ss

19 ก.ย. 2554

Bike Test: SPECIALIZED VENGE S-WORKS

หลังจากจบการแข่งขัน Tour de Fracne ปุ๊ปเราก็ได้เห็นเจ้า Venge ตัวเป็น ๆ ถึงแม้จะไม่ใช่รุ่นเดียวกับที่ Mark Cavendish ในทีม HTC-Highrode แต่ก็คือโมเดลเดียวกันเลยครับ Venge ได้แรงบันดาลใจในหลักอากาศพลศาสตร์จากรุ่นใหญ่อย่าง Shiv นอกจากนั้นการปรับตำแหน่งท่อบนให้ยาวขึ้นและกะโหลกใหญ่อันทรงพลัง ในขณะที่น้ำหนักเฟรมเปล่าไม่ถึง 950 g เนื่องจากเฟรมผลิตจากคาร์บอน S-work Fact is 11r ข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตบอกว่า Measured 22 watt of Free at 40km/h during closed tack when compared to Tarmac SI3 เห็นได้ชัดว่ารถจักรยานคันนี้มีขุมพลังที่ซ่อนไว้อย่างน่าเหลือเชื่อเลยที่เดียว ส่วนตะเกียบหน้า S-work Fact Carbon Full-moncoque OS race ที่มีขนาด 1-3/8” ฐานล่างมั่นคง รองรับการกระชากที่รุนแรง ระบบถ้วยคอฝัง Integrated Top cap ขนาด 1-1/8”, 1-3/8” หลักอาน 3:1 Bladed carbon รูปทรงแอร์โรไดนามิก นอกจากสมรรถนะที่มองจากรูปร่างแล้ว การเก็บรายละเอียดของเฟรมก็ไม่เบาเลย ระบบสายเบรกและสายเกียร์ถูกเก็บเข้าไปในเฟรมอย่างเรียบร้อย รองรับการใช้งานในระบบ Di2 ของ Shimano สีสันของเฟรม แดง ดำ ขาว เอกลักษณ์เฉพาะของ Specialized ที่สามารถมองครั้งเดียวก็รู้เลยว่าเป็นยี่ห้ออะไร 

เจ้า Specialized Venge คันนี้เป็น Size 52 ซึ่งมี Top tube 53.7 จะสังเกตเห็นได้ว่ารถในยุคปี 2011-2012 จะค่อย ๆ ขยับความยาวของท่อบนออกไป โดยเฉพาะรถที่เด่นในทางราบ คันนี้ถูก set ไว้ลงตัวสำหรับผู้ทดสอบ เราพาเจ้า Specialized Venge ไปหาสถานที่เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบของรถและแนวทางในการทดสอบ จังหวัดชลบุรี มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย และมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม เขาชีโอน/เขาชีจรรย์/ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค  คือสถานที่ทดสอบในครั้งนี้ เมื่อทุกอย่างลงตัว แบบทดสอบแรกก็เริ่มขึ้น


ทางราบเรียบ

เจ้า Venge เปรียบเทียบรถ F1 หรือ Formula 1 ทำให้สัมผัสแรกที่ขึ้นไปยืนคร่อม เหมือนกับว่ารถมันพร้อมที่จะทะยานไปข้างหน้า ท่อบนยาว หน้าต่ำ ทำให้มุมจับที่ชิปเตอร์ยืดแขนตึงมือได้พอดี เบาะ Specialized tope 143 ปรับตำแหน่งนั่ง แล้วให้ความรู้สึกไม่แข็งกระด้างมากนัก ทดสอบการทำงานและ Rotor กับ Di2 กันต่อเมื่อรถวิ่งออกไปด้านหน้าผู้ทดสอบกดเกียร์ขึ้นใบจานใหญ่ 53x39 การขึ้นเกียร์เรียบเนียน อย่างน่าแปลกใจ อีกทั้งตัวสับจานมีการปรับระยะห่างของใบจานให้อัตโนมัติ ในเกียร์ที่ใกล้กับใบจานมากที่สุด ไม่ว่าจะสับลงใบเล็ก หรือขึ้นจานใหญ่ก็สมูทดีครับ “จับบาร์บน” ให้ความรู้สึกถึงองศาความชันของรถทิ้งมาด้านหน้า และเมื่อจับ “บาร์ล่าง” การก้มลงไปจับก็ทำได้กระชับมือ ไม่เอื้อม หรือเหนี่ยวรั้งเป้า แต่กับทำมุมท่านั่งในทรงแอร์โร่ ได้เป็นอย่างดี ผู้ทดสอบค่อย ๆ เร่งความเร็วในลักษณะการจับทั้ง 2 รูปแบบ รถคันนี้ไม่จี๊ดจ๊าดในความเร็วรอบต่ำครับ ซึ่งทาง Specialized ก็บอกอยู่แล้วว่าเจ้า Venge มีแนวคิดและถอดแบบมาจากเจ้า Shiv แบบฉบับของรถ Time Trials แต่เมื่อเราเร่งความเร็วมาอยู่ที่ย่านความเร็ว 35-40 เจ้า Venge ก็แสดงอารมณ์คึกคักเหมือนกำลังจะบอกกับเราว่า พร้อมแล้วสำหรับการเร่งความเร็วที่มากกว่านี้ ไม่รอช้าผู้ทดสอบเพิ่มความเร็วไปอยู่ในย่าน 40-45 แต่ดูม้าศึกตัวนี้ยังไม่หยุดที่จะคึกคักเอาซะแล้ว เห็นได้ชัดว่าขนาดเราเลือกใช้ล้อขอบต่ำในการทดสอบในแบบทางราบ รถก็สามารถวิ่งไดดีเยี่ยมเหมือนรอการพิสูจน์ในตอนท้ายสุดของการทดสอบครั้งนี้
ทางราบเรียบ/ขึ้นเขา/ลงเขา

การตอบโจทย์ยังไม่จบครับ การพิสูจน์ Venge ยังคงดำเนินต่อ เรารู้แล้วว่ารถคันนี้ปั่นทางราบได้ดี และดีมาก ๆ ซะด้วย แล้วถ้าเป็นทางขึ้นเขาลงเขาล่ะ รถคันนี้จะเป็นอย่างไร?

เราเลือกใช้ความชันระดับ 5-10% ในการทดสอบครั้งนี้ อัตราเร่งในความชันระดับนี้ไม่ได้ทำให้เจ้า Venge สูญเสียกำลังปั่นเลย จะนั่งหรือจะยืนปั่นก็ยังสามารถทำความเร็วได้ติดเท้า สำหรับการลงเขานั้น ผู้ทดสอบใช้ความเร็วในการทดสอบลงเขาเกินกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง แม้จะอันตรายสำหรับการบังคับเลี้ยวแต่เราก็ได้เห็นประสิทธิภาพรถคันนี้อย่างแท้จริง รถที่ถูกออกแบบมาเพื่อการสปริ้นท์อย่าง Venge ไม่มีข้อกังขาหรือข้องสงสัยหลังจากทดสอบเสร็จสิ้น การทำความเร็วสูงสุดสามารถทำได้อย่างไร้ขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับตัวผู้ปั่นเองว่าจะสามารถออกแรงระเบิดเจ้า Venge ทะยานไปสู่จุดหมายได้เพียงใด

สรุป

Specialized Venge สามารตอบโจทย์กับผู้ที่ต้องการความเร็วแบบถึงใจ และสามารถไปได้ทุกเส้นทาง โดยอาศัยหลักอากาศพลศาสตร์เป็นจุดเด่น ที่มีอยู่ในรถคันนี้ รวมไปถึงตัวแทนนำเข้าที่มั่นใจได้ในคุณภาพของสินค้า การลงทุนที่คุ้มค่ากับประสิทธิภาพที่คุ้มเงิน รอการพิสูจน์จากท่านผู้อ่านทุกท่านครับ...

ที่มา: ทดสอบจักรยานโดยนิตยสาร RACE BICYCLE

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง