ss
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Do It Yourself แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Do It Yourself แสดงบทความทั้งหมด

4 พ.ย. 2554

ดูแลจักรยานด้วยตัวเองให้ดี ก่อนถึงมือช่าง ตอนที่ 2 (จบ)

|0 ความคิดเห็น
ดูแลจักรยานด้วยตัวเองให้ดี ก่อนถึงมือช่าง ตอนที่ 2 

ตรวจสอบการสึกหรอของโซ่ : เราชอบเรียกโซ่ที่ดูเหมือนยาวขึ้นว่า “โซ่ยืด” ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตัวโซ่เองไม่ได้ยืด กลับเป็นข้อต่อโซ่เท่านั้นที่สึกหรอจนกร่อนเล็กลงทำให้มีช่องว่างระหว่างรูบนตัวโซ่กับข้อต่อนี้กว้างขึ้น มันจึงหลวมและวางตัวบนฟันเฟืองไม่สนิทส่งผลให้การเข้าเกียร์ไม่แม่นยำพอ มีเครื่องมือพิเศษให้ใช้วัดความสึกหรอของโซ่ได้ แต่มีวิธีที่ง่ายกว่าคือเมื่อโซ่พาดตัวอยู่บนจานใบเล็กสุดนั้นให้ใช้มือขวาจับขาบันไดออกแรงจะหมุนในขณะที่มือซ้ายจับล้อหลังขืนแรงไว้ ถ้าเป็นว่าตัวโซ่ไม่วางตัวแสบสนิทกับฟันเฟืองแต่ลอยตัวอยู่ปลาย ๆ ฟันนั่นคือความสึกหรอที่ต้องจัดการ หาโซ่ใหม่มาเปลี่ยนได้เลย

พันเทปพันแฮนด์เสือหมอบด้วยตัวเอง : การพันเทปแฮนด์ใหม่ทำให้เหมือนกับได้จักรยานใหม่ทั้งคันอย่างไม่น่าเชื่อ แต่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ การจับและเสียดสีระหว่างมือกับเทปจะทำให้มันบางลง เทปที่บางและสีหมองคล้ำลงนั้นต้องเปลี่ยนพันเทปใหม่ วิธีการคือแกะเทปในส่วนใกล้คอแฮนด์ที่สุดเสียก่อนแล้วคลายตัวออกไปเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงมือเบรคจึงถลกยางหุ้มขึ้นแล้วคลี่เทปนั้นต่อจนถึงปลายล่างสุดของแฮนด์ เมื่อจะพัน หันหน้าออกหน้าจักรยานเหมือนตอนขี่ สำหรับด้านขวามือหลังจากเสียบจุกปลายแฮนด์เข้าที่แล้วให้พันเทปทับตัวเอง ดึงให้ตึงมือพอประมาณระหว่างพัน ความหนืดของตัวมันจะจับเทปให้แน่นกับแฮนด์โดยไม่จำเป็นต้องยัดเข้าปลายแฮนด์แล้วเสียบจุกทับ ซึ่งเป็นวิธีที่ยากและเสียวเวลาสำหรับมือใหม่ ให้พันตั้งแต่ปลายแฮนด์ล่างสุดขึ้นมาตามทิศทางทาวนเข็มนาฬิกา ถลกยางหุ้มมือเปลี่ยนเกียร์ออกเพื่อติดเทปชิ้นที่มีมาในกล่องก่อนจะพันเทปเดิมทับแล้วเลื่อนยางลงปิดทับเมื่อพันเลยไปแล้ว  ด้วยวิธีนี้เทปจะพันตัวเองทับแฮนด์ไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดในสุดใกล้คอแฮนด์ เมื่อถึงจุดนี้ให้ตัดเทปเป็นรูปแหลมลิ่มแล้วมันจะพันได้ระดับเสมอกันเอง ปิดเทปจากด้านซ้ายก็กระทำเช่นเดียวกันเว้นแต่ตรงปลายด้านล่างสุดเท่านั้นที่ต้องเริ่มพันด้วยทิศทางตางกันข้ามกับขวามือคือตามเข็มนาฬิกา เพื่อให้เทปนี้คงประสิทธิภาพอยู่เสมอควรจะรื้อเปลี่ยนใหม่ปีละครั้งหรือสองครั้ง

เช็ดสายเคเบิ้ลและปลอกสาย : ถ้าการเข้าเกียร์ของคุณฝืด ไม่ว่าเพราะเพิ่งขี่จักรยานตากฝนมาหรือด้วยการไม่ได้ทำความสะอาดมานาน เป็นเคเบิ้ลใหม่และยังไม่ยืด การทำความสะอาดทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ คือ ให้ใช้มือข้างหนึ่งหมุนขาจานไปข้างหน้า เข้าเกียร์ไต่ขึ้นไปให้โซ่พาดเฟืองท้ายตัวใหญ่ที่สุดในขณะที่ใช้จานหน้าเล็ก หยุดหมุนขาจาน ล้อหยุดแล้วแต่ให้สับเกียร์กลับมาอยู่เฟืองหลังเล็กเหมือนเดิม การทำเช่นนี้จะทำให้สายเกียร์หย่อนจนพอให้รูดปลอกสายออกให้เห็นตัวเคเบิ้ลโลหะได้ หากพบว่ามีคราบสนิมติดอยู่ให้ใช้ผ้าสะอาดรูดออกแล้วตามด้วยหยอดน้ำมันลงปลอก ชโลมน้ำมันให้ทั่วทั้งเส้นทิ้งไว้ 10 นาที แล้วใช้ผ้าเช็ดออกให้สะอาดเป็นอันเสร็จ

ตรวจสอบยางเบรก : ตรงนี้คือจุดที่นักจักรยานให้ความสนใจน้อยที่สุด แต่ความสำคัญคือมันอาจจะทำให้ขอบล้อราคาแพงของคุณเสียหายได้หากมีก้อนกรวดหรือของมีคมเข้าไปฝังในเนื้อยางเบรค ให้ถอดล้อออกทั้งหน้าและหลัง สังเกตที่ตัวยางเบรกแล้วลูบ หากพบสิ่งแปลกปลอมทิ่มนิ้วให้ใช้ปากคีบหรือคัตเตอร์แหลม ๆ แซะออกหรือถ้าพบว่ายางนี้แข็งกระด้างจนด้อยประสิทธิภาพจนรู้สึกได้ เมื่อออกแรงเบรคก็จะได้เปลี่ยนได้ทันที

ตรวจสอบชุดถ้วยคอ/คอแฮนด์ : คอแฮนด์หลวมหรือขุดถ้วยคอที่ไม่ได้ตรวจสอบมานาน กระแทกกระทั้นจากากรขี่จนหลวม อาจทำให้บังคับทิศทางลำบาก เสื่อมสภาพเร็วและหากร้ายแรงที่สุดคือทำให้คนขี่จักรยานบาดเจ็บหรือถึงตาย วิธีตรวจสอบคือให้จับล้อหน้าเขย่าขึ้นลงก่อน ถ้าแน่นก็ถือว่าปกติแต่ถ้ายังมีอาการโยกคลอนก็ต้องขันให้แน่น วิธีการคือคลายน็อตยึดคอแฮนด์ออกก่อนแล้วตามด้วยการขันน็อตหัวท่อคอตะเกียบให้แน่นพอตึงมือ ไม่ต้องแน่นมาก เพราะต้องการแค่ยึดท่อตะเกียบให้สนิทกับเฟรมพอไม่โยกเท่านั้น โดยเฉพาะฝาปิดท่อคอตะเกียบบนสุดที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์นั้นอาจจะแตกหักได้ง่ายถ้าขันแน่นเกิน เมื่อจัดวางแนวคอแฮนด์ให้ตรงกับล้อหน้าแล้วจึงขันน็อตยึดคอแฮนด์กับท่อคอตะเกียบ พึงสังเกตว่ามีตัวเลขบอกความตึงเป็นนิวตัน/เมตร บนคอแฮนด์หรือไม่ ตามปกติในจุดนี้จะให้ประแจปอนด์ขันตามแรงตึงที่กำหนด คอแฮนด์ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ตามปกติจะกำหนดตัวเลขนิวตัน/เมตรไว้ จงใช้ประแจให้ขันสลับกันสองน็อตตัวละ ¼ รอบ จนกว่าขีดระบุแรงตึงบนัวประแจจะลั่นบอกว่าตึงตามระบุไว้แล้วเป็นอันเสร็จสิ้น

ตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมฝังยาง : ในการขี่จักรยานทุกครั้งยางจักรยานคือสิ่งที่ต้องเผชิญกับของมีคมตั้งแต่ออกจากบ้าน ทั้งก้อนหินแหลมคมและเศษแก้วเศษกระจกที่กลาดเกลื่อนบนถนน เมื่อยางนุ่มกว่าของพวกนี้ก็มีโอกาสที่จะรับมันฝังเข้ามาได้มากจนอาจจะเป็นอันตรายในการขี่ครั้งต่อไป  หากของมีคมที่ฝังไว้นี้จะทิ่มแทงทะลุเนื้อยางเข้าไปเจาะยางในจนแตก วิธีการตรวจสอบเพื่อป้องกันจึงต้องมี เริ่มต้นด้วยการปล่อยลมยางออกให้เหลือเพียงครึ่งเดียว เพื่อให้ยางอ่อนตัวลงเล็กน้อย ใช้มือสวมถุงมือค่อย ๆ รูดหมุนดูยาง เมื่อพบเศษวัสดุมีคมที่โผล่พ้นยางไม่มาก ความอ่อนจะช่วยได้เมื่อคุณใช้ทั้งสองมือค่อย ๆ บี้ยางตรงตำแหน่งนั้นเพื่อให้เศษวัสดุขยับหลุดออกมา ด้วยการตรวจสอบนี้คุณจะปลอดภัยในการขี่จักรยานครั้งต่อไป      ทั้งหมดนี้คืออาการเบื้องต้นที่นักจักรยานมือใหม่พึงสังเกตและปรับแต่งเองง่าย ๆ เป็นเรื่องที่คุณทำได้จริง ๆ ด้วยเวลาเพียงนิดเดียวหากฝึกให้คล่องขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีปัญหา การสังเกตและแก้ไขเท่าที่ทำได้จึงดีกว่าเอะอะอะไรก็วิ่งหาช่างลูกเดียว หรือใครว่าไม่จริง

ดูแลจักรยานด้วยตัวเองให้ดี ก่อนถึงมือช่าง ตอนที่ 1

|0 ความคิดเห็น
ดูแลจักรยานด้วยตัวเองให้ดี ก่อนถึงมือช่าง ตอนที่ 1

ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ขี่จักรยานอย่างจริงจัง คุณจะรู้ว่าความสนุกกับจักรยานไม่ได้ถูกจำกัดแค่การควบมันให้เร็วที่สุดหรือลุยไปบนเส้นทางวิบากสุดโหดไหน ๆ เท่านั้น เสน่ห์ของการปั่นจักรยานไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพหรือเพื่อแข่งขันแท้จริงแล้ว ยังมีอยู่ในการได้บำรุงรักษามันด้วยตัวเองด้วย คนขับรถแข่งรู้สมรรถนะของรถยนต์ตัวเองฉันท์ใดนักจักรยานที่ดีก็ต้องรู้จักชิ้นส่วนและการทำงานของจักรายตัวเองฉันท์นั้น จะง่ายกว่าเสียด้วย เพราะชิ้นส่วนจักรยานไม่ได้ซับซ้อนมากมายเท่ากับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่ยากหากเราจะดุแลจักรยานคันโปรดด้วยตัวเอง เป็นช่างเสียเองไม่ต้องยกมันไปร้านจักรยานทุกครั้งที่มีปัญหา ลองสังเกตแล้วลงมือปฎิบัติดูเมื่อมีเวลา แล้วจะเข้าใจว่าการเป็นช่างจักรยานตัวเองนั่นไม่ยากอย่างที่คิด มันสนุกและที่สำคัญคือคุณได้ความภูมิใจด้วยที่ซ่อมจักรยานของตัวเองได้

วิธีเพื่อดูแลชิ้นส่วนสำคัญด้วยตัวเอง

ชุดกะโหลกและจานหน้า : ดึงโซ่ออกจากจานหน้าปล่อยห้อยไว้กับแกนกะโหลก ถ้าโซ่สกปรกให้เช็ดเสียก่อน ส่วนการจะถอดชุดกะโหลกออกเพื่อทำความสะอาดหรือเพื่อเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดนั่นควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างเขาจะดีกว่า ถ้าโยกแล้วไม่พบว่าแกนกะโหลกหลวมคลอนก็ถือว่ามันยังปกติ แต่ถ้าโยกแล้วพบว่าจานหน้าหลวมแต่แกนกะโหลกยังแน่นอยู่ วิธีการคือให้ใช้ฆ้อนยางตอกขาจานทั้งคู่ซ้ายขวาเข้ากับแกนกะโหลกเบา ๆ  ใช้ประแจหกเหลี่ยมขนาด 8 ม.ม. หรือประแจปอนด์ขันเข้าไปที่แกนกะโหลก ถ้าเป็นประแจปอนด์ก็ต้องดุที่ขาจานว่าระบุไว้ให้ขันแน่นกี่นิวตัน/เมตร แล้วขันตามนั้น การขันแน่นเกินอาจจะทำให้เกลียวหวาน แล้วมาดูที่ตัวจานซึ่งไมว่าจะเป็นแบบสองหรือสามใบ จะยึดกันไว้ด้วยน็อตหกเหลี่ยมขนาด 5 ม.ม. ให้ใช้ประแจหกเหลี่ยมขนาดเท่ากันสอดไปขันพอตึงมือก็จะแน่นพอดี

ตีนผี : การเข้าเกียร์ได้ไม่ลื่นไหลโดยเฉพาะเฟืองหลัง มักจะเกิดจากสายเคเบิ้ลยึดเพราะดึงบ่อย ๆ หรือขันแน่นไม่พอ สายเคเบิ้ลยืดจึงมีผลต่อการวางตัวของโซ่บนใบเฟือง ช่างมือสมัครเล่นบางคนก็ขอบแก้ปัญหานี้ด้วยการหมุนสกรูสองตัวท้ายตีนผีเอาง่าย ๆ เพื่อตั้งตีนผี ทั้งที่จริง ๆ แล้สกรูดังกล่าวทั้งคู่นี้มีไว้ตั้งขีดจำกัดการเคลื่อนที่ของโซ่ให้มันอยู่ในขอบเขตของเฟืองตัวใหญ่และเล็กที่สุด ไม่ให้ตกลงมาหรือเลยออกไปจนเข้าทำความเสียหายกับซี่ลวดได้เมื่อเข้าเกียร์สูงหรือต่ำสุด การตั้งความตึงเคเบิ้ลของตีนผีนั้นง่ายมาก วิธีการคือสับเกียร์ลงมาอยู่บนเฟืองตัวเล็กที่สุด ใช้มือข้างขวาหมุนขาจานส่วนมือข้างซ้ายก็จับสกรูตัวดำ ๆ ท้ายตีนผีตรงขั้วสายเคเบิ้ล หมุนไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา (เมื่อหันหน้าเข้าหาท้ายจักรยาน) หมุนไปช้าๆ พร้อมกับลองเข้าเกียร์ไปเรื่อย ๆ ให้ขึ้นและลงจากใบเฟืองเล็กสุดมาใหญ่สุด ใหญ่สุดลงไปถึงเล็กสุด เมื่อพบว่าโซ่วางตัวพาดใบเฟืองเรียบร้อยดี ต่อมาก็ปรับละเอียดที่ตัวสายคือควงปรับความตึงละเอียดที่ติดอยู่กับสายเคเบิ้ลเกียร์ตีนผี (สำหรับเกียร์รุ่นเก่าควงนี้จะติดอยู่กับท่อล่างตรงขั้วเคเบิ้ล แต่เกียร์รุ่นใหม่ที่ร้อยสายไว้ในเฟรมจะอยู่กับเคเบิ้ล ระหว่างหัวเกียร์กับท่อล่าง)

การปรับละเอียดทำได้ด้วยการปรับควงตัวนี้ หมุนได้ทีละเศษหนึ่งส่วนสี่รอบแล้วลองเข้าเกียร์ดู ลองหมุนได้ทั้งทวนและตามเข็มนาฬิกาไปพลางเข้าเกียร์จนกว่าโซ่จะพาดเฟืองได้แม่นยำทุกตัว ถ้าทำทั้งสองอย่างแล้วยังมีปัญหา ขั้นแรกให้ซ้อสายเคเบิ้ลเกียร์มาเปลี่ยนแล้วเริ่มปรับความตึงด้วยการหมุนควงปรับท้ายตีนผีก่อน แล้วตามด้วยหมุนควบปรับตรงสายเคเบิ้ล หากทำตามขั้นตอนทั้งสองแล้วยังปรากฎว่าเข้าเกียร์ได้ลำบากก็ต้องปรึกษาช่าง

หยอดน้ำมันหล่อลื่นโซ่ : พวกช่างมืออาชีพในทีมจักรยานแข่งระดับแนวหน้า บอกกับเราว่าวิธีการหล่อลื่นโซ่จักรยานให้ได้ผลดีที่สุดคือการทำความสะอาดโซ่ให้ปราศจากคราบฝุ่นและดินสะสมเสียก่อน ด้วยการใช้ผ้าหรือฟองน้ำสะอาดชุบน้ำสบู่จับรอบโซ่ในระดับใต้ตะเกียบโซ่ด้วยมือซ้ายและใช้มือขวาหมุนขาจานหน้าสิบรอบ เปลี่ยนผ้า (หรือใช้ส่วนอื่นที่ยังสะอาดอยู่) มาจับโซ่แล้วหมุนใหม่จนกว่าโซ่จะสะอาดซึ่งดูได้จากผ้าที่ต้องสะอาดไร้คราบน้ำมันจับ จะเช็ดซ้ำด้วยผ้าให้แห้งสนิทหรือปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งนาน 10 นาทีก็ได้ ก่อนจะหยอดน้ำมันหล่อลื่นโซ่จักรยานลงไปที่ข้อให้ครบทุกข้อทีละข้อช้า ๆ ปล่อยให้น้ำมันซึมลงข้อจนทั่วทิ้งไว้อีกสิบนาทีเช่นกัน แล้วค่อยใช้ผ้ารูดน้ำมันส่วนเกินออกจากโซ่ ส่วนที่ใช้งานจะซึมลงไปในข้อโซ่เรียบร้อยแล้ว ผนังโซ่ที่ด้านนอกนั่นไม่ต้องหล่อน้ำมันเพราะจะไปเคลือบไว้แล้วกลายเป็นตัวดูดจับฝุ่นให้สกปรกเปล่า ๆ ซ้ำยังจะเป็นตัวเสียดสีระหว่างข้อจนทำให้โซ่ของคุณสึกหรอเร็วกว่าเดิมด้วย

หลักอาน : การดูแลหลังจากขี่จักรยานตากฝนมาแล้ว ทำได้โดยการให้เทปพันจุดที่หลักอานต่อกับเฟรมจักรยานไว้เพื่อหมายตำแหน่งความสูงเดิม ใช้ควงหกเหลี่ยมหมุนสกรูยึดแหวนหลักอานออกก่อนแล้วใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดหลักอานให้สะอาดทั้งท่อน ยกเฟรมหงายเพื่อให้น้ำและสิ่งสกปรกตกค้างไหลออก ทาจาระบีบาง ๆ ที่หลักอานใต้แนวเทปพันสายไฟแล้วใช้ควงหกเหลี่ยมขันกลับให้ได้ระดับตามที่หมายไว้ด้วยเทปพันสายไฟและแน่นดังเดิม หากตรงจุดนี้ถูกกำหนดไว้ว่าต้องขันแน่นเป็นตัวเลขนิวตัน/เมตรก็ให้ขันให้แน่นตามตัวเลขกำหนด

>> อ่านต่อตอนที่ 2 

12 ส.ค. 2554

วิธีเปลี่ยนยางในจักรยาน

|0 ความคิดเห็น


สิ่งที่ควรปฏิบัตเมื่อเกิดสถานการณ์ยางแบน

* อย่าตกใจ ชะลอความเร็วจนหยุด ห้ามฝืนขี่ต่อไปทั้งที่ยางแบน
จะทำให้ยางนอกและขอบล้อเสียหายไปด้วย
* ถอดล้อข้างที่ยางแบนออก ตรวจดูภายนอกว่ามีหนามหรือสิ่ง
แหลมคมปักคาอยู่หรือไม่ บางครั้งอาจมีรอยรั่วมากกว่าหนึ่งจุด
* การพกอุปกรณ์ที่จำเป็นติดตัวไปในขณะขี่จักรยาน ช่วยให้งาน
เปลี่ยนยางที่รั่วง่ายขึ้นมาก อย่ายืมยางในจากเพื่อนร่วมทาง
* อุปกรณ์อำนวยความสะดวกบางอย่างเช่น หลอดบรรจุแก๊สจะ
ช่วยประหยัดเวลา ทำให้เดินทางต่อได้รวดเร็ว ประหยัดแรง
แต่สูบมือยังเป็นปัจจัยยอดนิยมที่ประโยชน์
อุปกรณ์ที่ควรจะพกติดตัวทุกทริป
1. ยางใน
2. สูบแบบพก
3. ที่งัดยาง
4. เครื่องมือแบบพกพา , ที่ตัดโซ่
5. ข้อต่อโซ่
6. อาหารสำหรับรับประทานระหว่างทาง เช่น แอปเปิ้ล , ช๊อคโกแลต , กล้วย , เวเฟอร์
7. กระเป๋าเป้สำหรับใส่สัมภาระ แบบที่มีถุงบรรจุน้ำพร้อมสายสำหรับดื่ม
ขั้นตอนการเปลี่ยนยางใน
ใช้ที่งัดยางด้านที่เป็นจะงอย สอดเข้าไป
ระหว่างของล้อและขอบยางนอก ให้เริ่ม
ทำจากด้านที่อยู่ตรงข้ามวาล์วสูบลมก่อน
เพราะเป็นบริเวณที่ไม่มีฐานวาล์ว ทำให้
สอดที่งัดยางได้ง่าย ให้สังเกตว่าแถบยี่ห้อ
ของยางจะอยู่ด้านเดียวกับวาล์วสูบลมทั้ง
นี้เพื่อให้สังเกตได้ง่าย
ช่วงที่สอดที่งัดยางเข้าไปด้านใน ให้ระวังอย่าให้ไปเกี่ยวถูกยางใน
จะทำให้ยางในฉีกขาดได้ ปลายอีกด้านหนึ่งของที่งัดยางให้เกี่ยว
ไว้กับซี่ลวดที่อยู่ด้านใต้บริเวณที่เริ่มงัดยาง
- ใช้ที่งัดยางอันที่สองทำ เช่นเดียวกับครั้งแรก จะเริ่มงัดที่ตำแหน่งห่างจาก จุดแรกหนึ่งช่วงของซี่ลวด

- หรือจะห่างออก มาสองช่วงซี่ลวดก็จะทำให้สอดและ งัดเข้าไปได้ง่ายขึ้น
- ยางธรรมดาทั่วไปบางชนิดสามารถที่จะงัด ออกด้วยการใช้ที่งัดยางเพียง 2 อัน แต่ ยางที่มีขอบยางแข็งแรงหลายแบบ อาจจะต้องใช้ที่งัดยางถึง 3 อันจึงจะหลวมพอที่ จะใช้มือปลิ้นขอบยางออกมาได้ง่าย


- ปลิ้นขอบยางออกให้รอบวงล้อ จนสามารถดึงยางในออกมาได้ทั้งเส้น ควรระวังในการ ดึงบริเวณวาล์วสูบลม เพราะจะทำให้ฐานวาล์วฉีกขาดได้ง่าย


- เมื่อดึงยางในออกควรตรวจอบที่ผิวของยางนอก และที่ขอบล้อว่ามีวัสดุที่จะมาทิ่มยางในเส้นใหม่ได้
นำยางในเส้นใหม่มาสูบลมเข้า ไปเล็กน้อยพอขึ้นรูป แล้วเริ่ม
ใส่ยางในเส้นใหม่เข้าไประหว่าง ยางนอกกับขอบล้อ โดยเริ่มสอด
วาล์วที่รูตรงขอบล้อก่อน จัดวาล์ว ให้ตั้งฉากกับเส้นรอบวงด้านใน
แล้วจึงเริ่มใล่จัดยางในจนครบวง
- ขยับยางในให้เข้าที่ โดยให้ยางในทั้งวง วางอยู่บนขอบล้อ ไม่มีส่วนหนึ่ง
ส่วนใดปลิ้นออกมาด้านนอกให้เห็นได้ การสูบลมไว้ล่วงหน้าช่วยให้การจัดตำแหน่งยางในง่ายขึ้นมาก


- เมื่อยางในเข้าที่แล้วจึงเริ่มสอดให้ขอบยางนอกกลับลงไปยึดกับขอบล้อ เริ่มทำจาก
ด้านวาล์วสูบลมก่อน ขณะเดียวกันให้จัดให้วาล์วตั้งฉากกับขอบล้ออีกครั้ง เพื่อลด
โอกาสฐานวาล์วฉีกขาดหลังจากสูบลมไล่สอดขอบยางนอกจนครบรอบวงเป็นอันเสร็จ
ก่อนที่จะสูบลมให้ปล่อยลมที่สูบไว้ตอนแรกออกเล็กน้อย กดบริเวณขอบยางที่
ใกล้ขอบล้อเพื่อสำรวจดูว่า มีส่วนหนึ่งส่วนใดของยางในถูกหนีบอยู่ระหว่างขอบ
ยางและขอบล้อที่ไหนหรือไม่ หากพบจะต้องแก้ไขก่อนที่จะสูบลม หากใช้ยางใน
ประเภทวาล์วเล็ก ขอแนะนำให้ใช้วาล์วอะแตพเตอร์ valve adapter ซึ่งจะ
ช่วยป้องกันไม่ให้แกนวาล์วงอหรือหักได้ง่าย ให้สอบถามจากผู้ขายและวิธีใช้
ข้อควรปฏิบัตและคำแนะนำที่น่ารู้

* นำยางที่ชำรุดกลับออกมาจากเส้นทางทุกครั้ง
* เวลาสูบลม ให้จับที่บริเวณหัวสูบอย่าให้โยกไปมาจะทำให้ ฐานวาล์วมีโอกาสฉีกขาดได้
* หากเป็นการเดินทางไกล ควรจะนำยางในติดตัวไปสัก 2 เส้น
* ยางในที่ชำรุดอาจใช้ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงได้ เช่นใช้เป็นเชือก สำหรับมัดสิ่งของที่รุงรัง หรือใช้พันอานที่ชำรุดจนใช้งานได้เพียงพอที่จะกลับออกจากเส้นทางโดยปลอดภัย
* ตอนที่ถอดยางในออกจากล้อแล้ว ให้ใช้มือลูบด้านในของยาง นอกด้วยทุกครั้ง พื่อหาเศษหรือปลายหนามที่ตำคาอยู่ด้านใน มี ความเป็นไปได้ที่จะพบหนามมากกว่าหนึ่งจุด

บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง