ss

10 พ.ย. 2554

SURLY รถจักรยานทัวร์ริ่งระดับโลกสัญชาติอเมริกัน

|1 ความคิดเห็น
SURLY รถจักรยานทัวร์ริ่งระดับโลกสัญชาติอเมริกัน หนึ่งในแบรนด์จักรยาน Cromoly ชั้นนำเป็นที่ยอมรับจากนักปั่นทั่วโลก ที่แฟนทัวร์ริ่งพันธุ์แท้ไม่ควรพลาด เราขอแนะนำ SURLY รุ่นต่าง ๆ ดังนี้


STEAMROLLER ออกแบบมาให้เป็นจักรยาน Fixed-gear สไตล์คลาสสิกรูปแบบเฉพาะตัว นุ่นนวลแข็งแรงลดแรงสะท้านได้อย่างดีจากคุณสมบัติพิเศษของโครโมลี สามารถใส่ยางได้ถึง 38 mm. ให้ออกกำลังกายหรือใช้เดินทางท่องเที่ยวทั่วไป




KARATE MONKEY จักรยานล้อ 29” ที่เหมาะกับการขับขี่ในเส้นทางแบบ Singletrack และเส้นทางแบบ Offroad ด้วยความสามารถของล้อ 29” ทำให้ส่งแรงฉุดกระชากในสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ได้ดีกว่า Karate Monkey ออกแบบ Dropout เป็นแบบสไลด์สามารถใส่ตีนผีได้ ทำเป็นรถแบบ Singlespeed และทำเป็นรถ Fixed-gear ได้โดยง่ายดาย Karate Monkey ยังมีจุดยึดตะแกรงหลังสำหรับการขนสัมภาระเพื่อการท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ


BIG DUMMY จักรยานทัวร์ริ่งที่การออกแบบมาเพื่อใช้ในการบรรทุกสัมภาระซึ่งสามารถบรรทุกได้กว่า 90 ก.ก. ในด้านหลังไม่รวมการเดินทางไกลเป็นแรมเดือน โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเฟรมจะมีการบิดงอด้วยคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวที่มีความแข็งแรงทนทาน





TROLL จักรยานทัวร์ริ่งรูปแบบเสือภูเขาล้อ 26” ที่เหมาะกับการขับขี่ในเส้นแบบ Singletrack และเส้นทางแบบ Offroad ออกแบบ Dropout เป็นแบบสไลด์สามารถใส่ตีนผีได้ ทำเป็นรถแบบ Single speed และทำเป็นรถ Fixed-gear ได้โดยง่ายดายใช้ได้ทั้งวีเบรกและดิสค์เบรก พร้อมมีจุดยึดตะแกรงหน้า-หลัง สำหรับการขนสัมภาระเพื่อการเดินทางในเส้นทางที่แตกต่าง



PECER ออกแบบให้เป็นจักรยานเสือหมอบสตล์ทัวร์ริ่ง ทรงคลาสสิกปราดเปรียวและมีประสิทธิภาพนุ่มนวล ลดแรงสะท้านด้วยคุณสมบัติพิเศษของโครโมลีใช้ออกกำลังกายหรือออกทริปแบบสบาย ๆ







CROSS-CHECK ออกแบบมาให้เป็นจักรยานแนว Cyclocross ที่มีความสามารถรอบตัว ปรับเปลี่ยนให้เป็นจักรยานแบบ Singlespeed หรือ Fixed-gear ได้และยังสามารถใส่ยางได้ใหญ่ถึงขนาด 32 mm. ใช้ออกทริปและขนสัมภาระหนัก ๆ ได้ดีไม่แพ้กันเพราะ Cross Check มีหูยึดตะแกรงที่ทางหลังและตะเกียบหน้าสามารถใช้เบรคผีเสื้อได้เพื่อจะได้ไม่เกะกะจุดยึดตะแกรงและบังโคลนเช่นกัน


LONG HAUL TRUCKER จักรยานทัวร์ริ่งยอดนิยมเหมาะสำหรับการขี่ท่องเที่ยวระยะไกล มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทานและมีความนุ่มนวล เพียงพอกับการขนสัมภาระหนัก ๆ ด้วยคุณสมบัติจักรยานทัวร์ริ่งแท้โดยมีหูยึดตะแกรงที่หางหลังและที่ตะเกียบหน้า สามารถใช้เบรกผีเสื้อได้ เพื่อจะไม่ได้เกะกะจุดยึดตะแกรงและบังโคลน





PUGSLEY ออกแบบมาเพื่อให้สามารถขับขี่ได้ในทุกสภาพเส้นทางภูมิประเทศไม่ว่าจะเป็นพื้นทราย,โคลน,หิน,พื้นน้ำแข็ง หรือแม้แต่ในทางหิมะ Pugsley ออกแบบ Dropout เป็นแบบสไลด์ สามารถปรับเปลี่ยนสไตล์เป็น Singlespeed หรือ Fixed-gear ได้


NEW HAYES PRIME : เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในเบรก

|1 ความคิดเห็น
NEW HAYES PRIME : เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในเบรก

Prime คือการออกแบบใหม่ล่าสุดจากเทคโนโลยี Multiple industry ที่สร้างขึ้นโดย Hayes ผู้นำในด้านเบรก Hydraulic รายแรกโดยมีการยกระดับความเปลี่ยนแปลง 4 More ในด้าน 1.ให้กำลังสูงขึ้น (More Power) 2.ระบบกลไกตอบสนองได้แน่นขึ้น (More Mechanical Leverage)  3.การทำงานของระบบ Hydraulic ที่เต็มประสิทธิภาพ (More Hydraulic Power) 4.อุปกรณ์ดีไซน์ใหม่ล่าสุด (More Component Power)

More Power การออกแบบ Prime เพิ่มองศาของช่องน้ำมันให้ทำมุม 10 องศา เพื่อตอบสนองต่อการสั่งงานสู่ Master Cylinder ได้ทันที และด้วยดีไซน์นี้ทำให้มือเบรกอยู่ใกล้กับ Grip มากขึ้น ทำให้การกำเบรกง่าย กระชับ อิสระ แม้เพียงนิ้วเดียวก็สั่งงานได้ตามประสงค์

More Components Power Hayes เลือกสรรใบจานดิสก์เบรก 2 ชั้น เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาใช้กับ Hayes Prime ที่กำจัดเสียงดัง ให้ความยืดหยุ่นสูงขึ้น พร้อมลาย Sweeping Fin design เป็นดีไซน์ไม่กินผ้าเบรก แต่สามารถตอบสนองต่อการทำงานของผ้าเบรกได้เต็มที่


นอกจากนี้แล้ว Hayes Prime ยังมีการอัพเกรดระบบส่งน้ำมันให้ความคล่องตัว ส่งผลให้มีกำลังการทำงานสูงขึ้นกว่ารุ่น Stroker ทำให้กำลังการสั่งงานระหว่างช่องน้ำมันไปยัง Caliper1 ตอบสนองได้มากและรวดเร็วดียิ่งขึ้น

สำหรับวัสดุที่ใช้ทำตัวเบรก Hayes Prime เลือกที่จะใช้เฉพาะสุดยอดวัสดุ เหมาะกับการทำงานของระบบเบรกอย่างการนำแผ่นนิเกิลที่มีคุณสมบัติเบา แข็งแรงมาใช้ การนำไททาเนียม และอลูมิเนียมอโนไดซ์มาใช้ ทำให้ Hayes Prime เป็นเสมือนสุดยอดการออกแบบเพื่อให้ลดน้ำหนัก แต่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีกว่า ดีไซน์ฝาปิดช่องน้ำมันใหม่ลาสุดจากรุ่น Stoker ที่มีซีลยาง เปลี่ยนเป็นระบบปิดสนิท ทำให้ป้องกันการซึมของน้ำมัน

GT เปิดตัวจักรยาน BMX Racing Speed Series 2012

|0 ความคิดเห็น
GT เปิดตัวจักรยานปี  2012 GT BMX Racing Speed Series (Made in Taiwan) GT ได้ผลิตรถจักรยาน BMX ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมเพื่อการตอบสนองความต้องการของนักปั่นขาซิ่งทั้งหลาย ต่อไปนี้เป็นจักรยาน BMX ที่มีจำหน่ายในบ้านเรา หาจับจองเป็นเจ้าของกันได้แล้วครับ ตามร้านจักรยานชั้นนำหรือตัวแทนจำหน่ายทั่วไปครับ

2012 GT BMX Racing Speed Series XL

ตัวถัง Aluminum 21 นิ้ว Top-Tub
ขาจาน FSA ASSULT, ยาว 175 mm. หน้า AL 44 ฟัน หลัง 16 ฟัน
วงล้อ Alienation Deviant ยางนอก Tioga Powerblock, หน้า 20x1.95 , หลัง 20x1.75

2012 GT BMX Racing Speed Series Pro

ตัวถัง Aluminum 20.5 นิ้ว Top-Tub
ขาจาน FSA ASSULT, ยาว 170 mm. หน้า AL 44 ฟัน หลัง 16 ฟัน
วงล้อ Alienation Deviant ยางนอก Tioga Powerblock, หน้า 20x1.75 , หลัง 20x1.75

2012 GT BMX Racing Speed Series Junior

ตัวถัง Aluminum 18.5 นิ้ว Top-Tub
ขาจาน FSA ASSULT, ยาว 140 mm. หน้า AL 41 ฟัน หลัง 16 ฟัน
วงล้อ Alienation Ankiebitter 28 รู, ยางนอก Tioga Powerblock, หน้า -หลัง 20x1-1/8

2012 GT BMX Racing Speed Series Expert

ตัวถัง Aluminum 19.5 นิ้ว Top-Tub
ขาจาน FSA ASSULT, ยาว 160 mm. หน้า AL 41 ฟัน หลัง 16 ฟัน
วงล้อ Alienation Ankiebitter 28 รู, ยางนอก Tioga Powerblock, หน้า 20x1-3/8, หลัง 20x1-1/8
ดุมล้อ หน้า-หลัง GT Mohawk AL Sealed 28 รู







Bianchi Fixed Gear 2012 รุ่น Pista Sei Giorni

|0 ความคิดเห็น

Bianchi นำเสนอจักรยาน Fixed Gear 2012 รุ่น Pista Sei Giorni

รูปที่นำมาแสดงนี้เป็นรถจักรยาน Fixed Gear สำเร็จรูปจากทาง SEALEE ซึ่งเป็นเฟรมจาก Bianchi รุ่น Pista Sei Giorni สวยงามมาก เหมาะกับชาวขาฟิกซ์ ทั้งมือใหม่ และมือไม่ใหม่ทั้งหลาย หามาจับจองเป็นเจ้าของกันได้ครับ รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ SEALEE ครับ

6 พ.ย. 2554

MADONE series 5 ปี 2012 จากค่าย TREK

|0 ความคิดเห็น
MADONE series 5 ปี 2012 จากค่าย TREK เปิดตัวเฟรมใหม่คาร์บอน OCLY carbon 500

ในปี 2012 ทาง TREK ได้ทำการจัดเรียงรหัสคาร์บอนขึ้นใหม่ เพื่อแยกประเภทและคุณสมบัติของการใช้งานให้ชัดเจนขึ้น สำหรับ Madone ซี่รี่ส์ 5 ได้มีการเปลี่ยนจาก TCT CARBON ในปี 2011 มาเป็น OCLY CARBON 500 series ในปี 2012 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีคาร์บอนที่ทำให้ OCLV ของ Trek ประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน ให้น้ำหนักที่เบาขึ้นกว่าเดมิ นอกจานี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่นเดียวกับตระกูล Madone 6 series

BB90
ขนาดของท่อกะโหลกที่กว้างที่สุดเท่าที่เคยมีในวงการจักรยานประเภทถนน กะโหลกคาร์บอนของ TREK ทำให้เฟรมมีความเบา แข็งแรง มีการบิดตัวน้อยและให้การตอบสนองต่อการควบคุมรถได้อย่างรวดเร็ว BB90 นับว่าเป็นกะโหลกที่มีขนาดกว้างที่สุดที่มีอยู่ในจักรยานทางเรียบ ด้วยเทคโนโลยีพิเศษเฉพาะของ TREK ได้ทำการตัดส่วนเกินที่ปกติเคยมีอยู่ภายในของกะโหลกแบบเดิมรวมถึงจุดต่อทิ้งไป และออกแบบให้ส่วนฐานของกะโหลกซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของเฟรมกว้างขึ้น ส่งผลให้เฟรมของ Madone มีน้ำหนักที่เบา ตอบสนองดีเยี่ยม และง่ายต่อการควบคุม

E2 Fork
ซางตะเกียบ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้ว และรีดไล่ขนาดมาที่ส่วนปลายให้เหลือ 1-1/8 นิ้ว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในส่วนของบ่าตะเกียบให้สามารถรับแรงสะเทือนและควบคุมรถได้อย่างมั่นคง ในการใช้งานของตะเกียบตามปกติมักมีสองส่วนที่ท้าทายต่อการออกแบบ ซึ่งหนึ่งก็คือความนิ่งและมั่นคงในขณะเลี้ยวในมุมองศาต่าง ๆ และสองคือช่วยลดแรงสะเทือนที่ส่งจากพื้นถนนที่ส่งมาถึงผู้ขี่ ซึ่ง TREK เป็นผู้ผลิตรายแรกที่ออกแบบตะเกียบให้สามารถรองรับได้ทั้งสิ่งที่กล่าวมา สัดส่วนของบ่าตะเกียบจากด้านซ้ายไปขวาที่กว้างสามารถให้ความมั่นคงในขณะเลี้ยว ในขณะที่สัดส่วนด้านหน้าหลังที่แคบกว่า มีการให้ตัวที่เหมาะสมเพื่อช่วยในการลดแรงสะเทือน

DUOTRAP
การออกแบบตัวเฟรมให้รองรับการติดตั้งเซ็นเซอร์จับความเร็ว รอบขา และระยะทาง ให้ดูเรียบเนียนไปกับตัวเฟรมเพื่อให้ดูสะอาดตาและตัดปัญหาด้าน Aerodynamic จากอุปกรณ์ส่วนเกินต่าง ๆ ระบบ Duo Trap ที่ซ่อนเซ็นเซอร์ความเร็ว รอบขา และระยะทางไว้ในตัวเฟรมช่วยลดแรงฉุดจากลมและเพิ่ม Aerodynamic ให้กับรถเฟรมคาร์บอน Madone ทุกตัวมาพร้อมกับระบบรองรับซึ่งสามารถใช้ได้กับเซ็นเซอร์ไร้สายระบบ ANT+ของ Bontrager

Bianchi Methanol SL2 การันตีด้วยแชมป์ระดับ WORLD CUP

|0 ความคิดเห็น
Bianchi Methanol SL2  การันตีด้วยแชมป์ระดับ WORLD CUP

Bianchi แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในบ้านเรา โดยเฉพาะชาวจักรยานเสือหมอบ เพราะว่าทำตลาดมานาน แต่ Bianchi ยังมีจักรยานเสือภูเขาที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์คะแนนรวมของรายการ  UCI WORLD CUP 2011 ในรุ่น U23 หรือรุ่นอายุต่ำกว่า 23 ปีชาย จากผลงานของ Gerhard Kerschbaumer ทีม TX Active Bianchi ด้วยคะแนนรวมที่ห่างจากที่ 2 ถึง 268 คะแนน รถคู่ใจที่ใช้ลงสนามเป็น Bianchi Methanol SL2 ขนาดล้อ 26 นิ้ว ในรุ่นปี 2012 ทาง  Bianchi ได้พัฒนาขยับเพิ่มจากล้อ 26 นิ้วเป็น 29 นิ้ว ตามเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักปั่นที่สนใจดูท่าว่าหลังจากนี้ไปล้อ 29 นิ้ว อาจเข้ามาแทนที่ล้อ 26 นิ้วก็เป็นได้

Bainchi Methanol SL2 ได้ผ่านบทพิสูจน์ประสิทธิภาพด้วยการคว้าแชมป์จากสนามระดับ WORLD CUP ตัวเฟรมผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ถึง 3 ชนิด ให้มีน้ำหนักเบาในขนาดล้อ 26 นิ้ว มีน้ำหนักไม่ถึง 1.2 กิโลกรัม ส่วนในขนาดล้อ 29 นิ้ว มีน้ำหนักเกิน 1.2 กิโลกรัมไปนิดเดียวเท่านั้น ทั้งที่มีหลักอานเป็นชิ้นเดียวกับเฟรม หรือที่เรียกกันว่ากระโดงอาน ช่วยส่งแรงปั่นไปยังลูกบันไดได้อย่างเต็มที่ ท่อคอแบบ 2 ขนาด กะโหลกใช้แบบ BB30 หูยึดดิสก์เบรกหลังแบบโพสท์เม้าท์วางอยู่บนตะเกียบท่อนั่ง

SPACES : MTB METHANOL SL2 TEAM
REPLICA Sram XX 2x10sp disc

·         Size: 43-48-53
·         Frame: Bianchi Methanol SL2 Carbon, headset1 1.8”,BB30,IS,TNET
·         Fork: Magura Durin Race MD100R RCL,100mm travel, DLO II DynamicLockout,Tpered steere, Black with personalized decals
·         Headset: FSA orbit 1.5zs
·         Shifters Rear: Sram XX
·         Derailleur Front: Sram XX, medium cage, 10sp
·         Derailleur: Sram XX
·         Crankset: FSA K-Force Light Compact 386BB30, 42/27T
·         Chain: Sram PC1090
·         Sprocket: Sram 10  CS XX 10sp 11-36T
·         Brakes: Maugra MTB, 160mm Storm SL rotors
·         Wheels: Fulcrum Red Metal 1 XL,Disc,Black color with silver spokes
·         Option wheels: Fulcrum Red Metal zero XRP, disc,black color
·         Tier: Hutchinson Cobra NG Tubeless Ready, 26x2.10
·         Stem: FSA OS-99 CSI, Alloy/carbonintegrated
·         Handlebar: FSA K-Force Flat, carbon/kevlarcomposite, 600mm
·         Grips: Bianchi Grips,Superlight foam with lock on
·         Seatpost: Richey WCS Stubby 38.35x50mm, 8mm seatback
·         Saddle: Selle San Marco Concor, X-lite rail, black/celeste Racing Team Tx-Active Bianchi color
·         Pendals: Time ATAC XS Carbon
·         Water Bottle Hanger: Elite Paron, composit material,with 4 carbon-Ti ergal screws
·         Bar End: Token Ultra Lite PYRO, CNC Alloy 6061, Black color

4 พ.ย. 2554

เรียนรู้การปั่นจักรยานอย่างมืออาชีพใน Basic Training

|0 ความคิดเห็น
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวสองล้อ หัวใจจักรยานทั้งหลาย พอดีไปพบ คลิป VDO ในการสอนเทคนิคการปั่นจักรยานมา จากเวป thaimtb เห็นว่ามีประโยชน์ต่อเราชาวจักรยาน โดยเฉพาะเสือมือใหม่ทั้งหลาย ได้ศึกษาและลองนำไปฝึกปฏิบัติกันครับ จึงขออนุญาติเอามาเผยแพร่ต่อในเวปนี้ครับ ขอขอบคุณเจ้าของคลิปคุณ มานะโอกาสนี้ด้วย... เชิญติดตามกันได้เลยครับ มีอยู่ด้วยกัน 5 ตอนครับ 


เรียนรู้การปั่นจักรยานอย่างมืออาชีพใน Basic Training


1. แนะนำ "Pro Boy" หรือ ใน Thai MTB ชื่อ "บอย พระรามแปด"
รู้จักกับ บอย พระรามแปด


Basic Training ตอนที่ 1


Basic Training ตอนที่ 2


Basic Training ตอนที่ 3


Basic Training ตอนที่ 4


Basic Training ตอนที่ 5

ดูแลจักรยานด้วยตัวเองให้ดี ก่อนถึงมือช่าง ตอนที่ 2 (จบ)

|0 ความคิดเห็น
ดูแลจักรยานด้วยตัวเองให้ดี ก่อนถึงมือช่าง ตอนที่

ตรวจสอบการสึกหรอของโซ่ : เราชอบเรียกโซ่ที่ดูเหมือนยาวขึ้นว่า “โซ่ยืด” ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตัวโซ่เองไม่ได้ยืด กลับเป็นข้อต่อโซ่เท่านั้นที่สึกหรอจนกร่อนเล็กลงทำให้มีช่องว่างระหว่างรูบนตัวโซ่กับข้อต่อนี้กว้างขึ้น มันจึงหลวมและวางตัวบนฟันเฟืองไม่สนิทส่งผลให้การเข้าเกียร์ไม่แม่นยำพอ มีเครื่องมือพิเศษให้ใช้วัดความสึกหรอของโซ่ได้ แต่มีวิธีที่ง่ายกว่าคือเมื่อโซ่พาดตัวอยู่บนจานใบเล็กสุดนั้นให้ใช้มือขวาจับขาบันไดออกแรงจะหมุนในขณะที่มือซ้ายจับล้อหลังขืนแรงไว้ ถ้าเป็นว่าตัวโซ่ไม่วางตัวแสบสนิทกับฟันเฟืองแต่ลอยตัวอยู่ปลาย ๆ ฟันนั่นคือความสึกหรอที่ต้องจัดการ หาโซ่ใหม่มาเปลี่ยนได้เลย

พันเทปพันแฮนด์เสือหมอบด้วยตัวเอง : การพันเทปแฮนด์ใหม่ทำให้เหมือนกับได้จักรยานใหม่ทั้งคันอย่างไม่น่าเชื่อ แต่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ การจับและเสียดสีระหว่างมือกับเทปจะทำให้มันบางลง เทปที่บางและสีหมองคล้ำลงนั้นต้องเปลี่ยนพันเทปใหม่ วิธีการคือแกะเทปในส่วนใกล้คอแฮนด์ที่สุดเสียก่อนแล้วคลายตัวออกไปเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงมือเบรคจึงถลกยางหุ้มขึ้นแล้วคลี่เทปนั้นต่อจนถึงปลายล่างสุดของแฮนด์ เมื่อจะพัน หันหน้าออกหน้าจักรยานเหมือนตอนขี่ สำหรับด้านขวามือหลังจากเสียบจุกปลายแฮนด์เข้าที่แล้วให้พันเทปทับตัวเอง ดึงให้ตึงมือพอประมาณระหว่างพัน ความหนืดของตัวมันจะจับเทปให้แน่นกับแฮนด์โดยไม่จำเป็นต้องยัดเข้าปลายแฮนด์แล้วเสียบจุกทับ ซึ่งเป็นวิธีที่ยากและเสียวเวลาสำหรับมือใหม่ ให้พันตั้งแต่ปลายแฮนด์ล่างสุดขึ้นมาตามทิศทางทาวนเข็มนาฬิกา ถลกยางหุ้มมือเปลี่ยนเกียร์ออกเพื่อติดเทปชิ้นที่มีมาในกล่องก่อนจะพันเทปเดิมทับแล้วเลื่อนยางลงปิดทับเมื่อพันเลยไปแล้ว  ด้วยวิธีนี้เทปจะพันตัวเองทับแฮนด์ไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดในสุดใกล้คอแฮนด์ เมื่อถึงจุดนี้ให้ตัดเทปเป็นรูปแหลมลิ่มแล้วมันจะพันได้ระดับเสมอกันเอง ปิดเทปจากด้านซ้ายก็กระทำเช่นเดียวกันเว้นแต่ตรงปลายด้านล่างสุดเท่านั้นที่ต้องเริ่มพันด้วยทิศทางตางกันข้ามกับขวามือคือตามเข็มนาฬิกา เพื่อให้เทปนี้คงประสิทธิภาพอยู่เสมอควรจะรื้อเปลี่ยนใหม่ปีละครั้งหรือสองครั้ง

เช็ดสายเคเบิ้ลและปลอกสาย : ถ้าการเข้าเกียร์ของคุณฝืด ไม่ว่าเพราะเพิ่งขี่จักรยานตากฝนมาหรือด้วยการไม่ได้ทำความสะอาดมานาน เป็นเคเบิ้ลใหม่และยังไม่ยืด การทำความสะอาดทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ คือ ให้ใช้มือข้างหนึ่งหมุนขาจานไปข้างหน้า เข้าเกียร์ไต่ขึ้นไปให้โซ่พาดเฟืองท้ายตัวใหญ่ที่สุดในขณะที่ใช้จานหน้าเล็ก หยุดหมุนขาจาน ล้อหยุดแล้วแต่ให้สับเกียร์กลับมาอยู่เฟืองหลังเล็กเหมือนเดิม การทำเช่นนี้จะทำให้สายเกียร์หย่อนจนพอให้รูดปลอกสายออกให้เห็นตัวเคเบิ้ลโลหะได้ หากพบว่ามีคราบสนิมติดอยู่ให้ใช้ผ้าสะอาดรูดออกแล้วตามด้วยหยอดน้ำมันลงปลอก ชโลมน้ำมันให้ทั่วทั้งเส้นทิ้งไว้ 10 นาที แล้วใช้ผ้าเช็ดออกให้สะอาดเป็นอันเสร็จ

ตรวจสอบยางเบรก : ตรงนี้คือจุดที่นักจักรยานให้ความสนใจน้อยที่สุด แต่ความสำคัญคือมันอาจจะทำให้ขอบล้อราคาแพงของคุณเสียหายได้หากมีก้อนกรวดหรือของมีคมเข้าไปฝังในเนื้อยางเบรค ให้ถอดล้อออกทั้งหน้าและหลัง สังเกตที่ตัวยางเบรกแล้วลูบ หากพบสิ่งแปลกปลอมทิ่มนิ้วให้ใช้ปากคีบหรือคัตเตอร์แหลม ๆ แซะออกหรือถ้าพบว่ายางนี้แข็งกระด้างจนด้อยประสิทธิภาพจนรู้สึกได้ เมื่อออกแรงเบรคก็จะได้เปลี่ยนได้ทันที

ตรวจสอบชุดถ้วยคอ/คอแฮนด์ : คอแฮนด์หลวมหรือขุดถ้วยคอที่ไม่ได้ตรวจสอบมานาน กระแทกกระทั้นจากากรขี่จนหลวม อาจทำให้บังคับทิศทางลำบาก เสื่อมสภาพเร็วและหากร้ายแรงที่สุดคือทำให้คนขี่จักรยานบาดเจ็บหรือถึงตาย วิธีตรวจสอบคือให้จับล้อหน้าเขย่าขึ้นลงก่อน ถ้าแน่นก็ถือว่าปกติแต่ถ้ายังมีอาการโยกคลอนก็ต้องขันให้แน่น วิธีการคือคลายน็อตยึดคอแฮนด์ออกก่อนแล้วตามด้วยการขันน็อตหัวท่อคอตะเกียบให้แน่นพอตึงมือ ไม่ต้องแน่นมาก เพราะต้องการแค่ยึดท่อตะเกียบให้สนิทกับเฟรมพอไม่โยกเท่านั้น โดยเฉพาะฝาปิดท่อคอตะเกียบบนสุดที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์นั้นอาจจะแตกหักได้ง่ายถ้าขันแน่นเกิน เมื่อจัดวางแนวคอแฮนด์ให้ตรงกับล้อหน้าแล้วจึงขันน็อตยึดคอแฮนด์กับท่อคอตะเกียบ พึงสังเกตว่ามีตัวเลขบอกความตึงเป็นนิวตัน/เมตร บนคอแฮนด์หรือไม่ ตามปกติในจุดนี้จะให้ประแจปอนด์ขันตามแรงตึงที่กำหนด คอแฮนด์ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ตามปกติจะกำหนดตัวเลขนิวตัน/เมตรไว้ จงใช้ประแจให้ขันสลับกันสองน็อตตัวละ ¼ รอบ จนกว่าขีดระบุแรงตึงบนัวประแจจะลั่นบอกว่าตึงตามระบุไว้แล้วเป็นอันเสร็จสิ้น

ตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมฝังยาง : ในการขี่จักรยานทุกครั้งยางจักรยานคือสิ่งที่ต้องเผชิญกับของมีคมตั้งแต่ออกจากบ้าน ทั้งก้อนหินแหลมคมและเศษแก้วเศษกระจกที่กลาดเกลื่อนบนถนน เมื่อยางนุ่มกว่าของพวกนี้ก็มีโอกาสที่จะรับมันฝังเข้ามาได้มากจนอาจจะเป็นอันตรายในการขี่ครั้งต่อไป  หากของมีคมที่ฝังไว้นี้จะทิ่มแทงทะลุเนื้อยางเข้าไปเจาะยางในจนแตก วิธีการตรวจสอบเพื่อป้องกันจึงต้องมี เริ่มต้นด้วยการปล่อยลมยางออกให้เหลือเพียงครึ่งเดียว เพื่อให้ยางอ่อนตัวลงเล็กน้อย ใช้มือสวมถุงมือค่อย ๆ รูดหมุนดูยาง เมื่อพบเศษวัสดุมีคมที่โผล่พ้นยางไม่มาก ความอ่อนจะช่วยได้เมื่อคุณใช้ทั้งสองมือค่อย ๆ บี้ยางตรงตำแหน่งนั้นเพื่อให้เศษวัสดุขยับหลุดออกมา ด้วยการตรวจสอบนี้คุณจะปลอดภัยในการขี่จักรยานครั้งต่อไป      ทั้งหมดนี้คืออาการเบื้องต้นที่นักจักรยานมือใหม่พึงสังเกตและปรับแต่งเองง่าย ๆ เป็นเรื่องที่คุณทำได้จริง ๆ ด้วยเวลาเพียงนิดเดียวหากฝึกให้คล่องขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีปัญหา การสังเกตและแก้ไขเท่าที่ทำได้จึงดีกว่าเอะอะอะไรก็วิ่งหาช่างลูกเดียว หรือใครว่าไม่จริง

ดูแลจักรยานด้วยตัวเองให้ดี ก่อนถึงมือช่าง ตอนที่ 1

|0 ความคิดเห็น
ดูแลจักรยานด้วยตัวเองให้ดี ก่อนถึงมือช่าง ตอนที่ 1

ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ขี่จักรยานอย่างจริงจัง คุณจะรู้ว่าความสนุกกับจักรยานไม่ได้ถูกจำกัดแค่การควบมันให้เร็วที่สุดหรือลุยไปบนเส้นทางวิบากสุดโหดไหน ๆ เท่านั้น เสน่ห์ของการปั่นจักรยานไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพหรือเพื่อแข่งขันแท้จริงแล้ว ยังมีอยู่ในการได้บำรุงรักษามันด้วยตัวเองด้วย คนขับรถแข่งรู้สมรรถนะของรถยนต์ตัวเองฉันท์ใดนักจักรยานที่ดีก็ต้องรู้จักชิ้นส่วนและการทำงานของจักรายตัวเองฉันท์นั้น จะง่ายกว่าเสียด้วย เพราะชิ้นส่วนจักรยานไม่ได้ซับซ้อนมากมายเท่ากับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่ยากหากเราจะดุแลจักรยานคันโปรดด้วยตัวเอง เป็นช่างเสียเองไม่ต้องยกมันไปร้านจักรยานทุกครั้งที่มีปัญหา ลองสังเกตแล้วลงมือปฎิบัติดูเมื่อมีเวลา แล้วจะเข้าใจว่าการเป็นช่างจักรยานตัวเองนั่นไม่ยากอย่างที่คิด มันสนุกและที่สำคัญคือคุณได้ความภูมิใจด้วยที่ซ่อมจักรยานของตัวเองได้

วิธีเพื่อดูแลชิ้นส่วนสำคัญด้วยตัวเอง

ชุดกะโหลกและจานหน้า : ดึงโซ่ออกจากจานหน้าปล่อยห้อยไว้กับแกนกะโหลก ถ้าโซ่สกปรกให้เช็ดเสียก่อน ส่วนการจะถอดชุดกะโหลกออกเพื่อทำความสะอาดหรือเพื่อเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดนั่นควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างเขาจะดีกว่า ถ้าโยกแล้วไม่พบว่าแกนกะโหลกหลวมคลอนก็ถือว่ามันยังปกติ แต่ถ้าโยกแล้วพบว่าจานหน้าหลวมแต่แกนกะโหลกยังแน่นอยู่ วิธีการคือให้ใช้ฆ้อนยางตอกขาจานทั้งคู่ซ้ายขวาเข้ากับแกนกะโหลกเบา ๆ  ใช้ประแจหกเหลี่ยมขนาด 8 ม.ม. หรือประแจปอนด์ขันเข้าไปที่แกนกะโหลก ถ้าเป็นประแจปอนด์ก็ต้องดุที่ขาจานว่าระบุไว้ให้ขันแน่นกี่นิวตัน/เมตร แล้วขันตามนั้น การขันแน่นเกินอาจจะทำให้เกลียวหวาน แล้วมาดูที่ตัวจานซึ่งไมว่าจะเป็นแบบสองหรือสามใบ จะยึดกันไว้ด้วยน็อตหกเหลี่ยมขนาด 5 ม.ม. ให้ใช้ประแจหกเหลี่ยมขนาดเท่ากันสอดไปขันพอตึงมือก็จะแน่นพอดี

ตีนผี : การเข้าเกียร์ได้ไม่ลื่นไหลโดยเฉพาะเฟืองหลัง มักจะเกิดจากสายเคเบิ้ลยึดเพราะดึงบ่อย ๆ หรือขันแน่นไม่พอ สายเคเบิ้ลยืดจึงมีผลต่อการวางตัวของโซ่บนใบเฟือง ช่างมือสมัครเล่นบางคนก็ขอบแก้ปัญหานี้ด้วยการหมุนสกรูสองตัวท้ายตีนผีเอาง่าย ๆ เพื่อตั้งตีนผี ทั้งที่จริง ๆ แล้สกรูดังกล่าวทั้งคู่นี้มีไว้ตั้งขีดจำกัดการเคลื่อนที่ของโซ่ให้มันอยู่ในขอบเขตของเฟืองตัวใหญ่และเล็กที่สุด ไม่ให้ตกลงมาหรือเลยออกไปจนเข้าทำความเสียหายกับซี่ลวดได้เมื่อเข้าเกียร์สูงหรือต่ำสุด การตั้งความตึงเคเบิ้ลของตีนผีนั้นง่ายมาก วิธีการคือสับเกียร์ลงมาอยู่บนเฟืองตัวเล็กที่สุด ใช้มือข้างขวาหมุนขาจานส่วนมือข้างซ้ายก็จับสกรูตัวดำ ๆ ท้ายตีนผีตรงขั้วสายเคเบิ้ล หมุนไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา (เมื่อหันหน้าเข้าหาท้ายจักรยาน) หมุนไปช้าๆ พร้อมกับลองเข้าเกียร์ไปเรื่อย ๆ ให้ขึ้นและลงจากใบเฟืองเล็กสุดมาใหญ่สุด ใหญ่สุดลงไปถึงเล็กสุด เมื่อพบว่าโซ่วางตัวพาดใบเฟืองเรียบร้อยดี ต่อมาก็ปรับละเอียดที่ตัวสายคือควงปรับความตึงละเอียดที่ติดอยู่กับสายเคเบิ้ลเกียร์ตีนผี (สำหรับเกียร์รุ่นเก่าควงนี้จะติดอยู่กับท่อล่างตรงขั้วเคเบิ้ล แต่เกียร์รุ่นใหม่ที่ร้อยสายไว้ในเฟรมจะอยู่กับเคเบิ้ล ระหว่างหัวเกียร์กับท่อล่าง)

การปรับละเอียดทำได้ด้วยการปรับควงตัวนี้ หมุนได้ทีละเศษหนึ่งส่วนสี่รอบแล้วลองเข้าเกียร์ดู ลองหมุนได้ทั้งทวนและตามเข็มนาฬิกาไปพลางเข้าเกียร์จนกว่าโซ่จะพาดเฟืองได้แม่นยำทุกตัว ถ้าทำทั้งสองอย่างแล้วยังมีปัญหา ขั้นแรกให้ซ้อสายเคเบิ้ลเกียร์มาเปลี่ยนแล้วเริ่มปรับความตึงด้วยการหมุนควงปรับท้ายตีนผีก่อน แล้วตามด้วยหมุนควบปรับตรงสายเคเบิ้ล หากทำตามขั้นตอนทั้งสองแล้วยังปรากฎว่าเข้าเกียร์ได้ลำบากก็ต้องปรึกษาช่าง

หยอดน้ำมันหล่อลื่นโซ่ : พวกช่างมืออาชีพในทีมจักรยานแข่งระดับแนวหน้า บอกกับเราว่าวิธีการหล่อลื่นโซ่จักรยานให้ได้ผลดีที่สุดคือการทำความสะอาดโซ่ให้ปราศจากคราบฝุ่นและดินสะสมเสียก่อน ด้วยการใช้ผ้าหรือฟองน้ำสะอาดชุบน้ำสบู่จับรอบโซ่ในระดับใต้ตะเกียบโซ่ด้วยมือซ้ายและใช้มือขวาหมุนขาจานหน้าสิบรอบ เปลี่ยนผ้า (หรือใช้ส่วนอื่นที่ยังสะอาดอยู่) มาจับโซ่แล้วหมุนใหม่จนกว่าโซ่จะสะอาดซึ่งดูได้จากผ้าที่ต้องสะอาดไร้คราบน้ำมันจับ จะเช็ดซ้ำด้วยผ้าให้แห้งสนิทหรือปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งนาน 10 นาทีก็ได้ ก่อนจะหยอดน้ำมันหล่อลื่นโซ่จักรยานลงไปที่ข้อให้ครบทุกข้อทีละข้อช้า ๆ ปล่อยให้น้ำมันซึมลงข้อจนทั่วทิ้งไว้อีกสิบนาทีเช่นกัน แล้วค่อยใช้ผ้ารูดน้ำมันส่วนเกินออกจากโซ่ ส่วนที่ใช้งานจะซึมลงไปในข้อโซ่เรียบร้อยแล้ว ผนังโซ่ที่ด้านนอกนั่นไม่ต้องหล่อน้ำมันเพราะจะไปเคลือบไว้แล้วกลายเป็นตัวดูดจับฝุ่นให้สกปรกเปล่า ๆ ซ้ำยังจะเป็นตัวเสียดสีระหว่างข้อจนทำให้โซ่ของคุณสึกหรอเร็วกว่าเดิมด้วย

หลักอาน : การดูแลหลังจากขี่จักรยานตากฝนมาแล้ว ทำได้โดยการให้เทปพันจุดที่หลักอานต่อกับเฟรมจักรยานไว้เพื่อหมายตำแหน่งความสูงเดิม ใช้ควงหกเหลี่ยมหมุนสกรูยึดแหวนหลักอานออกก่อนแล้วใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดหลักอานให้สะอาดทั้งท่อน ยกเฟรมหงายเพื่อให้น้ำและสิ่งสกปรกตกค้างไหลออก ทาจาระบีบาง ๆ ที่หลักอานใต้แนวเทปพันสายไฟแล้วใช้ควงหกเหลี่ยมขันกลับให้ได้ระดับตามที่หมายไว้ด้วยเทปพันสายไฟและแน่นดังเดิม หากตรงจุดนี้ถูกกำหนดไว้ว่าต้องขันแน่นเป็นตัวเลขนิวตัน/เมตรก็ให้ขันให้แน่นตามตัวเลขกำหนด

>> อ่านต่อตอนที่ 2 

จักรยานพับ Bike Friday

|1 ความคิดเห็น
จักรยานพับ Bike Friday

เมื่อพูดถึงการเดินทางแล้วก็มีอยู่หลายประเภท และหนึ่งในนั้นก็คือการปั่นจักรยานไปตามที่ต่าง ๆ แต่ที่สะดวกที่สุดก็คือจักรยานพับที่จะสามรถไปกับเราได้ทุกที่ สะดวกสบายในการขนย้าย สามารถติดตัวเราไปในที่ต่าง ๆ ได้ เราขอแนะนำให้รู้จักกับจักรยาน Bike Friday เรามาดูสิว่าจักรยานพับค่ายนี้มีที่มาอย่างไร

“ไบค์ ฟรายเดย์” หนึ่งในสุดยอดตำนานรถพับจากสหรัฐอเมริกา ที่สองพี่น้องตระกูล Scholz คือ Alanc และ Hanz ชาวอเมริกันเชื้อสายสก๊อตแลนด์ แห่งเมือง Eugene จากรัฐ Oregon ทางตอนเหนือของสหรัฐฯ ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตรถจักรยานพับได้และส่งออกไปจำหน่ายกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

Alan Scholz ได้ตั้งชื่อจักรยานของเขาตามชื่อของตัวละครในนิยายเรื่องดัง “ชีวิตและการผจญภัยของ โรบินสัน ครูโซ” (Robinson Crusoe) หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า โรบินสัน ครูโซ ที่เขียนโดย “แดเนียล ดีโฟ” ที่ทุกคนรู้จักกันดี เป็นเรื่องของชาวสก๊อตแลนด์คนหนึ่งที่เรืออับปางแล้วไปติดอยู่บนเกาะ ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด จนได้พบกับเพื่อนแท้เป็นทาสผิวดำที่คอยช่วยเหลือให้ “โรบินสัน ครูโซ” อยู่รอดปลอดภัยจากอันตรายต่าง ๆ นา ๆ ระหว่างอยู่บนเกาะนี้และเป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากเขาจึงตั้งชื่อให้ชายผู้นี้ว่า Friday หรือเรียกขานกันเต็ม ๆ ว่า Man Friday อันเลนให้เหตุผลว่าจักรยานพับได้ของเขาเปรียบเสมือนนาย Friday เพื่อนผู้ซื่อสัตย์ในนิยายเรื่องนี้นี่แหละ ที่เป็นเพื่อนคู่กายคนเดียวที่คอยสนับสนุนช่วยเหลืออยู่อย่างเงียบ ๆ ช่วยให้เราได้เดินทางไปสู่จุดหมายที่ต้องการด้วยความสวัสดิภาพ คำว่า Bike Friday จึงเป็นคำที่ให้ความหมายลึกซึ้งที่บ่งบอกถึงความเป็นชาวสก๊อตแลนด์และความเป็นจักรยานคู่ชีพที่ทรหดอดทนของนักเดินทาง

Bike Friday มีโรงงานเล็ก ๆ ตั้งอยู่ที่เมือง Eugene ในรัฐ Oregon ของสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองหนึ่งของอเมริกาที่ได้รับการยกย่องว่าให้ความสำคัญกับการใช้จักรยานเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ มีคนทำงานที่นี่ราว 30 คน ยังคงใช้วีการผลิตและประกอบจักรยานด้วยมือทั้งหมด ด้วยความที่เป็นกิจการแบบครอบครัวและเจ้าของเองสืบเชื้อสายมาจากคนสก๊อตแลนด์ที่มีความทรนงองอาจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ครอบครัวตระกูล Scholz จึงคงความเป็นเอกเทศและยืนหยัดสู้กับกระแสทุนนิยมของอเมริกาอย่างเหนียวแน่น เขาปฏิเสธข้อเสนอที่เป็นเงินก้อนโตจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งในอเมริกาและยุโรปที่ต้องการซื้อกิจการและลิขสิทธิ์การออกแบบรถพับของ Bike Friday ของเขา ปัจจุบัน Hanna ลูกสาวคนโตของ Alan ได้เข้ามาช่วยครอบครัวในการบริหารงานและเริ่มขยายตัวส่งรถออกไปยังประเทศต่าง ๆ มากขึ้น

Tikit – City Folding Bike Series

City Bike Series เป็นรถที่ Bike Friday ออกแบบมาให้ใช้ในเมืองโดยเฉพาะ ใช้รถพับในการเดินทางไกลและรอนแรมท่องโลกไปในที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะองศาของรถถูกออกแบบมาให้นั่งได้สบาย สามารถนั่งปั่นเดินทางไกลกันเป็นวัน ๆ ได้โดยไม่เมื่อย เฟรมทำด้วย hi grade chromoly ตัวรถแข็งแรงน้ำหนักเบา สามารถติดตั้งกระเป๋าเดนิทางได้หลายใบสำหรับเก็บสัมภาระได้มากโดยไม่ทำให้รถสูญเสียการทรงตัว เมื่อพับแล้วจะมีขนาดพอเหมาะ สามารถนำขึ้นเครื่องบินหรือรถโดยสารได้สะดวก รถในซีรี่ส์นี้ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มรถถับสำหรับ Touring 

อะไร ทำไม อย่างไร กับ Corima ล้อคาร์บอน

|1 ความคิดเห็น
อะไร ทำไม อย่างไร กับ Corima ล้อคาร์บอนที่ทีมจักรยานระดับโลกเลือกใช้

Corima เป็นที่รู้จักกันในนามผู้ผลิตล้อคาร์บอนไฟเบอร์เจ้าแรกในวงการจักรยานแข่งขัน และล่าสุดนี้ Corima ได้ปล่อยสุดยอดสินค้าที่ทำให้ตลาดล้อคาร์บอนสั่นสะเทือนกับล้อ Corima MCC โดยปล่อยออกมา 2 รุ่น คือ MCC Aero และ MCC Winium นอกจากนี้ Corima ยังเป็นผู้ปล่อยล้อ Aero Tubeless เจ้าแรกของโลก แล้วทำไมล้อของ Corima จึงเป็นเอกลักษณพิเศษ?

1.       การออกแบบด้วย 3D-CAD ที่คำนึงถึงการทำงานทั้ง 3 มิติ
2.       การใช้เครื่องมือในการผลิตและการขึ้น Mould ที่มีคุณภาพสูงเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพสูงสุดและวงล้อทุกวงจะต้องได้รับการพิถีพิถันในการประกอบ ตรวจสอบ วัด Tension ด้วยมือทุกวง เทคนิคพิเศษในการขึ้นซี่ลวดไขว้ 3 ครั้ง
3.       กระบวนการผลิตของล้อทุกวง ถูกผลิตในฝรั่งเศส จึงยังควบคุมคุณภาพได้ทุกขั้นตอน ทำให้ผู้ใช้ได้สินค้ามาตรฐานระดับโลก
4.       การควบคุมกระบวนการผลิตภายใต้มาตรฐานยุโรป ที่ตรวจสอบทั้งคุณภาพและกระบวนการ QC ของสินค้าทุกชิ้น
5.       การให้บริการหลังการขายที่ตอบสนองอย่างทันที บนมาตรฐานแห่งยูโรเปี้ยน Corima จึงครองใจแชมป์โลกอย่างทีม ASTANA และ Pro-Team อีกมากมาย


การทดสอบ AeroDymanic ของ Corima

ที่ Corima เราเน้นความสำคัญของการเพิ่มสมรรถภาพของ Aerodynamic ที่นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของวงล้อ กว่า 20 ปีที่ Corima ได้พัฒนาศักยภาพของล้อ Disc จนกระทั่งวันนี้จึงเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีการผลิตล้อคาร์บอน มีระบบคอมพิวเตอร์ Simulation ในการทดสอบล้อในระยะยาวนาน มีอุโมงค์ลมเพื่อทดลองการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทดสอบด้วยนักปั่นระดับโลกในอุโมงค์ลมขี่ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง เพื่อให้รู้ถึงสมรรถภาพสูงสุดของวงล้อเมื่อนำไปใช้งานจริง

CORIMA เป็นผู้ออกแบบล้อ Carbon เองทั้งหมดแม้แต่ Spoke ที่ผลิตขึ้นทั้ง ล้อหน้าและล้อหลัง ถูกผลิตขึ้นด้วย Carbon 3000 bar และที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนล้อของ Corima ขึ้นซี่ลวดเพียง 12 เส้นต่อวงล้อเท่านั้น แต่ด้วยการใช้วัสดุในการผลิตซี่ลวดเป็นพิเศษจึงทำให้รับน้ำหนักของนักขี่ได้ถึง 90 Kg. นอกจากจะรับน้ำหนักได้ดี แล้ยังลด Ground drift และยังเพิ่มสมรรถภาพของผู้ขี่อีกด้วย ด้วยการตอบสนองการ Sprint ตัวเต็มที่จึงทำให้ความเร็วพุ่งขึ้นได้ทันที

ล้อคาร์บอนทอด้วยคาร์บอนที่ความละเอียด 12 K เป็นความละเอียดที่เหมาะกับ ROUTE/ROAD ใช้วัสดุคาร์บอน 100% และด้วยเทคโนโลยี MCC ที่ทำให้น้ำหนักล้อหน้าเหลือเพียง 460 กรัม และล้อหลังเพียง 620 กรัม สามารถเปลี่ยนใช้ได้กับดุมยี่ห้อ SRAM, CAMPAGNOLO AND SHIMANO มีให้เลือกทั้งแบบ TUBULAR มีระบบ CLINCHER ที่เป็นที่นิยมสูงให้ท่านได้เลือกสรรอีกด้วย

บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง