ss

24 เม.ย. 2554

เทคนิคการขี่จักรยาน BMX ตอนที่ 1


เทคนิคการขี่จักรยาน BMX

อันที่จริงการขี่จักรยาน BMX ก็ไม่ต่างจากกีฬาจักรยานประเภทอื่น ๆ มากนักคือต้องอาศัยแรงปั่นจากขาของเรา ๆ ท่าน ๆ ในการพารถให้วิ่งออกไป แต่อาจจะมีบางอย่างที่เป็นจุดต่างออกไปบ้าง ดังนั้นลองมาดูกันว่ามันมีเทคนิคอะไรที่เราต้องเรียนรู้และฝึกฝนเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญเพื่อการขับขี่อย่างสนุกสนานและเพื่อความเป็นเลิศในการแข่งขัน

     1. การออกตัวจากจุดสตาร์ท
จุดสตาร์ทซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นทางลาดชันลงเขา เพื่อให้จักรยาน BMX มีความเร็วพอที่จะกระโดนข้ามเนินต่าง ๆ ได้ ทันที่ที่ออกตัวมาได้ โดยจะมีเกทสตาร์ทเป็นตัวกั้นไว้ ซึ่งเทคนิคที่ควรฝึกฝนก็คือการทรงตัวบนจักรยานก่อนเกทสตาร์ทจะล้มลง วิธีการฝึกอยู่กับบ้านก็ไม่ยากให้เราเอาล้อหน้าชนกับกำแพงแล้วลองขึ้นไปยืนทรงตัวโดยใช้เท้าด้านที่เราถนัดกดลงบนบันไดจักรยานให้ล้อหน้ากดติดกับกำแพงโดยไม่ให้รถจักรยานล้ม เริ่มจากแค่ 4-5 วินาที แล้วจากนั้นก็เพิ่มเวลาเป็น 10-15 วินาที ค่อย ๆ ฝึกวันละนิดไม่นานก็จะชินกับการทรงตัวและทำได้ไม่ยาก การฝึกอาจดูยากแต่ถ้าคุณได้ไปลองทำที่สนามแข่งขันที่มีเกทสตาร์ทจริง ๆ มันจะทำงานกว่าพื้นราบมาก ๆ เพราะทางลาดชันจะช่วยกดรถให้อยู่นิ่ง และทำให้เราทรงตัวอยู่บนรถได้นานกว่า ก็ลองเอาไปฝึกกันดูนะครับ

     2. การขับขี่ในทางโค้ง
การขี่ BMX เรซซิ่งเป็นการขี่ที่ใช้ความเร็วค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างทางรับความเร็วตามทางโค้งต่าง ๆ ไว้หรือที่เรียกว่าแบงค์ เพื่อให้รถจักรยานสามารถที่จะทำความเร็วได้ต่อเนื่อง เพื่อรองรับการจั๊มป์เนินระยะไกล ดังนั้นการขับขี่ในทางโค้งที่มีแบงค์รองรับจึงมีความสำคัญมาก ๆ ดังนั้นจึงต้องมีการฝึกฝนการเลี้ยวโค้งด้วยความเร็ว โดยจะมีหลักในการฝึกฝนดังนี้

-           ตำแหน่งการยืน ควรจะอยู่ประมาณกิ่งกลางรถไม่ทิ้งน้ำหนักไปด้านหน้าหรือหลังมากเกินไป ย่อเขาลงเล็กน้อยเพื่อช่วยลดแรงกระแทก และที่สำคัญต้องเตรียมพร้อม เมื่อเวลารถวิ่งตั้งตรงได้ต้องรีบใช้จังหวะนี้เริ่มปั่นทำความเร็วมากขึ้นเพื่อการจั๊มป์เนินระยะไกลหรือการลุยบนลูกระนาดจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น
-           การเอียงรถเข้าโค้ง อันนี้จะมากน้อยขึ้นอยู่กับความเร็วที่เราวิ่งเข้าหาแบงค์ ถ้ารถเราวิ่งมาเร็วมากก็ต้องเอียงรถเข้าหาโค้งด้านในมาก เพื่อป้องกันแรงเหวี่ยงจะพารถเราแหกโค้งออกไป ที่สำคัญตำแหน่งของบันไดรถจักรยานจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ขนานกับพื้นหรือบันไดด้านในโค้งจะต้องอยู่สูงกว่าด้านนอก เพื่อป้องกันบันไดครูดกับพื้นด้านในโค้งที่เราเลี้ยว จนอาจจะทำให้รถเราเสียหลังล้มลงได้
-           การเลือกไลน์ในทางโค้ง การเลือกทางที่จะวิ่งในโค้งแบงค์ก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะในทางโค้งจะมีจังหวะที่ใช้ในการแซงผ่านกันอยู่บ่อยครั้งมาก ๆ และเพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการแซงผ่านคันอื่น ๆ แบบโดยจะมีไลน์ที่นิยมใช้เพื่อเลี้ยวโค้งอยู่ 2-3 แบบ
-           ไลน์แบบวิ่งตามโค้งด้านนอกตามแนวแบงค์ไลนนี้จะช่วยรักษาความเร็วให้รถจักรยานมีความเร็วสม่ำเสมอและเราจะสามารถปั่นรถออกไปเพื่อสร้างความเร็วได้ต่อเนื่อง ซึ่งปกติก็จะใช้ไลน์แบบนี้กันแทบจะทุกคน
-           ไลน์แบบวิ่งเข้าตัดเข้าโค้งด้นในไปบานออกด้านนอก ไลน์แบบนี้จะใช้เพื่อการแซงคันหน้าโดยคันที่อยู่ด้านหลังจะขี่เข้าไปบังไลน์คันที่นำอยู่ด้านหน้า เมื่อคันหน้าเสียจังหวะเราก็อาศัยจังหวะนี้แซงผ่านไปก่อนได้
-           ไลน์แบบวิ่งขึ้นไปด้านนอกของแบงค์แล้วตัดลงกลางแบงค์ วิธีนี้จะทำยากกว่าเพราะเราจะต้องฝืนกับแรงเหวี่ยงของรถเพื่อบังคับให้รถเลี้ยวลงมาทันทีเพื่อจะตั้งหลักให้รถตรงแล้วปั่นออกไปให้ได้ก่อนคันที่นำหน้าเราอยู่
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนว่าผู้ขับขี่จะใช้วิธีใด ไม่มีข้อจำกัดตายตัว และควรจะประเมินสถานการณ์ว่าถ้าจะทำการแซงผ่านแบบนี้จะทำให้เกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกันล้มด้วยไหม ถ้าคิดว่าไม่คุ้มที่จะแซงก็ควรหาโอกาสในโค้งต่อไปจะดีกว่า เพราะถ้าเกิดล้มลงก็จะเสียโอกาสในการแข่งขันต่อไปอย่างแน่นอน

     3. การขี่บนเนินลูกระนาด
วิธีการคงไม่ต่างกับการขี่แบบอื่น ๆ มากนักคือหลัก ๆ ก็ยังคงเน้นการยืนเป็นหลักแต่จะเน้นไปที่การใช้แขนและขาของเราแทนช็อคอัพเนื่องจากรถ BMX ไม่มีช็อคหน้าหลัง จึงต้องใช้ร่างกายเราแทนช็อค โดยมีวิธีการดังนี้ ยืนขี่รถเข้าหาเนิน เมื่อล้อหน้าปีนขึ้นไปบนด้านหน้าของลูกระนาดให้งอแขนลง เมื่อล้อหน้าผ่านไปยังด้านหลังก็ให้เหยียดแขนนอกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนขาหลังก็ต้องย่อขึ้นลงตามจังหวะแบบเดียวกับแขนของเรา คือเมื่อล้อหลังปีนขึ้นด้านหน้าเนินก็ย่อขาลง เมื่อล้อหลังข้ามไปด้านหลังเนินก็เหยียดเขาออกไป ยิ่งเราออกแรงกดแรงผลักที่แขนและขามากและเร็วขึ้นเท่าไหร่ ก็จะทำให้รถจักรยานสามารถวิ่งผ่านลูกระนาดไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคนิคนี้นักกีฬาก็ต้องมีการฝึกฝนอยู่เป็นประจำจนเกิดความเคยชินและมีความชำนาญ

     4. การกระโดดเนินระยะไกล
BMX ถ้าจะไม่พูดถึงการกระโดดข้ามเนินสูง ๆ ไกล ๆ ก็คงจะแปลกไปเพราะนี่คือความตื่นเต้นและท้าทายในเกมส์กีฬาชนิดนี้เลยก็ว่าได้ แต่ว่ากว่าแต่ละคนจะสามารถทำได้นั้นต้องได้รับการฝึกฝนทักษะด้านนี้เป็นอย่างดีจนเกิดความชำนาญ โดยการกระโดดเนินระยะไกลสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้
เริ่มจากพื้นฐานแรกคือการหัดทำการหิ้วรถให้ลอยอยู่กับพื้นให้ได้ หรือฝรั่งเขาเรียกว่า “บันนี่ฮ็อป” โดยมีการฝึกดังนี้
-           อันดับแรกเราต้องยกล้อหน้าให้ได้ก่อน วิธีฝึกเราต้องยืนขี่รถด้วยความเร็วเล็กน้อย โดยให้บันไดอยู่ขนานกับพื้น จากนั้นก็ให้ออกแรกยกล้อหน้าให้ลอยขึ้นจากพื้นพอสมควร อาจจะทำโดยหาท่อนไม้หรือสิ่งของที่ไม่สูงมากมาวางไว้แล้วพอรถวิ่งมาใกล้ ๆ ก็ให้ดึงล้อหน้าข้ามไปให้ได้ ฝึกแบบนี้จนสามารถยกล้อข้ามสิ่งกีดขวางได้เป็นอันจบ
-           ต่อไปเราจะมาฝึกการยกล้อหลัง วิธีทำคือยืนขี่เหมือนวิธีแรก แต่คราวนี้ไม่ต้องเร็วมาก วิธีการเริ่มจากตั้งบันไดให้ขนานกับพื้นทั้งสองข้าง จากนั้นมือทั้งสองข้างกำแฮนด์ให้แน่น ๆ กว่าปกติ ส่วนปลายเท้างุ้มจิกลงไปด้านหน้ารถ บิดมือทั้งสองข้างขั้นพร้อม ๆ กันในเวลาเดียวกัน ฝ่าเท้าเราก็ต้องงัดบันไดขึ้นไปด้านหลัง จะทำให้ล้อหลังลอยขึ้นได้ ฝึกฝนบ่อย ๆ ก็จะสามารถยกได้ทุกครั้งโดยจะใช้วิธีการวางสิ่งกีดขวางเพื่อฝึกฝนแบบยกหน้าก็ได้ครับ คือเมื่อยกล้อหน้าข้ามไปได้ ทิ้งจังหวะนิดหนึ่งก็ยกล้อหลังข้ามตาม
-           รวมสองล้อให้เป็นหนึ่งเดียว จากบทฝึกที่ผ่านมา ต่อไปเราจะเอาสองวิธีนี้มารวมกันเพื่อจะได้ยกได้ทั้งสองล้อพร้อม ๆ กัน วิธีการคือยืนขี่รถมาด้วยความเร็วพอประมาณ แล้วลองสร้างเส้นหรือวางสิ่งกีดขวางเล็ก ๆ เอาไว้ เมื่อล้อหน้าวิ่งเข้ามาใกล้จุดที่เราสร้างไว้ก็ให้ดึงหน้ารถให้ลอยสูงขึ้นพร้อมกันนั้นก็ต้องยกล้อหลังตามขึ้นมาติด ๆ กัน รถก็จะลอยข้ามสิ่งกีดขวางได้ทั้งสองล้อ โดยในการฝึกขั้นตอนนี้อาจจะฝึกโดยทรงตัวอยู่บนรถแล้วหิ้วรถให้ล้อลอยทั้งสองก่อนก็ได้ เมื่อชำนาญแล้วค่อยฝึกทำแบบที่รถวิ่งมาด้วยความเร็วจะปลอดภัยกว่านะครับ เทคนิคนี้ถ้าเป็นบันไดแบบคลิปเลสจะทำได้ง่ายกว่าครับ เพราะว่าถ้าเราแค่ย่อขาและกระโดดขึ้น รถจะลอยติดเท้าเราขึ้นมาเอง

แต่ว่าทำไมเราต้องฝึกพื้นฐานแบบนี้ก่อนจะไปหัดกระโดดเนิน นั่นก็เพราะในการกระโดดเนินนั้นมีทั้งความเร็ง ความสูง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการเสียหลักได้ง่ายเมื่อรถเราลอยอยู่กลางอากาศ ถ้าเราไม่ฝึกพื้นฐานให้ดีเสียก่อน อีกทั้งในการกระโดดเนินไม่ได้ใช้แค่ความเร็วอย่างเดียวแล้วจะกระโดดเนินได้ ในบางจังหวะเราอาจจะต้องใช้เทคนิคบันนี่ฮ็อปหรือการหิ้วรถเพื่อให้รถสามารถลอยได้สูงและไกลเพื่อการเคลียร์เนินจั๊มป์ระยะไกลได้ด้วยในบางกรณี

ต่อไปเราจะได้แนะนำการฝึกเทคนิคในการขี่จักรยาน BMX ขั้นสูงขึ้นไปอีกในโอกาสต่อไปครับ...

ที่มา: นิตยสาร RACE BICYCLE  บทความโดย : คุณจักรี  ศรีกสิกิจ




2 ความคิดเห็น:

  • ไม่ระบุชื่อ says:
    3/1/55 02:40

    สวัสดีค่ะหนู่อายุ9ขวบหนูชื่อครีมพึ่งได้จักรยานใหม่มมาค่ะปั่นแต่4ล้อเป็นค่ะแต่ดันจับได้2ล้อการปั่นคิดว่าง่ายๆนะคะแต่ลองปั่นแล้วมันยากมากๆค่ะปั่นเป็นนะคะแต่ทรงตัวไม่ได้ขอวิธีทรงตัวที่ดีที่ทำให้จักรยานไม่เอียงได้ไหมคะ

  • ไม่ระบุชื่อ says:
    5/4/55 03:45

    ลองฝึกยืนนิ่งๆบนจักรยานดูจ้า...ยืนบนบันไดข้างหนึ่ง เข็นเบาๆ แล้วยืนขึ้นบนบันไดทั้ง2ขาเลย...พอไม่ไหวก็เอาขาข้างหนึ่งยันพื้น แล้วเข็นอีก(เหมือนเล่นสเกต)....พอทรงตัวได้แล้วจะปั่นได้เองจ้า

แสดงความคิดเห็น

บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง