลอดเวลา โดยสปริงตัวนี้จะทำหน้าที่ร่วมกับ B-tension spring ในการดึงให้โซ่ตึงตลอดเวลา ที่ต้องกล่าวให้เข้าใจแบบนี้ก่อนเพราะว่าจะได้หลับตานึกภาพการทำงานไปด้วยกันได้ไงครับ

21 ม.ค. 2555

ขี่จักรยานคนเดียวอย่างไร ให้เวิร์กและปลอดภัย

|0 ความคิดเห็น
สำหรับนักจักรยานผู้ไม่ได้มุ่งหวังการพิชิตชัยจากสนามแข่ง ต้องการเพียงแค่ความแข็งแรงของระบบหลอดเลือด ไม่ชอบเข้ากลุ่มเพราะไม่อยากรีบไปให้กับเวลานัด หรืออยากจะทำอะไรเร็ว โดยไม่ต้องรอีให้กลุ่มครบจนออกตัวช้า แดดร้อนเผาผิวเกรียม ถ้าคุณมีวินัยพอและควบคุมตัวเองได้ การขี่จักรยานคนเดียวก็สร้างประโยชน์ได้ไม่แพ้การขี่เป็นกลุ่ม

จักรยานเสือภูเขา
อย่างแรกเลยคือคุณได้วัดความสามารถของตัวเองกับลมปะทะ ไม่สามารถซุกกลุ่มได้ เปรียบเสมือนกับการปั่นแบบหนีเดี่ยวในเปโลต็องเสือหมอบแข่งขัน ยิ่งคงความเร็วในช่วงนั้นได้นานก็ยิ่งแกร่ง เมื่อเข้ากลุ่มจริง ๆ ก็สามารถออมแรงไว้ได้มากกว่าพวกที่ไม่เคยขี่เดี่ยว เอาแต่ซุกกลุ่มอยู่ร่ำไป ข้อดีอย่างที่สองคือ คุณสามารถซ้อมแบบอินเตอร์วัล คือขี่ด้วยความเร็ว, รอบขาสูงสุด สลับกับการขี่แบบผ่อนคลายเพื่อฟื้นสภาพเป็นระยะ คุณทำอินเตอร์วัลได้อย่างเป็นอิสระ ไม่ต้องรอหรือต้องปั่นหนีใครเมื่อเหนื่อยก็หยุดได้โดยไม่ต้องให้ใครมารออีก

แต่ทุกสิ่งในโลกย่อมต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย นั่นคือแม้ว่าจะไม่เสี่ยงต่อการเกี่ยวกันล้มเพราะขี่กลุ่มใหญ่ แต่ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและโรคประจำตัวสูงเท่ากัน ที่พบบ่อย ๆ ก็คือพอขี่มานาน ๆ แล้วจอดก็เกิดอาการวูบ รู้สึกตัวอีกทีมีแต่คนมุงดู หน้าตาถลอกปอกเปิก เนื่องจากหยุดขี่กะทันหันแล้วเลือดไหลคืนไปเลี้ยงสมองไม่ทัน การขี่คนเดียวจึงไม่มีใครช่วยนอกจากชาวบ้านหรือคนเดินถนนในแถบนั้น โชคดีก็ได้รับความช่วยเหลือ โชคร้ายก็ถูกลอกคราบชิงจักรยาน ยังไม่นับที่ถูกรถยนต์เฉี่ยวชน

ดังนั้น ถ้าคุณเป็นเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบขี่จักรยานคนเดียว สิ่งที่คุณต้องระวังให้จงหนักก็คือโรคภัยไข้เจ็บ ต้องรู้ขีดจำกัดของตัวเอง ยิ่งถ้าเพิ่งเริ่มขี่แล้วมีโรคประจำตัว เช่นหอบหืด ควรจะวนอยู่ในระแวกใกล้ ๆ บ้าน พกบัตรเครดิต เอทีเอ็มหรือบัตรประชาชนเอาไว้พร้อมกับเงินติดตัวจำนวนหนึ่ง และพกโทรศัพท์เคลื่อนที่ ใช้โทรขอความช่วยเหลือจากคนรู้จักในกรณีมีอุบัติเหตุหรือล้มป่วยกลางทาง

แต่ก็ใช่ว่าท่านที่เรี่ยวแรงดีไม่มีโรคภัยจะปลอดภัย แม้จะแข็งแรง แต่หากขาดความระวังก็อาจมีอาการวูบตรงสี่แยกไฟแดงได้ พวกที่วูบหลังจากปั่นหนัก ๆ มาแล้วนั้นต่างไม่มีใครเป็นโรคอะไรเลยสักคน เพียงแต่การหยุดขี่กะทันหันจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดสู่สมองเท่านั้น การเลือกเส้นทางที่ดีจะยิ่งสำคัญมากเมื่อคุณขี่คนเดียว เพราะมันเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน เส้นทางเปลี่ยวไร้ผู้คนอาจอันตรายหากไม่ตระเวนดูด้วยรถยนต์เสียก่อน อันเป็นสิ่งควรกระทำเมื่อเอาจักรยานติดไปขี่ด้วยในการท่องเที่ยวต่างเมือง และพักที่รีสอร์ท

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา การขี่คนเดียวจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนการแปรงฟัน อย่างน้อย ๆ คุณต้องคำนึงถึงความสามารถของตัวเอง และอุปกรณ์ช่วยเหลือได้ในยามขับคันเช่น บัตรประชาชน เอทีเอ็ม โทรศัพท์เคลื่อนที่ และการเลือกเส้นทาง ผู้ไม่ประมาทและเตรียมพร้อมจะมีโอกาสประสบกับอุบัติเหตุน้อยกว่าคนที่ไม่ได้เตรียมตัว

29 ธ.ค. 2554

DIY ยามเจ็บตัวกลางป่าเขา ตอนที่ 2

|0 ความคิดเห็น
ใช้กระเดื่องปลดเร็วให้เป็นประโยชน์

กระเดื่องปลดเร็วที่ติดอยู่สองข้างของดุมล้อนั้นมีประโยชน์มากกว่าแค่ใช้ดึงให้ล้อหลุด เมื่อคุณบังเอิญลืมก้านงัดยางทำจากพลาสติกไว้ที่บ้าน หรือทำมันหายด้วยเหตุผลใดก็ตาม กระเดื่องปลดเร็วปลายง ๆ นี้แหละคือเพื่อนแท้ที่จะช่วยให้ถอดยางออกได้เมื่อต้องการปะ ถอดมันออกมาสอดเข้าใต้วงล้อแล้วงัดแทนก้านงัดล้อ หญ้าก็มีประโยชน์  คุณทำยางรั่วแล้วปะ แต่ก็ปะได้อยู่ทั้งยังใช้แผ่นปะกับกาวไปหมดแล้ว ยางในกับหลอดซีโอ 2 ก็ไม่ได้เอามา ทางเลือกเดียวคือต้องหาอะไรมายัดยางแทนลมล่ะเพื่อให้มันแข็งพอขี่จักรยานได้ ในกรณีนี้ใบไม้ใบหญ้านี่แหละเหมาะที่สุด ถอดยางออกมาแล้วถอนใบหญ้าข้างตัวยัดยางให้เต็ม ยิ่งยัดมากยางก็ยิ่งแข็งแต่ก็ยังนุ่มพอให้เกาะเส้นทางได้ ประมาณว่าความแข็งของยางจะเท่ากับความดันลม 15 psi จะอะไรก็ช่างเถอะมันพาคุณกลับบ้านได้ก็แล้วกัน

พกของไปเป็นสองเท่า

ถ้าคุณรอบคอบ คำตอบคือการพกอุปกรณ์จำเป็นไปด้วยหนึ่งชุด แต่ถ้าไม่มั่นใจก็พกไปได้เลยสองชุด ยางอะไหล่สองเส้น หลอดซีโอ 2 สองหลอด ถ้าอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งชำรุดหรือใช้ไม่ได้อีกอันหนึ่งก็ยังเป็นแบ็คอัพได้สบาย ๆ

ใช้เงินให้เป็นประโยชน์

ไม่ได้หมายความว่าให้ใช้เงินซื้อของ แต่หมายความว่ามันมีประโยชน์ในยามคับขัน เมื่อแก้ยางถูกหินบาดนั้นปะไม่ได้ก็จริงอยู่ แต่การใช้แบงค์พับแล้วสอดคั่นระหว่างยางในและยางนอกในตำแหน่งนั้นจะช่วยได้มาก แบงค์ 20 หรือแบงค์ 100 ของคุณนี่แหละคือวัสดุที่เหนียวพอ ๆ กับยางอะไหล่ที่จะป้องกันไว้ไม่ให้ยางในโป่งจนแลบออกนอกยางนอก ปะยางแล้วยัดยางกลับที่เดิม สอดแบงค์ไว้กั้นรอยแตกแค่นี้ก็พยุงตัวกลับบ้านได้แล้ว อย่าลืมถอดแบงค์ออกก็แล้วกันเมื่อถึงบ้าน

เมื่อล้อคด ต้องดัด

ล้อที่คดจะเป็นปัญหาต่อการขี่เพราะมันจะเอาส่วนที่คดไปเสียดสีกับยางเบรก วิธีดัดล้อที่ง่ายที่สุดคือการฟาด ฟังดูเหมือนจะบ้าแต่เป็นเรื่องจริง คุณเพียงแค่หาตำแหน่งคดให้เจอแล้วจับล้อให้ห่างจากตำแหน่งที่คด หันด้านที่โค้งออกจากตัวแล้วเอาตรงนั้นฟาดให้แรง พอประมาณกับต้นไม้หรือพื้นดินค่อนข้างแข็ง ด้านที่คดจะดุ้งออกมาได้เล็กน้อยพอให้ขี่ตอไปได้เมื่อถึงบ้านแล้วค่อยนำไปให้ช่างดัดล้อต่อไป

ปฐมพยาบาลแบบ DIY

การไปขี่เมาเท่นไบค์ที่ไหนโดยเอาเฝือกไปด้วยนั้นคงไม่มีใครทำกัน แต่ถ้าคุณเกิดพลาดท่าล้มแขนขาหักขึ้นมาก็ต้องเข้าเฝือกฉุกเฉินกันล่ะ อวัยวะที่หักบ่อยที่สุดคงไม่พ้นข้อมือหรือแขนซึ่งสามารถใช้วัสดุใด ๆ ที่แข็งแรงและตรงแต่มีขนาดไม่ต้องยาวช่วยแก้ปัญหาได้ ในกรณีนี้คืออานจักยานที่จะมาใช้ทำเป็นเฝือกได้ เพราะคุณคงไม่สามารถขี่จักยานออกมาได้เมื่อแขนหัก จึงต้อถอดอานออกมาดามแล้วมัดด้วยผ้าซึ่งเป็นได้ทั้งถุงแขน ถุงเท้า หรือแม้แต่ตัดเสื้ออกเป็นริ้วเพื่อให้เป็นเชือกรัด เราเชื่อว่าด้วยเฝือกจำเป็นนี้คุณจะเดินกลับบ้านได้ แต่โปรดหาหมอที่ใกล้ที่สุดเสียก่อนเถิด เพราะมันคงจะเจ็บน่าดู ต้องร้องอู้แน่ ๆ เมื่อยังไม่ถึงบ้าน

เมื่อแปลกถิ่น อย่าขี่จักรยานคนเดียว

การไปขี่จักรยานในทางทุรกันดารหรือป่าเขาโดยเฉพาะในที่ไม่คุ้นเคย วิธีการที่ดีที่สุดคืออย่าไปในที่แปลกถิ่นคนเดียว ควรมีเพื่อนปั่นไปด้วยอย่างน้อยหนึ่งคนจะช่วยให้สถานการณ์เลวร้ายบรรเทาลงได้ เพื่อนคนนั้นอาจมีอุปกรณ์ที่คุณลืมไว้บ้าน เขาอาจช่วยเข้าเผือกให้เมื่อคุณแขนขาหัก ช่วยแจ้งตำรวจขอความช่วยเหลือได้หากเครือข่ายโทรศัพท์ของคุณใช้ไม่ได้แต่ของเขาซึ่งเป็นคนละเครือข่ายใช้ได้ในบริเวณนั้น ที่แน่ ๆ คือการขี่จักรยานสองคนย่อมช่วยให้อุ่นใจมากกว่าขี่คนเดียว ดังคำโบราณว่าไว้ “คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย” นั่นยังเป็นจริงเสมอในทุกสถานการณ์

ทั้งหมดที่แนะมาจึงน่าจะเป็นประโยชน์เมื่อคุณตัดสินใจจะไปขี่เมาเท่นไบค์คนเดียว ดำรงตนอยู่อย่างไม่ประมาทนั้นคือวิถีแห่งคนฉลาดโดยแท้

บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง