ss
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิคการปั่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิคการปั่น แสดงบทความทั้งหมด

11 มี.ค. 2556

ทำไงดี เป็นฝีเพราะขี่จักรยาน

|0 ความคิดเห็น

สิงห์นักปั่นจะรู้บ้างไหมล่ะเนี่ยว่าถ้าคุณ ๆ ไม่ดูแลร่างกายและคอยทำความสะอาดให้ดีแล้วล่ะก็ คุณอาจจะเจอปัญหาใหญ่จากการขี่จักรยานก็ได้

เหล่าเสือภูเขานักปั่นจักรยานตั้งแต่มืออาชีพยันมือสมัครเล่นไปจนกระทั่งลูกเด็กเล็กแดงที่เพิ่งเริ่มหัดขี่จักรยานได้ไม่นานอาจมีโอกาสประสบพบเจอกับปัญหานี้มาก่อนแล้วก็เป็นได้ ปัญหาที่ว่าก็คือ “ฝี” และมันก็ไม่ใช่ผีธรรมดาสามัญซะด้วย แต่เป็น “ฝีที่ก้น” อ้าวเฮ้ย! แล้วทำไมแค่ขี่จักรยาน...ฝีถึงมาขึ้นที่ก้นได้ล่ะ นั่นก็เพราะว่าเจ้าฝีจำพวกนี้เกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณผิวหนังอันเป็นเหตุมาจากการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ และบ่อยครั้งตัวการที่ก่อให้เกิดฝีก็คือเชื้อแบคทีเรีย “สแตฟฟิโลคอคคัส” ซึ่งเกิดขึ้นได้หลายบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำคอ รักแร้ หรือแม้กระทั่ง “ก้น”


แล้วทำไมการขี่จักรยานถึงเกิดฝีที่ก้นได้น่ะเหรอ...อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ หรือแม้กระทั่งการเสียดสีกับเสื้อผ้าด้วย และแน่นอนว่าการเสียดสีกับอานจักรยานก็ยังผลให้เกิดฝีได้อีกด้วย เพราะระหว่าง “อาน” กับ “ก้น” นั้น ช่างเสียดสีกันไปมาหลายต่อเหลือเกิน ตั้งแต่ก้นกับกางเกงในต่อด้วยกางเกงไปจนถึงอาน


ยัง...ยังไม่หมดเท่านี้เพราะการดูแลรักษาความสะอาดบริเวณก้นเพื่อไม่ให้เปียกแฉะและอับชื้นจนถึงเหม็นหืนก็เป็นเรื่องสำคัญนะจ๊ะ อย่างเช่นว่า อานจักรยานยังเปียกอยู่ แต่ก็ยังขึ้นไปขี่โดยไม่เช็ดให้แห้งเสียก่อนนี่ ก็เป็นอันแน่นอนว่า กางเกงก็ต้องเปียกซึมเข้าถึงเนื้อกางเกงในทะละทะลวงแทรกผ่านจากเนื้อกางเกงในที่บางเฉียบไปยังก้นของคุณ ๆ จนบางรายอาจจะปะปนกับเหงื่อที่ไหลไคลย้อยจนก้นแฉะกว่าเก่าโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ และถ้าเหล่านักปั่นทั้งหลายไม่ทำความสะอาดให้ดี ผลที่อาจตามมาก็คงหนีไม่พ้นเจ้าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดฝีที่ก้นก็ได้นะ ยิ่งช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้วยิ่งต้องระวังให้ดี ไม่ใช่แค่จักรยานนะ แต่เบาะรถมอเตอร์ไซค์ก็ยังได้ลุ้นแจ็คพอตนี้ด้วยเหมือนกันนะจ๊ะ


ที่เตือนก็เพราะความหวังดี เพราะว่าหากคุณ ๆ เป็นฝีที่ก้นขึ้นมานะ คุณคงขี่จักรยานชมวิวได้อย่างเป็นเป็นสุขแน่ ต้องนั่งขี่แบบไม่ให้ฝีโดนอาน บางคนต้องยืนขี่ตลอดทางจนถึงที่หมาย กลับมาถึงออฟฟิศก็คงไม่พ้นการนั่งทำงานด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน ที่อันตรายที่สุดก็คือ หากใครเกิดอาการ “คัน” ขึ้นมาล่ะก็ โอ้! พระเจ้าจอร์จ ก็ช่วยท่านไม่ได้ ต้องหาจังหวะเกาให้หายคันถึงจะมีความสุข ใครที่คันตอนขี่จักรยานชมป่านี่ยังไม่เท่าไหร่ ยังจอดหลบเข้าข้างทางไปเกาในหลืบเงาร่มไม้ได้ ดีไม่ดีอาจะเจอสมุนไพรรักษาฝีอย่างขมิ้น ว่านพระกาฬ ฟ้าทะลายโจร ว่านหางจระเข้ ฯลฯ ก็ได้นะจ๊ะ แต่ถ้าใครมาคันในออฟฟิศที่ทำงานนี่สิ ลำบากหน่อยต้องเดินไปเกาในห้องน้ำ ถ้าโชคร้ายถามหา...ห้องน้ำเต็ม...ก็คงต้องเอาก้นถูเก้าอี้ไปพลาง ๆ ก่อนล่ะกันเนอะ

ส่วนวิธีดูแลรักษาไม่ให้เกิดฝีที่ก้นนั้นก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่ใช้สบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มี “ไตรโคลซาน” หรือ “เฮ็กซาคลอโรฟิน” เป็นส่วนผสมก็จะสามารถช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนผิวหนังออกไปได้แล้วนะจ๊ะ หรือจะเอาก้นแช่น้ำอุ่นละลายด่างทับทิม เช้า-เย็น ก็ไม่มีปัญหานะ แต่ถ้าเกิดเป็นฝีที่ก้นขึ้นมาจริง ๆ ก็ต้องหายาแก้อักเสบมารับประทานเพื่อให้ฝียุบและระวังการเป็นฝีเรื้อรังขึ้นมาด้วย หากไม่หายก็ควรจะไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาให้หายขาด จะได้นั่งทำงานแล้วก็นั่งถีบจักรยานชมธรรมชาติได้อย่างมีความสุข


ที่มา runnercorner.blogspot.com/2007/10/blog-post_1573.html

31 ม.ค. 2556

ผลการแข่งขันจักรยานเสือภูเขากีฬานักเรียนเมืองแพร่เกมส์

|0 ความคิดเห็น
มาแล้วครับผลการแข่งขันจักรยานเสือภูเขากีฬานักเรียนเมืองแพร่เกมส์ ซึ่งแข่งขันเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2556 ซึ่งก็ได้ผลผู้ชนะแล้ว ส่วนภาพการแข่งขันไปดูได้ที่นี่ิครัึบ >> ประมวลภาพการแข่งขัน

ผลการแข่งขันเป็นดังนี้ครับ

- เหรียญทอง  จ.ชลบุรี หมายเลข 202 (นำโด่งตั้งแต่รอบแรกจนเข้าเส้นชัย เก่งจริงๆ)

การแข่งขันจักรยานเสือภูเขากีฬานักเรียนเมืองแพร่เกมส์


- เหรียญเงิน  จังหวัดศรีสะเกษ  หมายเลข 306  
การแข่งขันจักรยานเสือภูเขากีฬานักเรียนเมืองแพร่เกมส์


- เหรียญทองแดง  จังหวัดระยอง  หมายเลข 207
การแข่งขันจักรยานเสือภูเขากีฬานักเรียนเมืองแพร่เกมส์

นี่คือโฉมหน้าของผู้ชนะการแข่งขันทั้ง 3 อันดับ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จไปตามที่ตั้งใจไว้ ส่วนผู้ที่พลาดเหรียญรางวัลในครั้งนี้ ก็กลับไปฝึกซ้อมให้หนักกว่าเดิมเพื่อมาชิงชัยในครั้งต่อ ๆ ไป เพื่อให้ประสบความสำเร็จในชัยชนะดังที่ตั้งใจไว้  

การแข่งขันกีฬาทุกชนิดย่อมมีผู้แพ้และผู้ชนะ ผู้ชนะก็ดีใจได้แต่อย่าหลงระเริง ส่วนผู้แพ้เสียใจได้ แต่อย่าเสียใจนาน ซ้อมให้หนักกว่าเดิม แก้ไขข้อบกพร่องแล้วเวลาแห่งชัยชนะก็จะมาถึงเองครับ...

ไปดูประมวลภาพการแข่งขันทั้งหมดได้ที่นี่ครับ >> ประมวลภาพการแข่งขัน


29 ธ.ค. 2555

5 เทคนิคที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในอาชีพนักปั่นจักรยาน

|0 ความคิดเห็น
5 เทคนิคที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในอาชีพนักปั่นจักรยาน

จักรยาน

เทคนิคต่าง ๆ ที่ผมจะนำเสนอนี้ ถึงแม้มันจะไม่ใช่เป็นวิธีการฝึกซ้อมโดยตรง แต่มันจะเป็นแนวทางเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่คุณควรกระทำ ถ้าหากคุณคิดว่าคุณจะเป็นนักปั่นจักรยานที่ประสบความสำเร็จแล้วละก็ คุณควรปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้ในขั้นตอนการฝึกซ้อมของคุณ ถ้าคุณสามารถปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้ได้แล้วนั้นแน่ใจได้เลยว่า คุณจะสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการปั่นจักรยานของคุณขึ้นอย่างรวดเร็วเลยละครับ

1. ทุกครั้งที่คุณออกไปฝึกซ้อมคุณควรมีเป้าหมาย
คือในการที่คุณจะออกไปฝึกซ้อมปั่นจักรยานในแต่ละครั้งคุณควรมีเป้าหมายว่าวันนี้คุณจะออกไปฝึกซ้อมแบบไหน หรือปรับปรุงในส่วนใหนที่คุณ ขาดไปหรือ ข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยของคุณ เพื่อที่จะทำให้คุณมีความสามารถในการปั่นจักรยานเพิ่มขึ้น อย่างเช่น วันนี้คุณ จะออกไปปั่นเพื่อคลายกล้ามเนื้อ คุณควรจะเสริมหรือเพิ่มทักษะด้านการควบคุมรถจักรยาน เช่น การฝึกการเข้าโค้ง, ความคร่องตัวในการหลบหลีกเมื่อเจอเหตุการคับขันเป็นต้น คุณไม่ควรมุ่งเน้นการฝึกความแข็งแรงในวันดังกล่าว
โดยทั่วไปแล้วนักปั่นจักรยาน ที่ประสบความสำเร็จนั้นเขาจะสนุกกับการฝึกซ้อม และหนึ่งในทักษะที่ดีที่สุดของเขาคือ ด้านเทคนิคของการขี่จักรยานซึ่งจะทำให้การฝึกซ้อมมีรสชาติไม่น่าเบื่อ

2. กำจัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น
ถ้าคุณทำการฝึกซ้อมที่ไม่ทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นคุณควรพยายามกำจัดสิ่งนั้นออกจากการฝึกซ้อมจักรยานของคุณ และทำการเพิ่มเติมของการฝึกซ้อมในสิ่งที่จะนำคุณเข้าใกล้ไปเป้าหมายของคุณมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณลดเวลาในการฝึกซ้อมลง และ คุณเพิ่มความตั้งใจ และความเข้มข้นในการฝึกซ้อมเข้าไปด้วยระยะเวลาที่สั้นลง มันจะทำให้ง่ายต่อการทำให้การฝึกซ้อมของคุณเสร็จสมบูรณ์ ตามที่คุณได้วางแผนไว้ หรืออาจจะใช้เวลาเพิ่มเติมในการฝึกซ้อมจักรยานในส่วนที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้

3. มีทัศนคติที่ดีต่อคำวิจารณ์ของคนอื่น
คำวิจารณ์หรือ การตำหนิของคนอื่นเมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามแบบที่คุณชอบ คุณกำลังมีทัศนคติที่เป็นค่าลบที่จะไม่สามารถช่วยคุณเขาใกล้กับเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ ดังนั้นจงมีทัศนคติที่เป็นบวกเกี่ยวกับความรับผิดชอบและ ทำการถ่ายทอดทัศนคตินั้น เป็นความรู้แก่คนทั่วไป และมันทำให้คุณรู้สึกดีอย่างแน่นอน เมื่อคุณมีความรับผิดชอบ คุณจะบรรลุผลสำเร็จเพิ่มเติมเป็นจำนวนมากเนื่องจากการถ่ายทอดทัศนคติด้านบวก ตัวอย่างเช่น จะดีมากถ้าคุณจะไม่พยายามอยากรู้ว่าทำไมกลุ่มคนในการปั่นจักรยานของคุณทำไมน้อยกว่ากลุ่มของคนอื่นจงคิดว่าที่กลุ่มเรามีสมาชิกน้อยนั้นจะทำให้ดูแลกันง่ายและทั่วถึง ดีกว่าไปคิดกับกลุ่มอื่นทางด้านลบ

4. จงเชื่อฟังโค้ชมืออาชีพ หรือผู้ที่ทำการฝึกสอนคุณอยู่
โค้ชมืออาชีพสามารถพัฒนาแผนการฝึกซ้อมของคุณให้ดีขึ้น และช่วยให้คุณไปถึงศักยภาพสูงสุดของคุณเท่าที่ร่างกายคุณจะรับได้โค้ชมืออาชีพทั้งหลายรู้ว่าสรีรร่างกายของแต่ละคนสามารถทำการฝึกซ้อมแบบใหนถึงจะดีที่สุด และนักกีฬาจักรยานคนใหนควรขี่จักรยานแข่งขันประเภทใหนถึงจะประสบความสำเร็จ ดังนั้นโค้ชมืออาชีพจะมี เคล็ดลับในการฝึกซ้อม และการออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมให้มีความแตกต่างระหว่างสรีรวิทยาของนักกีฬาแต่ละคน ดังนั้นเมื่อคุณมีรถโค้ชจักรยานที่ดีแล้วคุณควรเชื่อฟังโค้ชผู้นั้น ซึ่งช่วยให้คุณฝึกซ้อมตามกำหนดเวลา และตารางการฝึกซ้อมที่ดีและเหมาะสมแก่ตัวคุณ ทั้งหมดนี้คือประโยชน์จากการมีโค้ชหรือ ผู้ให้คำปรึกษาในการฝึกซ้อมเพื่อเป็นนักปั่นจักรยานที่ประสบความสำเร็จในอนาคต

5. หมั่นหาความรู้จากบทความและหนังสือเกี่ยวกับจักรยาน
และนี่ก็เป็นอีกวิธีดีที่สุดต่อพัฒนาการในการปั่นจักรยานของคุณ คุณมักจะได้แรงบันดาลใจจากนักปั่นจักรยานคนอื่นๆ ที่เขามีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันมากมายในการไปถึงประสิทธิภาพสูงสุดของการขี่จักรยาน และ นักปั่นส่วนใหญ่จะใช้ประการณ์ที่สั่งสมมานานของตนเอง แล้วมาเขียนเป็นหนังสือบอกเล่าเทคนิคต่างๆ ที่เขาทำและสามารถประสบความสำเร็จจากเทคนิคนั้น ดังนั้นเราจึงสามารถ หาความรู้จากหนังสือต่างๆ เหล่านี้ เพื่อมาปรับปรุงการขี่ของเราให้ดีขึ้นได้ ยิ่งอ่านมากเท่าใหล่ตัวเราเองก็จะมีความรู้ และเทคนิคต่างๆ สะสมภายในตัวเราและจะทำให้เรามีประสบการณ์ และความรู้มากตามไปด้วยครับ

สิ่งสำคัญและโปรดจำไว้ว่า
เราไม่ได้รู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับจักรยาน และไม่มีสูตรสมบูรณ์แบบตายตัวที่เหมาะสมกับทุกคน ดังนั้นคุณสามารถปรับเปลี่ยนแนวทางการฝึกซ้อมที่ดีที่สุด และรวมสิ่งเหล่านั้นเข้าไปในโปรแกรมการฝึกซ้อมจักรยานของคุณ ผมหวังว่า คุณจะใช้วิธีการแบบคล้ายคลึงกันนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุณกำลังค้นหาและมุ่งหวัง ขอบคุณครับ


ที่มา www.udonbikes.com/forum/index.php?topic=1774.0

10 ก.ค. 2555

การรับประทานอาหารสำหรับนักจักรยาน

|0 ความคิดเห็น
การรับประทานอาหารสำหรับนักจักรยาน
อาหารมื้อก่อนการแข่งขัน 

สิ่งที่บางคนต้องการสำหรับการเตรียมตัวแข่งขันและเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ อาหารก่อนการแข่งขัน อาหารมื้อก่อนการแข่งขันกีฬาที่ใช้พลังงานอย่างมากจนถึงปานกลางนักกีฬาควรกินอาหารก่อนการแข่งขัน อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารได้เคลื่อนไปที่กระเพาะและนำสู่กระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย แต่หากมีความกังวล ความเครียด กลัว หรือโกรธ ก็อาจทำให้กระเพาะทำงานช้ากว่ากำหนดได้ ซึ่งทำให้อาหารตกค้าง อยู่ในกระเพาะและลำไส้ ดังนั้นขอให้ยึดหลักง่าย ๆ ว่า อาหารก่อนการแข่งขันควรเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและเป็นประเภทแป้ง เช่น ขนมปัง โจ๊ก ข้าวต้ม ไม่ควรเป็นอาหารที่ย่อยยาก เช่น อาหารที่มีโปรตีนหรือไขมันสูง อย่างไรก็ดีก็ต้อง คุ้นเคยกับอาหารก่อนแข่งด้วย และที่สำคัญต้องดื่มน้ำเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ


ส่วนกีฬาที่ใช้เวลาในการแข่งขันสั้นไม่จำเป็นต้องกินอาหารก่อนแข่ง เนื่องจากพลังงานที่ใช้ในกีฬาประเภทนี้ใช้น้อย จึงสามารถใช้พลังงานที่สะสมอยู่แล้วในกล้ามเนื้อ สำหรับนักกีฬาที่ต้องใช้เวลาในการแข่งขันมากควรกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตมาก เพื่อสะสมไกลโคเจนไว้ในกล้ามเนื้อให้มาก ไม่ควรดื่มกาแฟและแอลกอฮอล์ก่อนการแข่งขัน เพราะอาจทำให้ปัสสาวะมาก และการทำงานของกล้ามเนื้อไม่สัมพันธ์กัน สำหรับนักกีฬาจักรยาน อาหารมื้อก่อนแข่งขันยึดหลักว่าควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย เพื่อจะได้ย่อยหมดไปก่อนการแข่งขัน อาหารที่เข้าหลักนี้คือ อาหารที่มีไขมันต่ำและมีปริมาณโปรตีนไม่มากนัก เพิ่มอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น อาหารมื้อหลักควรกินก่อนการแข่งขัน 3-4 ชั่วโมง อาหารว่างกินได้ 1-2 ชั่วโมงก่อนแข่ง อาหารที่เหมาะแก่การบริโภคในมื้อก่อนแข่งจึงควรเป็นอาหารธรรมดา ที่ถูกหลักโภชนาการ โดยหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ เช่น พริกไทย กะหล่ำปลี ผักดอง ซึ่งจะทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายท้องหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรืออาหารที่มีรสหวานมาก เลือกรับประทานอาหารให้ถูกจังหวะกับการแข่งขัน และควรเป็นอาหารที่นักกีฬาคุ้นเคย ไม่ควรจะอดอาหารก่อนการแข่งขันถ้ารู้สึกไม่อยากอาหาร อาจเปลี่ยนจากอาหารปกติมาเป็นอาหารเหลวได้ ซึ่งนอกจากจะง่ายต่อการย่อยแล้ว ยังจำเป็นสำหรับการเสริมพลังงานแก่ร่างกายได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย



อาหารระหว่างการแข่งขัน 

ปกตินักกีฬาจะไม่รับประทานอาหารในระหว่างแข่งขันเพราะจะมีปัญหาเรื่องการย่อยยกเว้นในกีฬาบางประเภท เช่น การแข่งจักรยานประเภทถนนที่แข่งกันครั้งละหลาย ๆ ชั่วโมง อาหารส่วนใหญ่ที่นักกีฬาจะกินได้จึงเป็นรูปของเครื่องดื่มที่มีกลูโคสหรือสารคาร์โบไฮเดรตตัวอื่น ๆ 
สำหรับเครื่องดื่มเหล่านี้ควรระวังไม่ให้มีปริมาณน้ำตาลมากเกินไป เพราะจะมีปัญหาเรื่องการดูดซึมและเกิดอาการท้องอืด แน่น จุก เสียด หรือ คลื่นไส้อาเจียน ความเข้มข้นของน้ำตาลไม่ควรเกิน 25 % ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมาก ถ้าคิดในแง่ของการเสริมพลังงานผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าแทน โดยเฉพาะในการแข่งขันที่ไม่นานเกินกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง การสูญเสียพลังงานและเกลือแร่ยังไม่มากนัก ดื่มน้ำเปล่าชดเชยก็เพียงพอ แต่การแข่งขันที่ยาวนานกว่านั้น การดื่มเกลือแร่อาจเข้ามามีบทบาท ทั้งน้ำเปล่าและเกลือแร่ควรแช่เย็นก่อนรับประทานจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความร้อนระอุในร่างกายอันเกิดจากการออกกำลังกาย



อาหารหลังการแข่งขันควรเป็นอย่างไร

การกินอาหารหลังการแข่งขันไม่มีข้อจำกัด เพียงแต่พยายามกินชดเชยพลังงานที่ใช้ไปตลอดจนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปในระหว่างการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น การแข่งขันที่ใช้เวลานาน เช่น วิ่งมาราธอน จักรยานทางไกล ก็ต้องกินอาหารที่มี าร์โบไฮเดรตสูงและมีปริมาณเกลือแร่เพียงพอ โดยเฉพาะโปตัสเซียม ซึ่งมีมากในผลไม้ประเภทส้ม กล้วย และในเมล็ดถั่ว การกินอาหารชดเชยไม่ใช่กินเพียงมื้อเดี่ยวจะได้ แต่จะ ต้องใช้เวลา 2 - 3 วัน กว่าจะมีการสร้างและสะสมไกลโคเจนในกล้ามเนื้อกลับคืนสู่สภาพเดิม

5 ก.ค. 2555

น้ำหนักของจักรยาน เรื่องที่มืออาชีพควรใส่ใจ

|0 ความคิดเห็น
สวัสดีครับเพื่อน ๆ วันนี้ผมไปเจอบทความเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนักของจักรยาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ที่คิดได้หลายแง่หลายมุม จะว่าซีเรียสก็ใช่ จะว่าไม่ซีเรียสก็ไม่เชิง ซึ่งสำหรับท่าน ที่ปั่นจักรยานเล่น ๆ ออกกำลังกาย ไม่ได้เจาะจงต้องใช้แข่งขันก็คงไม่ซีเรียสหรือคิดมากกับน้ำหนักของจักรยานที่ท่านใช้อยู่ แต่สำหรับมืออาชีพที่เป้าหมายแข่งขันเป็นหลัก ก็คงจะไม่สนใจกับน้ำหนักจักรยานคงไม่ได้แล้ว เพราะสิ่งนี้ก็เป็นตัววัดผลแพ้ชนะได้เช่นเดียวกัน หากฝีมือฝีเท้าใกล้เคียงกัน  ส่วนสำหรับท่านที่มีเงินถุงเงินถังจะอัพไปใช้จักรยานเบา ๆ แพง ๆ ใช้ก็ไม่ว่ากันนะครับ ...


กลับมาเข้าเรื่องน้ำหนักของจักรยานกันดีกว่า สำหรับบทความนี้ต้องยกเครดิตให้กับเวป thbike.blogspot.com ตามมารยาทผมลงลิ้งค์ให้ท้ายบทความแล้วนะครับ สำหรับบทความดี ๆ เชิญอ่านกันได้เลยครับ...

หากเราจะพูดเรื่องน้ำหนักของจักรยาน กันแล้วหลายคนคงนึกถึงจักรยานที่มีราคาแพง ๆ รวมไปถึงชิ้นส่วนต่างๆ ที่ประกอบประกันขึ้นมาเป็นจักรยาน 1 คัน วันนี้ผมจึงมาเล่าถึงประสบการณ์เล็กน้อยๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวครับ



หลายครั้งที่เราออกไปปั่นจักรยาน กับกลุ่มเพื่อนๆ แล้ววันไหนหากเพื่อนในกลุ่มเรา คนใดคนหนึ่ง ซื้อจักรยานมาใหม่หลายคนคงสงสัยว่า จักรยานของเขาจะหนักสัก กี่กิโลกลัม แล้วเขาซื้อมาด้วยราคาเท่าไหล่ (นึกในใจ!! มันชั่งสวยงามอะไรเช่นนี้) หากเราไม่ใช่คนมีฐานะ ร่ำรวย เราคงคงต้องนึกอยู่แล้วครับว่า (หากเราได้จักรยานแบบเขามาขี่สักคัน เราคง ปั่นได้เร็วและแรง น่าดู!!) บางคนไปหาซื้อของมาตกแต่งจักรยานของตน หาอะไรต่อมิอะไร มาเปลี่ยน ทั้งที่ของเดิมที่ใช้อยู่ก็ยังสภาพ เกิน 80% หรือแทบจะไม่มีอะไรสึกหลอเลย แต่ก็อย่างว่าละครับ มันอยู่ที่ความพึงพอใจของแต่ละคน หากท่านไหนพอจะมีฐานะ หน่อยก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ เขาก็ใช้เงินสมกับฐานะทางสังคมของเขา แต่ก็มีอีกหลายคน เช่นกันครับ ที่ตามๆ เขาไปทั้งที่กำลังทางการเงินของตัวเอง ก็เดือนชนเดือน อยู่แล้ว ต่างคนก็ต่างจิต ต่างใจครับ

ผมมีเรื่องเรานิดหน่อยครับ ตอนที่ผมจะประกอบรถของผม คือคันที่ผมใช้ขี่อยู่ทุกวันนี้ สักหน่อยครับ ตอนแรกผมก็หาข้อมูลจากหนังสือ และอินเตอร์เน็ต อยู่นานพอสมควรครับ โดยผมจะค่อยๆ ซื้อมาประกอบทีละชิ้นเลยละครับ คือตอนนั้นผมไม่มีเงินก้อน ที่จะซื้อมาประกอบที่เดียวทั้งคัน ผมเลยซื้อมาเดือนละชิ้น สองชิ้น ก็ใช้เวลาประมาณ 4 เดือนกว่าๆ ครับ กว่าผมจะได้ขี่จักรยานคันนี้ หมดเงินไปประมาณ สี่หมื่นกว่าบาท แต่อะไหล่ทุกชิ้นที่ผมซื้อมา ล้วนแต่คุณภาพสมราคาครับ แถมไปซื้อของเขาบ่อยๆ เขาก็ลดราคาให้แบบผมไม่ต้องต่อลองราคาเลยครับ

เบาะจักรยานเบาๆ

ส่วนเรื่องน้ำหนักของอะไหล่แต่ละชิ้น ยิ่งเบาราคาก็ยิ่งสูงครับ โดยส่วนตัวผมจะเลือก อะไหล่จักรยาน ที่มีราคากลางๆ ไม่สูงเกินไป ผมขอยกตัวอย่างตอนที่ผมจะหาซื้อเบาะจักรยาน คันที่ผมใช้อยู่นะครับ ยี่ห้อ A ราคา 6,000 บาท น้ำหนัก 200 กรัม ยี่ห้อ B ราคา 1,200 บาท น้ำหนัก 250 กรัม เป็นคุณจะเลือกยี่ห้อไหนครับ แต่ตัวผมเลือก ยี่ห้อ B ครับ เพราะว่าผมคิดว่า น้ำหนักต่างกันแค่ 50 กรัม ราคามันไม่น่าจะต่างกันราวฟ้ากับเหว เช่นนี้ ส่วนเรื่องยี่ห้อ ไม่ได้กินผมหลอกครับ เพราะผมไม่สนเลยครับ ผมสนแต่คุณภาพเท่านั้น หลายอย่างของดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป ครับ ผมขอยกตัวอย่างเรื่องของดีไม่แพงแล้วกันนะครับ นั่นคือกางเกงสำหรับปั่นจักรยาน ครับ ผมเคยใช้ของนอกยี่ห้อหนึ่ง ผมไม่บอกยี่ห้อแล้วกันครับเดี๋ยวเขาจะได้รับความเสียหาย ผมใช้ไม่กี่เดือนก็ยานแล้วครับ ถ้านึกไม่ออกลองนึกถึงภาพถุงเท้านักเรียน ที่มันหมดสภาพเอาครับ เหมือนกันไม่มีผิดเลยครับ ผมเลยกลับไปใช้ของประเทศเราผลิตเองยี่ห้อ "กุ้งทอง" หลายคนอาจจะงง ครับว่า กางเกงปั่นจักรยาน ยี่ห้อดังกล่าว มันมีอยู่ในโลกนี้ด้วยหรอ ผมขอตอบแบบไม่เขินเลยครับ ว่ามีครับ และหลายคนอาจจะสงสัยอีกว่าแล้ว จะหาซื้อได้ที่ไหนกันหละ!! ไม่ต้องกลัวครับผมบอกเลยแล้วกัน ผมไปซื้อที่ร้าน "โกเหลียง" ครับซึ่งร้านของพี่เขาอยู่แถวลาดพร้าว 101 ครับ ผมใส่ทั้งชุดครับ ยี่ห้อนี้หมด มันถูกใจผมตรงที่ กางเกง 300 บาท เสื้อ 120 บาท (ราคานี้ สมัย 2 - 3 ปีที่แล้วครับ) ความทนไม่ต้องพูดถึงครับใช้กันจมลืมเลยละครับว่าซื้อมาตอนไหน

ซึ่งเรื่องเกี่ยวกับน้ำหนักของจักรยานนั้น ก็ไม่ใช้เรื่องใหญ่อะไรมากมายครับ เราแค่เลือกน้ำหนักแล้วนำมาเปรียบเทียบกับราคา และคุณภาพครับ ว่ามันเหมาะสมกันหรือเปล่า สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความพึงพอใจ แล้วก็เงินครับ สุดท้ายครับ จักรยานจะเทพขนาดไหน แต่เจ้าของขี้เกียจฝึกซ้อมเสียแล้ว ดังนั้นน้ำหนักรถเบาๆ จะมีประโยชน์เช่นไรครับ 



ที่มาบทความ thbike.blogspot.com

บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง