ss
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จักรยานเสือหมอบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จักรยานเสือหมอบ แสดงบทความทั้งหมด

11 มิ.ย. 2557

เปิดตัวทีมจักรยานอาชีพสายพันธ์ไทย "SINGHA INFINITE" ทีมจักรยานอาชีพของไทย สานฝันสู่เส้นทางระดับโลก

|0 ความคิดเห็น
ทีมจักรยานอาชีพไทย SINGHA INFINITE


สวัสดีครับ คุณเพื่อน ๆ นักปั่นทุกท่าน  วันนี้ผมมีข่าวคราวเกี่ยวกับวงการจักรยานบ้านเรามาฝาก ให้กับทุกท่านครับ

และในที่สุด บ้านเราก็มีทีมจักรยานเสือหมอบอาชีพเกิดขึ้นแล้ว หลังจากที่เคยมีทีมจักรยานอาชีพสยามพารา และได้เลิกไปในที่สุด และมีการแถลงเปิดตัวทีมจักรยานอาชีพทีมนี้ขึ้น มีชื่อว่า  "SINGHA INFINITE" ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ คือบริษัท สิงห์คอเปเรชั่น กับ  บริษัท แอลเอ ไบซิเคิ้ล ( LA Bicycle ) ส่วนเราชาวจักรยานก็คอยเป็นกำลังใจให้กับทีมจักรยานอาชีพสายพันธ์ไทย เพื่อสานฝันสู่เส้นทางโปรระดับโลกกันครับ

ความเป็นมาเป็นอย่างไร ?

ทางบ.สิงห์/บ.บุญรอด ต้องถือว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สนับสนุนด้านการกีฬาหลายๆอย่างมาโดยตลอดอยู่แล้ว กีฬาจักรยานก็ถือเป็นกีฬาหนึ่งที่ทางสิงห์อยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงก็ชื่นชอบการขี่จักรยานเช่นกัน ส่วนทางบริษัท LA Bicycle ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าเป็นแค่จักรยานทั่วไประดับราคากลางถึงล่าง แต่จริงๆแล้วทางบริษัท LA ถึอว่าเป็นโรงงานจักรยานยักษ์ใหญ่ของไทย ที่อยู่เบื้องหลังรับจ้างผลิตจักรยานคุณภาพสูงๆ OEM ให้กับจักรยานยี่ห้อดังๆมากมาย ซึ่งตอนนี้ทางบริษัท LA ได้หันมาผลิตจักรยาน Hi-end ในแบรนด์ของตัวเองในชื่อใหม่ว่า "INFINITE" เพื่อผลักดันให้เป็นแบรนด์ไฮเอนระดับโลก 

ต่างจากทีมจักรยานอาชีพเดิมอย่างไร?

ในอดีตสิบกว่าปีก่อนก็เคยมีการทำทีมสยามพาราฯ ซึ่งถือว่าเป็นการทำทีมอาชีพโดยผู้บริหารบ.พาราวินเซอร์ที่มีใจรักจักรยาน แต่ไม่สามารถจดทีมเป็นทีม continental ได้จึงไม่ได้ทำทีมต่อ แต่ทีม SINGHA INFINITE จะเปลี่ยนแนวทางใหม่ เป็นการสร้างความร่วมมือกับสมาคมฯและทั้งยังร่วมสนับสนุนทีมชาติไทย โดยจะเน้นไปที่เป้าหมายการทำทีมในต่างประเทศให้สำเร็จในระดับโลกให้จงได้ ซึ่งเมื่อประกอบกับทางบริษัท LA ที่มุ่งมั่นทำจักรยานแบรน Hi-end INFINITE จึงต้องการสนับสนุนนักกีฬามืออาชีพซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

นี่จึงเป็นความร่วมมือกันสร้างทีมจักรยานอาชีพ ระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยสองราย ที่มีศักษภาพและกำลังทรัพย์ที่จะผลักดันให้เกิด ทีมโปรจักรยานของไทย เพื่อให้เราได้มีโอกาสไปปักธงไทยในแวดวงโปรทัวส์ได้มากที่สุดแล้วครับ

อ่านข่าวการแถลงเปิดตัวทีมจักรยานอาชีพไทย SINGHA INFINITE ฉบับเต็มได้ที่  thaimtb.com 


19 ธ.ค. 2556

รีวิว NEILPRYDE ALIZE เสือหมอบแอโรใหม่จากผู้เชี่ยวชาญด้านวินด์เซิร์ฟมายาวนาน

|0 ความคิดเห็น


NeilPryde มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี ในการเลือกสรรอุปกรณ์ให้ผู้เล่นวินด์เซิร์ฟ สามารถโลดแล่นผ่านคลื่นได้อย่างรวดเร็ว จักรยานรุ่นใหม่ชื่อ Alize มุ่นหมายที่จะลดแรงต้านลม เพิ่มประสิทธิภาพจากล้อลงพื้นให้สูงสุดโดยผลจากการใช้อุโมงค์ลมและการคำนวณด้านพลศาสตร์ของการไหล ซึ่งก็คือส่วนด้านหน้าที่ตัดตรงท่อขนาดใหญ่ และรูปทรงเฟรมท่อแบบ Kamm-tail เหมือนหยดน้ำถูกตัดตามหลักอากาศพลศาสตร์

รีวิว NEILPRYDE ALIZE
จากตำแหน่งอานนั่ง เป็นบทเรียนที่ดีว่าสิ่งที่เห็นกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับจักรยานอาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เสือหมอบทรงแอโรมักจะมีขนาดท่อที่ลึก ส่วนหน้าที่แคบ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันการส่ายด้านข้าง บ่อยครั้งทำให้เฟรมหนักขึ้นและการขี่นุ่มนวลน้อยลง Alize UD เฟรมคาร์บอนมีน้ำหนักเบาทีเดียวคือ 960 กรัม กับขนาด L 56 เซนติเมตร พร้อมกับโครงสร้างเพิ่มความแข็งแรงด้านข้างในท่อบน ท่อล่างและท่อนั่งส่วนต่อของท่อล่างและท่อนั่งทำให้เกิดพื้นที่ร่วมด้านล่าง ขนาดใหญ่สำหรับติดตั้งกะโหลกแบบ Press-Fit ขนาด 30BB โดยมีตะเกียบโซ่แบบค่อย ๆ เรียวลง  ดรอปเอาต์และตะเกียบท่อนั่งประกอบอยู่ด้วยกัน การที่ท่อนั่งด้านหลังหรือตะเกียบท่อนั่งมีขนาดเท่ากับตะเกียบโซ่ด้านล่าง ดูเหมือนจะทำให้การขี่กระด้าง แต่การใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนที่ออกแบบอย่างชาญฉลาดในบริเวณสามเหลี่ยมด้านหลัง ทำให้ส่วนหลังของ Alize นั้นนุ่มสบายเป็นอย่างมากสำหรับจักรยานที่ดูดุดันแบบนี้
ท่ออานแบบแอโรมีให้เลือกแบบ 78 องศา สำหรับ TT หรือจักรยานสำหรับไตรกีฬา และแคลมป์รัดท่ออานถูกซ่อนอย่างประณีตด้วยปลอกยาง เพื่อทำให้ส่วนต่อดูเนียนและเพื่อนกันน้ำเข้า

รีวิว NEILPRYDE ALIZE
เมื่อยืนขึ้นปั่น Alize จะตอบสนองเหมือนโรดโบค์ตัวแรง การออกแบบทรงแอโรไม่ได้ทำให้การตอบสนอง หรือการบังคับควบคุมเปลี่ยนไปเพราะ Alize ยังคงนิ่งและมั่นคงเหมือนที่เราเคยขี่มา แต่ยังให้ความรู้สึกคล่องตัว ไม่กลัวโค้งและให้ความรู้สึกในการเข้าโค้งที่เฉียบคมจากส่วนหน้าที่แข็งแรง ความแข็งแกร่งต่อแรงด้านข้าง ตะเกียบโซ่แบบค่อย ๆ เรียวลงและล้อที่ดี ทำให้ไม่มีความเกรงกลัวต่อแรงโน้มถ่วง และไต่เขาอย่างคล่องแคล่ว

ระบบการทำงานของ Shimano Dura-Ace เป็นสิ่งดีอย่างหนึ่ง ด้วยการเข้าเกียร์ที่ว่องไว เบรกที่ยอดเยี่ยม และเฟรมที่สนับสนุน ระบบ Di2 ล้อ Mavic Ksyrium SLS นั้นเบา เร็ว และไว้ใจได้ในทุกเรื่อง แฮนด์แบบคาร์บอนเมตริกซ์มีส่วนโค้งมาด้านหลังด้วยความสวยงาม และยังดูดซับแรงกระแทกอย่างดี รุ่น XL ที่เราลองทดสอบนั้นยังเฉียดฉิวกับข้อกำหนดของ UCI 6.8 กิโลกรัม ซึ่งมาพร้อมกับความลงตัวด้านสมรรถนะความสะดวกสบาย และราคาที่แข่งขันได้ Alize สมควรจะไปได้ไกลเลยทีเดียว

SPECIFICATION : น้ำหนัก: 6.65 กิโลกรัม (ขนาด XL/58 เซนติเมตร) เฟรม:คาร์บอน เกียร์: Shimano Dura-Ace 9000 เบรก: Shimano Dura-Ace ล้อ: Mavic Ksyrium SLS อุปกรณ์อื่น ๆ สเต็ม: NeilPryde AL Matrix แฮนด์: NeilPryde CF Matrix หลักอาน: คาร์บอน NeilPryde Aeroblade อาน: Selle Italia SLR XP ยาง: Mavic Yksion Pro Powerlink 23 มิลลิเมตร  ราคาประมาณ 245,000 บาท



ที่มาบทความ นิตยสาร CYCLING PLUS THAILAND

รีวิว GIANT TCR SL2 ราคาโดนใจ เสือหมอบพร้อมแข่งเฟรมอะลูมิเนียม

|0 ความคิดเห็น

สำหรับ Giant TCR SL2 หนึ่งในจักรยานที่คืนชีพมาเนื่องในวาระฉลองปีที่ 18 ในปีนี้ จากต้นกำเนิดของ Giant “Total Compact Road” ซึ่งได้เปลี่ยนหน้าตาของการปั่นจักรยานตั้งแต่ ค.ศ. 1995 เมื่อเปิดตัวครั้งแรกโดยมีท่อบนหรือ Top tube ที่ค่อนข้างเอียงลงอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยทีเดียว

รีวิว GIANT TCR SL2
ที่ไม่เหมือนกับจักรยานเสือหมอบในระดับราคานี้ แต่ยังเหมือน TCR ตัวดั้งเดิม ก็คือเฟรมของ TCR SL2 ยังคงทำมาจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาและมีอายุในการพัฒนาเกือบสองทศวรรษ แสดงถึงความพยายามในกรสร้างจักรยานเพื่อการแข่งขันและเพื่อนักปั่นที่ให้ความสำคัญกับราคาของจักรยาน และ Giant ยังมีขนาดให้เลือกถึงห้าขนาด หลังจากที่เลิกใช้สามขนาดคลุมทุกไซส์ไปเมื่อหลายปี่ที่แล้ว แต่การเลิกใช้คาร์บอนแล้วเปลี่ยนมาเป็นความชอบพอกับอะลูมิเนียมจะทำได้สำเร็จหรือไม่

เฟรม Aluxx SL เป็นบทเรียนในการสร้างเฟรมอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา และการมีน้ำหนักเพียง 1,050 กรัมนั้นทำให้เบากว่าเฟรมคาร์บอนทั่วไปในระดับราคานี้และยังมีคุณสมบัติพิเศษของ Giant Overdrive หรือเฮดทูบเฟรมด้านหน้า ซึ่งมีขนาดท่อรีดลงจาก 11/8 นิ้ว เป็น 1 นิ้ว เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการบิดในส่วนหน้า กะโหลก Press-Fit Powercore กว้าง 86 มิลลิเมตรหรือท่อเฟรมส่วนล่างขนาดใหญ่ยังช่วยส่งเสริมความแข็งแรงของเฟรมให้คงอยู่ตลอดทั่วทั้งเฟรมอีกด้วย สับจานและตีนผีของ Shimano 105 ให้ความคล่องตัว และการเข้าเกียร์ที่มั่นใจได้ พร้อมกับ hood จับที่สบายมือ Giant ตัดชิ้นส่วนบางชิ้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายลงโดยใช้ก้ามเบรก R561, ชุดจานหน้าแบบกะทัดรัด R565, และเฟืองหลัง Tiagra 12-28 ซึ่งน่าสนใจสำหรับนักปั่นทั่ว ๆ ไป ถึงแม้ว่านักปั่นที่ชอบการแข่งขันอาจคิดว่าไม่ค่อยแรงพอ
รีวิว GIANT TCR SL2

ล้อจักรยาน Giant P-R2 ออกแบบโดยร่วมกับวิศวกรจาก DT-Swiss เพื่อให้มีคุณสมบัติอันเยี่ยมยอดทั้งภายในและน้ำหนักขอบล้อ ผลลัพธ์ของชุดล้อซึ่งจับคู่กับยาง Giant P-SLR1 ทำให้สมดุลทั้งความแข็งแกร่งและความสบาย ยางมีโครงสร้างที่ค่อนข้างนุ่ม และส่วนผสมของยางหน้าที่นุ่มกว่าจะให้การเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสถานการณ์

เมื่อถึงความเร็วที่ต้องการ TCR ควบคุมจังหวะได้อย่างดี ทำให้ไต่ลงเขาได้นิ่งและให้ความมั่นใจในการปั่นให้หนักขึ้นด้วย เมื่อลูกขึ้นปั่นสามารถเร่งขึ้นได้อย่างเฉียบคม โดยมีการบิดตัวอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากส่วนหน้าและถึงแม้จะมีขนาดเฟรมสามเหลี่ยมด้านหลังที่ ค่อนข้างแคบ บวกกับส่วนท่อนั่งที่ตัดเว้าเข้าไปตามล้อหลัง ก็ยังถือได้ว่าให้ความนุ่มนวลในการขี่ดีทีเดียว นี่คือข้อได้เปรียบอันยอดเยี่ยมของการทำขนาดเฟรมที่ย่อส่วนลง โดยส่วนท่ออานนั่งคาร์บอนที่ยื่นออกมาช่วยลดแรงกระแทกเมื่อเจอเข้ากับสภาพ ถนนที่ย่ำแย่ ผลลัพธ์ก็คือตัวเฟรมที่เหมาะสำหรับผู้ขี่ที่เข้ามาสู่กีฬาการแข่งจักรยานไม่ ว่าเพื่อความเร็ว หรือเพื่อระยะทาง หรือแม้แต่ผู้ขี่ที่ต้องการความสะดวกสบายพร้อม ๆ กับการทำระยะสะสมในการขี่

ถ้า จะคว้าเฟรมคาร์บอนที่ราคานี้อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ง่ายไป เพราะเฟรมอะลูมิเนียมที่คุณภาพนี้จะให้อะไรมากกว่าเฟรมคาร์บอนราคาระดับเท่า ๆ กันจะให้ได้ ด้วยเฟรมที่เบาออกแบบอย่างดี ใช้งานได้สะดวกสบาย แค่มีข้อติติงเพียงเล็กน้อยจากอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ เท่านั้น

SPECIFICATION: น้ำหนัก 8.35 กิโลกรัม (ขนาด L) เฟรมอะลูมิเนียม Giant Aluxx SL ตะเกียบ: คาร์บอนรีดจาก 11/8 เป็น 1 นิ้ว เกียร์: Shimano 105 พร้อมจาน Shimano 565 ขนาด 50/34T เบรก: Shimano R561 ล้อ: Giant P-R2 อุปกรณ์อื่น ๆ: แฮนด์และสเต็ม Giant Connect SL ฐานเบาะ: Giant Vector Composite อาน: Giant Performance Road ยาง: P-SL1 23 มิลลิเมตร แบบหน้าและหลังไม่เหมือนกัน  ราคาประมาณ 62,000 บาท

11 มี.ค. 2556

ทำไงดี เป็นฝีเพราะขี่จักรยาน

|0 ความคิดเห็น

สิงห์นักปั่นจะรู้บ้างไหมล่ะเนี่ยว่าถ้าคุณ ๆ ไม่ดูแลร่างกายและคอยทำความสะอาดให้ดีแล้วล่ะก็ คุณอาจจะเจอปัญหาใหญ่จากการขี่จักรยานก็ได้

เหล่าเสือภูเขานักปั่นจักรยานตั้งแต่มืออาชีพยันมือสมัครเล่นไปจนกระทั่งลูกเด็กเล็กแดงที่เพิ่งเริ่มหัดขี่จักรยานได้ไม่นานอาจมีโอกาสประสบพบเจอกับปัญหานี้มาก่อนแล้วก็เป็นได้ ปัญหาที่ว่าก็คือ “ฝี” และมันก็ไม่ใช่ผีธรรมดาสามัญซะด้วย แต่เป็น “ฝีที่ก้น” อ้าวเฮ้ย! แล้วทำไมแค่ขี่จักรยาน...ฝีถึงมาขึ้นที่ก้นได้ล่ะ นั่นก็เพราะว่าเจ้าฝีจำพวกนี้เกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณผิวหนังอันเป็นเหตุมาจากการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ และบ่อยครั้งตัวการที่ก่อให้เกิดฝีก็คือเชื้อแบคทีเรีย “สแตฟฟิโลคอคคัส” ซึ่งเกิดขึ้นได้หลายบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำคอ รักแร้ หรือแม้กระทั่ง “ก้น”


แล้วทำไมการขี่จักรยานถึงเกิดฝีที่ก้นได้น่ะเหรอ...อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ หรือแม้กระทั่งการเสียดสีกับเสื้อผ้าด้วย และแน่นอนว่าการเสียดสีกับอานจักรยานก็ยังผลให้เกิดฝีได้อีกด้วย เพราะระหว่าง “อาน” กับ “ก้น” นั้น ช่างเสียดสีกันไปมาหลายต่อเหลือเกิน ตั้งแต่ก้นกับกางเกงในต่อด้วยกางเกงไปจนถึงอาน


ยัง...ยังไม่หมดเท่านี้เพราะการดูแลรักษาความสะอาดบริเวณก้นเพื่อไม่ให้เปียกแฉะและอับชื้นจนถึงเหม็นหืนก็เป็นเรื่องสำคัญนะจ๊ะ อย่างเช่นว่า อานจักรยานยังเปียกอยู่ แต่ก็ยังขึ้นไปขี่โดยไม่เช็ดให้แห้งเสียก่อนนี่ ก็เป็นอันแน่นอนว่า กางเกงก็ต้องเปียกซึมเข้าถึงเนื้อกางเกงในทะละทะลวงแทรกผ่านจากเนื้อกางเกงในที่บางเฉียบไปยังก้นของคุณ ๆ จนบางรายอาจจะปะปนกับเหงื่อที่ไหลไคลย้อยจนก้นแฉะกว่าเก่าโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ และถ้าเหล่านักปั่นทั้งหลายไม่ทำความสะอาดให้ดี ผลที่อาจตามมาก็คงหนีไม่พ้นเจ้าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดฝีที่ก้นก็ได้นะ ยิ่งช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้วยิ่งต้องระวังให้ดี ไม่ใช่แค่จักรยานนะ แต่เบาะรถมอเตอร์ไซค์ก็ยังได้ลุ้นแจ็คพอตนี้ด้วยเหมือนกันนะจ๊ะ


ที่เตือนก็เพราะความหวังดี เพราะว่าหากคุณ ๆ เป็นฝีที่ก้นขึ้นมานะ คุณคงขี่จักรยานชมวิวได้อย่างเป็นเป็นสุขแน่ ต้องนั่งขี่แบบไม่ให้ฝีโดนอาน บางคนต้องยืนขี่ตลอดทางจนถึงที่หมาย กลับมาถึงออฟฟิศก็คงไม่พ้นการนั่งทำงานด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน ที่อันตรายที่สุดก็คือ หากใครเกิดอาการ “คัน” ขึ้นมาล่ะก็ โอ้! พระเจ้าจอร์จ ก็ช่วยท่านไม่ได้ ต้องหาจังหวะเกาให้หายคันถึงจะมีความสุข ใครที่คันตอนขี่จักรยานชมป่านี่ยังไม่เท่าไหร่ ยังจอดหลบเข้าข้างทางไปเกาในหลืบเงาร่มไม้ได้ ดีไม่ดีอาจะเจอสมุนไพรรักษาฝีอย่างขมิ้น ว่านพระกาฬ ฟ้าทะลายโจร ว่านหางจระเข้ ฯลฯ ก็ได้นะจ๊ะ แต่ถ้าใครมาคันในออฟฟิศที่ทำงานนี่สิ ลำบากหน่อยต้องเดินไปเกาในห้องน้ำ ถ้าโชคร้ายถามหา...ห้องน้ำเต็ม...ก็คงต้องเอาก้นถูเก้าอี้ไปพลาง ๆ ก่อนล่ะกันเนอะ

ส่วนวิธีดูแลรักษาไม่ให้เกิดฝีที่ก้นนั้นก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่ใช้สบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มี “ไตรโคลซาน” หรือ “เฮ็กซาคลอโรฟิน” เป็นส่วนผสมก็จะสามารถช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนผิวหนังออกไปได้แล้วนะจ๊ะ หรือจะเอาก้นแช่น้ำอุ่นละลายด่างทับทิม เช้า-เย็น ก็ไม่มีปัญหานะ แต่ถ้าเกิดเป็นฝีที่ก้นขึ้นมาจริง ๆ ก็ต้องหายาแก้อักเสบมารับประทานเพื่อให้ฝียุบและระวังการเป็นฝีเรื้อรังขึ้นมาด้วย หากไม่หายก็ควรจะไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาให้หายขาด จะได้นั่งทำงานแล้วก็นั่งถีบจักรยานชมธรรมชาติได้อย่างมีความสุข


ที่มา runnercorner.blogspot.com/2007/10/blog-post_1573.html

9 มี.ค. 2556

ดัดแปลงจักรยานของตัวเองให้กลายเป็นเครื่องดนตรี

|0 ความคิดเห็น
นักแสดงเปิดหมวกในลอนดอนชื่อ Daisy Dumas อายุ 38 ปีได้ดัดแปลงจักรยานของตัวเองให้กลายเป็นเครื่องดนตรีประเภทเคาะจังหวะครบเซ็ท ที่มีทั้งฉาบ กลองสแนร์และที่เคาะจังหวะด้วยเท้า


สาเหตุของการประดิษฐ์ดัดแปลงจักรยานครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากเขาต้องการเดินทางจากแอดิเลด ( Adelaide ) ประเทศออสเตรเลียไปลอนดอน เพื่อเข้าไทำงานเกี่ยวกับดนตรีแนว electronic แต่เนื่องจากเขาไม่ต้องการขนกลองขึ้น ๆ ลง ๆ รถไฟใต้ดินเวลาตระเวนเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ในลอนดอน เขาจึงคิดดัดแปลงรถจักรยานให้กลายเป็นกลอง ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกทั้งในการขนย้ายเครื่อนดนตรี และยังเป็นยานพาหนะในการพาเขาไปที่ต่างๆได้ด้วย ในการดัดแปลงจักรยานให้กลายเป็นชุดกลองก็ทำง่ายๆ  ใช้เวลาโดยประมาณแค่ 20 นาทีเท่านั้นเอง และเนื่องจากความแปลกไม่เหมือนใครนี้เอง ที่ทำให้เขาสามารถหารายได้ได้เพียงพอกับค่ากินค่าอยู่ที่ต้องจ่าย ซึ่งเขากล่าวว่า " ทัวร์ครั้งแรกของผมคือที่ Brick Lane ซึ่งผมเปิดหมวกแสดงแค่วันละชั่วโมงในวันธรรมดาเท่านั้น แต่กลับสามารถหาเงินมาจ่ายค่าเช่าได้ทั้งอาทิตย์ ไม่อยากจะเชื่อเลย! " ทั้งนี้ Osborne ยังถูกเชิญให้ไปแสดงในงานเทศกาลดนตรีหลายแห่ง 




ที่มา http://xn--12cn0ch8bcd4im5p.blogspot.com/2012/10/blog-post_7968.html

บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง