ss
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bike Science แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bike Science แสดงบทความทั้งหมด

29 ม.ค. 2556

เอซี ชนิทเซอร์ ตามมาแต่งจักรยาน BMW

|0 ความคิดเห็น

ตามมาแต่ง..เอซี ชนิทเซอร์ ตามมาแต่งจักรยาน BMW

จักรยาน
หลายคนคงคุ้นเคยชื่อ เอซี ชนิทเซอร์ (AC Schnitzer) สำนักแต่งรถชื่อดัง เรามักเห็นของแต่งรถยี่ห้อนี้คู่กับ รถเบนซ์ กับ BMW ล่าสุดได้ตามมาแต่งรถจักรยาน ฺBMW โมเดล M Bike Carbon Racer ที่ผู้ออกแบบคิดว่าออกแบบไว้เป็นอย่างดีแล้ว เพราะใช้เฟรม คาร์บอนน้ำหนักเบา รวมถึงอุปกรณ์คุณภาพดีน้ำหนักเบาอื่นๆ ทำให้จักรยานมีน้ำหนักรวมเพียง 7.4 กิโลกรัม แต่เอซี ชนิทเซอร์ เห็นว่ามันน่าจะทำอะไรได้ โดยเฉพาะน้ำหนักน่าจะลงได้อีก จึงได้จับมาแต่งใหม่ โดยได้เปลี่ยนชิ้นส่วนหลายชิ้นให้เป็นคาร์บอน เช่น เปลี่ยนเป็นล้อคาร์บอนของเซ็นทิส (Xentis) หลักอานเปลี่ยนเป็นคาร์บอน เปลี่ยนบันไดน้ำหนักเบา และส่วนประกอบอื่นๆ ทำให้โดยรวมแล้วสามารถลดน้ำหนักลงไปได้อีก 1 กิโลกรัม เป็น 6.9 กิโลกรัม ทำให้จักรยานคันนี้เบาไม่ใช่เล่นเลยครับ
จักรยาน
จักรยาน BMW โมเดล M Bike Carbon Racer สภาพเดิมๆ
เอซี ชนิทเซอร์ ถือว่าการลดน้ำหนักลงได้ประมาณ 12% ของน้ำหนักเดิม และปรับปรุงส่วนประกอบอื่นๆ ถือว่าช่วยให้จักรยานมีการพุ่งตัวที่ดีขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง คาดว่าเอซี ชนิทเซอร์ จะตั้งราคาขายอยู่ที่คันละ 184,500 บาท (6,150 เหรียญ) เพิ่มขึ้นจากราคา BMW โมเดล M Bike Carbon Racer ที่ขายอยู่คันละ 107,370 บาท (3,579 เหรียญ)

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับจักรยานสวย ๆ จาก เอซี ชนิทเซอร์ ชักอยากจะลองเอาจักรยานตัวเองไปแต่งซักคันมั้ยล่ะครับ -_-

ที่มา : Gizmag.com

20 พ.ค. 2555

สุดยอดจักรยานไม้ไผ่

|0 ความคิดเห็น
วันนี้ผมนำเอาจักรยานที่ทำมาจากไม้ไผ่ หรือมีส่วนประกอบที่ทำมาจากไม้ไผ่ มาให้เพื่อน ๆ ได้ชมกันครับ ผมไม่รู้ว่าในบ้านเรามีใครริเริ่มทำบ้างไหม ดูแล้วก็สวยงามใช่ย่อยเลยนะครับ 





Eco Idea เด็ด ๆ ตัวนี้ เป็น 10 ตัวอย่างสุดยอดจักรยาน ซึ่งทั้งสวยงาม ทันสมัย เปี่ยมประสิทธิภาพ และแน่นอนว่ามันช่วยลดโลกร้อนได้ การเอาไม้ไผ่มาเป็นวัสดุในการผลิตจักรยานนั้น นอกจากช่วยลดการใชัวัสดุประเภทอื่นที่ต้องผ่านกรรมวิธีมากมาย ทั้งเชื่อม เจาะ ทำสี หรือการหลอม ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีขั้นตอนหนึ่งที่ส่งผลกระทบผลเสียต่อโลกใบนี้ ดังนั้นการหลีกเลี่ยงมาใช้วัสดุที่แข็งแรงและย่อยสลายง่ายเป็นส่วนประกอบ นั้น จึงช่วยคงความสวยงามของโลกใบนี้เอาไว้อีกทางหนึ่ง

อีกทั้งยังเป็นที่รู้กันว่า การใช้จักรยานเป็นพาหนะเวลาไปไหนมาไหน จะช่วยลดเจ้า CO2 ตัวร้าย ที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกอีกด้วย อยากชวนกันหันปั่นจักรยานกันเยอะ ๆ เพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพเราแล้ว ยังดีต่อสุขภาพโลกนี้ด้วย...ใครสนใจรายละเอียดการออกแบบ...




















เป็นไงบ้างครับ เพื่อน ๆ สนใจอยากถอยมาลองปั่นสักคันไหมครับ.... ขอบอกว่าทั้งสวย และน่าจะใช้งานได้ดีนะ ว่าไหมครับ ...

24 พ.ย. 2554

ประวัติการกำเนิด เพาเวอร์บาร์ สิ่งที่หลายคนอยากรู้

|0 ความคิดเห็น
"เพาเวอร์์บาร์" คำ ๆ นี้ หลายท่านที่เป็นนักกีฬา ทั้งนักกีฬาจักรยาน และ นักกีฬาประเภทอื่น ๆ คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี และเคยใช้ เคยกินกันมานับไม่ถ้วน แต่ทราบหรือไม่ว่า เจ้าเพาเวอร์บาร์นี้ ถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร ต่อไปนี้เป็นประวัติการกำเนิดเจ้าเพาเวอร์บาร์ที่ว่านี้ครับ 


กำเนิดแท่งเพาเวอร์บาร์


เมื่อปี ค.ศ. 1983 ในการแข่งขันวิ่งมาราธอนโอลิมปิค นักวิ่งมาราธอนชาวแคนาดาได้สูญเสียชัยชนะให้กับคู่แข่งไปอย่าง น่าเสียดาย ในระยะทางก่อนหน้าการเข้าเส้นชัยเพียงไม่กี่กิโลเมตร เพียงเพราะว่าสภาพร่างกายของเขาขาดพละกำลังที่จะวิ่งต่อไปได้


จากประสบการณ์ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้เอง ทำให้เขาและภรรยาซึ่งเป็นนักโภชนาการ เริ่มต้นการคิดค้นผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีคุณสมบัติในการให้พลังงานและคุณค่าทางโภชนาการตรงตามที่ร่างกายนักกีฬาต้องการ ตลอด 3 ปีที่พวกเขาร่วมกันคิดค้นและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์อาหารนี้ จนในที่สุด ผลิตภัณฑ์เพาเวอร์บาร์จึงได้ผลิตออกมาเป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ. 1987 เพื่อนนักกีฬาของพวกเขาได้ทดลองผลิตภัณฑ์เพาเวอร์บาร์ และต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า เพาเวอร์บาร์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณสมบัติเสริมสร้างพลังงานให้พวกเขามีศักยภาพในการเล่นกีฬาได้สูงมากขึ้นกว่าที่เคย


ปัจจุบัน เพาเวอร์บาร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่นักกีฬามืออาชีพระดับโลก ต่างให้ความเชื่อมั่นเลือกใช้ และเป็นที่ยอมรับมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา เพาเวอร์บาร์ครองความเป็นผู้นำด้วยสัดส่วนทางการตลาด มากกว่า 40%


สำหรับในประเทศไทย บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เพาเวอร์บาร์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีทั้งหมด 3 กลุ่มดังนี้


1. เพาเวอร์บาร์ เพอร์ฟอร์มานซ์ (PowerBar Performance) 

เป็นผลิตภัณฑ์อาหารให้พลังงานในรูปแบบแท่ง ไขมันต่ำ มีคุณสมบัติในการให้พลังงานสะสม
ต่อเนื่องยาวนาน ช่วยเพิ่มความอดทนให้มีมากขึ้นตามที่ร่างกายของนักกีฬาต้องการ ในช่วงก่อนการแข่งขัน หรือการฝึกซ้อมที่ใช้ระยะเวลายาวนาน

  • ผลิตจากส่วนผสมของข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต คอร์นไซรัป องุ่น ลูกแพร์ ฯลฯ ที่ให้คุณค่าสารอาหารสำคัญต่างๆ ที่จำเป็น โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตซึ่งร่างกายจะเก็บสะสมให้อยู่ในรูปของไกลโคเจนบริเวณกล้ามเนื้อ เพื่อให้เป็นแหล่งพลังงานที่ร่างกายนักกีฬาต้องการมากที่สุด
  • ให้โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่รวม 17 ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะกับร่างกายนักกีฬา
  • ไขมันปริมาณต่ำ
  • ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
  • รสชาติ: ช็อกโกแลต พีนัต บัตเตอร์ พีนัต บัตเตอร์ แอปเปิล ชินเนมอน และวานิลลา 
2. เพาเวอร์บาร์ เพาเวอร์เจล (PowerBar PowerGel) 

เป็นผลิตภัณฑ์อาหารให้พลังงานรูปแบบเจลที่มีคุณสมบัติให้พลังงานทันทีหลังการรับประทาน
จึงเหมาะสำหรับนักกีฬาและผู้ที่ต้องการอัดฉีดพลังงานทันทีในระหว่างการแข่งขันฝึกซ้อม

  • มีส่วนผสมของกรดอะมิโนและคาร์โบไฮเดรตเข้มข้นในรูปแบบเจล ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็วทันที
  • ประกอบด้วยวิตามินซี และอี ซึ่งช่วยในการกำจัดอนุมูลอิสระ ที่เกิดขึ้นจากออกซิเจนที่มากเกินไปในขณะออกกำลังกาย ทำให้ประสิทธิภาพในการแข่งขันหรือการฝึกซ้อมโลดแล่นได้อีกครั้ง
  • ปราศจากไขมัน จึงไม่มีปัญหาในการย่อยหรือสะสมในร่างกาย
  • รสชาติ: วานิลลา ทรอพิคอล ฟรุต และเลมอน
3. เพาเวอร์บาร์ โปรตีนพลัส (PowerBar ProteinPlus) 

เป็นผลิตภัณฑ์อาหารให้พลังงานและโปรตีนคุณภาพสูงรูปแบบแท่ง ไขมันต่ำ มีคุณสมบัติช่วย เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อ รวมทั้งซ่อมแซมเซลส์กล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอหลังจากการออกกำลังกาย
หรือเล่นกีฬา ให้กลับคืนสู่สภาพแข็งแกร่งดังเดิมโดยเร็ว

  • สูตรการผลิตพิเศษไตรซอสซ์ (TriSource) ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของเพาเวอร์บาร์ โปรตีนพลัส เป็นการผสมผสาน ระหว่างนมคุณภาพสูง แคลเซียมคาซิเนต และโปรตีนถั่วเหลือง ทำให้ได้โปรตีนคุณภาพสูง โดยในโปรตีนพลัส 1 แท่งให้โปรตีนสูงถึง 24 กรัม 
  • ส่วนผสมของคุณค่าสารอาหารสำคัญ เช่น กรดอะมิโน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ และวิตามินรวม 17 ชนิด
  • ไขมันปริมาณต่ำ
  • รสชาติ: ช็อกโกแลต พีนัต บัตเตอร์ และช็อกโกแลต ฟัดจ์ บราวนี
ที่มา:thaimtb.com

2 ก.ย. 2554

Aluminum วัสดุทำเฟรมจักรยานยอดฮิตทั้งในอดีตและปัจจุบัน

|0 ความคิดเห็น
เราได้นำเรื่องของวัสดุที่กำลังมาแรงสำหรับการทำตัวถัง และชิ้นส่วนของจักรยาน วัสดุที่น่าจะมีมากที่สุดในการใช้ทำตัวถังและชิ้นส่วนของจักรยาน คงเป็นอะไรอื่นไม่ได้นอกเสียจากอะลูมิเนียม ถ้าจะเรียกให้ถูกจริง ๆ ต้องเรียกว่า อะลูมิเนียม อัลลอย เพราะมันไม่ใช่อะลูมิเนียมอย่างเดียว แต่มีการผสมโลหะชนิดอื่นเข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มคุณสมบัติ ในด้านต่าง ๆ เข้าไป ไม่ว่าจะเพื่อความแข็งการให้ตัว สำหรับโลหะในทุกวันนี้ที่ใช้กันมากที่สุดคือ เหล็ก รองลงมาก็คืออะลูมิเนียมที่ใช้ ถ้าจะให้กล่าวถึงอะลูมิเนียมทุกชนิดคงไม่ไหว เนื้อที่คงไม่พอเอาแค่ที่อยู่ใกล้ตัวเราดีกว่าอย่างอะลูมิเนียมที่มีรหัส 6061 และ 7005 ซึ่งมักจะพบเห็นอยู่ในสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนตัวถัง ผมเชื่อว่าหลายคนคงไม่เข้าใจถึงความแตกต่างของ 6061 กับ 7005 ว่ามีอะไรที่ต่างกัน

            อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่มันวาวและอ่อนดัดง่าย ในธรรมชาติอะลูมิเนียม พบในรูปแร่บอกไซต์เป็นหลัก และมีคุณสมบัติเด่นคือต่อด้านการออกซิดิชัน (ปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดจากการรวมตัวของออกซิเจนกับสารอื่น หรือผสมกับออกซิเจนนั่นเอง) เป็นเยี่ยม แข็งแรง และน้ำหนักเบา มีการใช้อะลูมิเนียมในอุตสาหกรรมหลายประเภทเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมายและอะลูมิเนียมสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ชิ้นส่วนโครงสร้างที่ผลิตจากอะลูมิเนียมสำคัญต่ออุตสาหกรรมอากาศยาน และสำคัญในด้านอื่น ๆ ของการขนส่งและการสร้างอาคาร ซึ่งต้องการน้ำหนักเบา ความทนทานและความแข็งแรง

            อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่อ่อนและเบาที่มีลักษณะไม่เป็นเงา เนื่องจากเกิดการออกซิเดชันชั้นบาง ๆ ที่เกิดขึ้นเร็ว เมื่อสัมผัสกับอากาศโลหะอะลูมิเนียม ไม่เป็นสรพิษ ไม่เป็นแม่เหล็ก และไม่เกิดประกายไฟ อูมิเนียมบริสุทธิ์มีแรงต้านการดึงประมาณ 49 ล้านปาสกาล (MPa) และ 400 MPa ถ้าทำเป็นโลหะผสมอะลูมิเนียมมีความหนาแน่นเป็น 1/3 ของเหล็กกล้าและทองแดงอ่อนสามารถดัดได้ง่าย สามารถกลึงและหล่อแบบได้ง่าย และมีความสามารถต่อต้านการกร่อนและความทน เนื่องจากชั้นออกไซด์ที่ป้องกัน พื้นหน้ากระจกเงาที่เป็นอะลูมิเนียม มีการสะท้อนแสงมากกว่าโลหะอื่น ๆ ในช่วงความยาวคลื่น 200-400 nm (UV) และ3000-10000 nm(IR ไกล) ส่วนในช่วงที่มองเห็นได้คือ 400-700 nm โลหะเงินสะท้อนแสงได้ดีกว่าเล็กน้อย และในช่วง 700-3000 (IR ใกล้) โลหะเงิน ทองคำ และทองแดง สะท้อนแสงได้ดีกว่าอะลูมิเนียมเป็นโลหะที่ดัดได้ง่ายเป็นอันดับ2 (รองจากทองคำ) และอ่อนเป็นอันดับที่ 6 อะลูมิเนียมสามารถนำความร้อนได้ดีจึงเหมาะสมที่จะทำหม้อหุงต้มอาหาร

            ในปัจจุบันวัสดุเกือบทั้งหมด ที่เรียกว่า อะลูมิเนียมเป็นโลหะผสมของอะลูมิเนียมกับทองแดง,แมกนีเซียม,แมงกานีสซิลิคอน และสังกะสี ซึ่งแมกนีเซียมเป็นโลหะที่นำมาผสมกับอะลูมิเนียมแล้วได้อะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาที่สุด อะลูมิเนียมบริสุทธิ์พบเฉพาะเมื่อต้องการความทนต่อการกัดกร่อนมากกว่าความแข็งแรงและความแข็ง เมื่อรวมกับกระบวนการทางความร้อนและกลการโลหะผสมของอะลูมิเนียมมีคุณสมบัติทางกลศาสตร์ที่ดีขึ้น โลหะผสมอะลูมิเนียมเป็นส่วนสำคัญจองเครื่องบินและจรวด เนื่องจากมีอัตราความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูง

            6061 เป็นอะลูมิเนียมที่ใช้กันมากที่สุด มีแมกนีเซียมและซิลิกอนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ มีคุณสมบัติเชิงกลที่ดีเชื่อมได้ง่าย นอกจานี้ยังแยกย่อยออกตามคุณสมบัติเป็น 6061-O ,6061-T6 , 6061-T65 1  โดยแต่ละคุณสมบัติจะใช้การผลิต ที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันหรือที่เรามักเรียกกันว่า การอบ

            6061-O  มีความต้านทานแรงดึงสูงสุดไม่เกิน 18,000 psi. (125 MPa) และความเข้มแข็งของเนื้ออะลูมิเนียมที่ได้สูงสุดไม่เกิน 8,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (55 MPa) วัสดุสามารถยืดตัวได้ 25-30% (ก่อนที่จะขาดออกจากกัน)

            6061 T4 มีความต้านทานแรงดึงสูงสดุไม่น้อยกว่า 30,000 psi. (207 MPa) และความแข็งแรงของเนื้ออะลูมิเนียมอย่างน้อย 16,000 psi. (110 MPa) มีการยืดตัวได้ 16%

            6061 T6 มีความต้านทานแรงดึงสูงสุดไม่น้อยกว่า 42,000 psi. (290 MPa) และความแข็งแรงของเนื้ออะลูมิเนียมอย่างน้อย 35,000 psi. (241 MPa) ปรับแต่งเพิ่มเติมเป็น 45,000 psi. (275 MPa) ตามลำดับ ที่ความหนา 0.250 นิ้ว (6.35 มม.) หรือน้อยกว่า แต่ก็มีการยืดตัวได้ 8% หรือมากกว่า ในส่วนหนาได้ 10%

            7075 เป็นอะลูมิเนียมที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียมกับสังกะสีเป็นองค์ประกอบหลัก มันมีความแข็งแรงเทียบเท่ากับเหล็กจำนวนมากและมีความแข็งแรงเทียบเท่ากับเหล็กจำนวนมากและมีความแข็งแรงและความให้ตัวดี แต่มีความต้านทานการกัดกร่อนน้อยกว่าโลหะผสมอื่น ๆ ข้อจำกัดคือค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงในการผลิต 7005 มีส่วนผสมหลายอย่าง ส่วนผสมเหล่านี้จะเป็นตัวแล่งระดับคุณสมบัติของ 7005 ส่วนผสมที่ใช้กันก็จะมีสังกะสี 5.1-6.1% , แมกนีเซียม 2.1-2.9% , ทองแดง 1.2-2.0% และน้อยกว่าครึ่งเปอร์เซ็นต์ของซิลิคอน เหล็ก แมงกานีส ไททาเนียม โครเมี่ยม และโลหะอื่น ๆ

            แล้วตกลงว่าอะไรดีกว่ากัน หากวัดกันโดยให้ชิ้นงานมีขนาดเส้นรอบวงเท่ากับมีระดับความแข็งเท่า ๆ กัน 7005 จะเบาและยางกว่า 6061 ที่ขนาดความหนา ๆ กัน 7005 จะมีความแข็งแรงสูงกว่า เมื่อต้องการที่ระดับความแข็งแรงพอ ๆ กัน 7005 จึงสามารถลดจำนวนเนื้อโลหะลงไปได้อีก แต่ถ้าในเรื่องของการดัดโค้งขึ้นรูป ความแข็งแรงของจุดเชื่อมต่อความทนทานต่อการกัดกร่อนของเฟรม ความสามารถในการชุบแข็ง 6061 ดีกว่า ถ้าในแง่ของการผลิต หากต้องการให้มีต้นทุนต่ำ ขั้นตอนน้อยเชื่อมต่อเข้าด้วยกันแล้วจบ น้ำหนักเฟรมเบา ความแข็งแรงระดับใช้งานได้ 7005 ทำได้ง่ายกว่า ถ้าสังเกตที่รูปทรงของตัวถังที่ผลิตจาก 6061 จะมีการดัดโค้งเพิ่มสันหรือเหลี่ยมช่วยเสริมความแข็งแรงและยังช่วยให้ดูดีมีรูปทรงในขณะที่ตัวถังที่ผลิตจาก 7005 จะมีลักษณะเป็นท่อกลม ๆ ธรรมดาดูแล้วอาจไม่ค่อยเข้าตาในเรื่องของความสวยงาม
           

18 ส.ค. 2554

จักรยานกับ Cro-Moly ตอนที่ 3 (จบ)

|2 ความคิดเห็น
วิธีสังเกตว่าเฟรมเหล็กกับโครโมลีจะแตกต่างกันอย่างไร คงต้องดูที่มีสติ๊กเกอร์แปะไว้หรือหากไม่มี ก็ต้องใช้วิธีชั่งน้ำหนักที่ตัวเฟรมเปล่า ๆ โดยเฟรมที่ทำจากโครโมลีจะมีน้ำหนักเบากว่าเฟรมเหล็ก หรือดูด้วยตาก็เพียงถอดหลักอานแล้วมองดูที่เฟรมโดยตัวถังเหล็กจะมีความหนามากกว่า อีกทั้งโครโมลียังเป็นสนิมได้ยากกว่าด้วย


สำหรับข้อดีของโครโมลีคือ ด้วยตัวเฟรมเปล่าของโครโมลีนั้นมีน้ำหนักเบามากกว่าเฟรมอลูมิเนียม ส่งผลให้เกิดแรงเฉื่อยได้มากกว่าเฟรมอลูมิเนียม เหมาะสำหรับการขี่บนถนนเรียบที่ยาวไกลและคงสภาพความเร็วสม่ำเสมอ รถไหลไปได้นานกว่าเฟรมที่เบา ช่วยให้มีเวลาพักแรกกดบันได อีกทั้งโครงรถจักรยานยังซับแรงกระแทกได้ดีไม่กระด้างอย่างอลูมิเนียม นุ่มนวลขึ้นรูปง่าย เนื้อเหนียวทนทาน  สามารถออกแบบท่อให้มีความบางทำให้สร้างเฟรมที่มีน้ำหนักเบาได้ ยิ่งถ้าหากเป็นเฟรมเกรดสูง ๆ ด้วยนั้นจะมีน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับไททาเนียม ด้วยเหตุนี้โครโมลีจึงนิยมกันอยู่ในรถประเภทที่ต้องการความแข็งแรง ปั่นเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลอย่างจักรยานทัวริ่งแต่สำหรับเสือภูเขาเรซซิ่งจะไม่เป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจากเฟรมโครโมลีให้ตัวมากกว่าวัสดุอย่างอลูมิเนียม ส่งผลให้รถเกิดอาการดิ้นได้เมื่อลงแทร็ก 


ข้อด้อยที่มองข้ามไม่ได้ก็คือเรื่องของน้ำหนักที่ทำให้เกิดแรงเฉื่อย แต่จะเสียเปรียบด้านการออกตัวกว่าเฟรมที่มีน้ำหนักเบาอย่างอลูมิเนียม การดูแลรักษาผิววัสดุก็ยากกว่า เนื่องจากเฟรมโครโมลีสามารถเกิดสนิมขึ้นได้ และปัจจุบันเฟรมที่ทำจากคาร์บอนนั้นเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตที่ดีขึ้น ราคาที่ถูกลง ทำให้เฟรมท่อโครโมลีเป็นที่นิยมน้อยลง ในส่วนการดูแลรักษา ซึ่งปกติเฟรมโครโมลีจะทนต่อการเกิดสนิมกว่าเฟรมเหล็ก แต่ก็ยังเกิดขึ้นได้ เบื้องต้นของการไม่ให้เกิดสนิมก็เพียงแค่หาน้ำมันเอนกประสงค์อย่างน้ำมันจักร หรือ WD40 ฉีดตามบริเวณรูปลายท่อเฟรมหรือถอดหลักอานแล้วฉีดเข้าไปภายในให้ทั่ว เท่านี้ก็สามารถยืดอายุการใช้งานได้แล้ว 


สุดท้ายนี้ ถึงเฟรมโครโมลีจะมีน้ำหนักที่เสียเปรียบกว่าเฟรมที่ทำจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบาอย่างอลูมิเนียม ไททาเนียม หรือคาร์บอนไฟเบอร์ แต่ถ้าหากหมั่นฝึกซ้อมบ่อย ๆ ก็สามารถชนะคู่แข่งได้ไม่ยาก อย่างนักแข่งระดับโลก Tony Rominger ที่เจาะจงใช้เฟรมเหล็กของ Colnago ทำสถิติโลกในการปั่น 1 ชั่วโมง ในปี 1994 ด้วยความเร็วเฉลี่ย 55.291 กิโลเมตร/ชั่วโมง ชนะรถจักรยานที่ใช้เฟรมคาร์บอนที่ใช้เทคโนโลยีการขึ้นรูปด้วยตัวเฟรมแบบ Monocuque ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าอย่างขาดลอย  จะเห็นได้ว่าเฟรมโครโมลี ยังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักปั่นหลาย ๆ กลุ่ม ที่ยังอนุรักษ์และหลงใหลกับเฟรมโครโมลีอย่างไม่เสื่อมคลาย หากเพื่อน ๆ สนใจอยากได้เฟรมโครโมลีมาใช้ลองหา ๆ ดูตามร้านจักรยาน หรือที่ประกาศขายมือสองกันครับ...


บทความที่เกี่ยวข้อง:


บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง