ss
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มุม BMX แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มุม BMX แสดงบทความทั้งหมด

10 พ.ย. 2554

GT เปิดตัวจักรยาน BMX Racing Speed Series 2012

|0 ความคิดเห็น
GT เปิดตัวจักรยานปี  2012 GT BMX Racing Speed Series (Made in Taiwan) GT ได้ผลิตรถจักรยาน BMX ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมเพื่อการตอบสนองความต้องการของนักปั่นขาซิ่งทั้งหลาย ต่อไปนี้เป็นจักรยาน BMX ที่มีจำหน่ายในบ้านเรา หาจับจองเป็นเจ้าของกันได้แล้วครับ ตามร้านจักรยานชั้นนำหรือตัวแทนจำหน่ายทั่วไปครับ

2012 GT BMX Racing Speed Series XL

ตัวถัง Aluminum 21 นิ้ว Top-Tub
ขาจาน FSA ASSULT, ยาว 175 mm. หน้า AL 44 ฟัน หลัง 16 ฟัน
วงล้อ Alienation Deviant ยางนอก Tioga Powerblock, หน้า 20x1.95 , หลัง 20x1.75

2012 GT BMX Racing Speed Series Pro

ตัวถัง Aluminum 20.5 นิ้ว Top-Tub
ขาจาน FSA ASSULT, ยาว 170 mm. หน้า AL 44 ฟัน หลัง 16 ฟัน
วงล้อ Alienation Deviant ยางนอก Tioga Powerblock, หน้า 20x1.75 , หลัง 20x1.75

2012 GT BMX Racing Speed Series Junior

ตัวถัง Aluminum 18.5 นิ้ว Top-Tub
ขาจาน FSA ASSULT, ยาว 140 mm. หน้า AL 41 ฟัน หลัง 16 ฟัน
วงล้อ Alienation Ankiebitter 28 รู, ยางนอก Tioga Powerblock, หน้า -หลัง 20x1-1/8

2012 GT BMX Racing Speed Series Expert

ตัวถัง Aluminum 19.5 นิ้ว Top-Tub
ขาจาน FSA ASSULT, ยาว 160 mm. หน้า AL 41 ฟัน หลัง 16 ฟัน
วงล้อ Alienation Ankiebitter 28 รู, ยางนอก Tioga Powerblock, หน้า 20x1-3/8, หลัง 20x1-1/8
ดุมล้อ หน้า-หลัง GT Mohawk AL Sealed 28 รู







13 ต.ค. 2554

Pre-Jump โดดก่อนได้เปรียบ

|0 ความคิดเห็น
ถ้าคุณต้องการที่จะรักษาความเร็วเมื่อคุณต้องโดดเนิน ไม่ว่าจะลูกเล็กลูกใหญ่เพื่อไปต่อให้ถึงเส้นชัยก่อนใคร คุณจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ศิลปะการกระโดดที่เรียกว่า Pre-Jump

ย้อนกลับไปที่ยุคต้นปี 90 ผู้ชมรักที่จะยืนดูรอบ ๆ ตรงเนินดินที่สูงชันในการแข่ง Downhill ในตอนนั้นยังไม่มีการกระโดดข้ามเนินใหญ่ ๆ หรือการ Drop จากที่สูง ๆ ที่จบลงด้วยการกระแทกลงพื้นอย่างแรง มีแต่เพียงการขี่ชนกองหินหรือเนินดินเล็ก ๆ ที่ไม่สูงนักด้วยความเร็วที่เกือบจะการันตีความปลอดภัย ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือการขี่ในเส้นทางที่มีเนิน ในงาน Italian World Cup DH Course ปี 1993 มีนักแข่งมืออาชีพหลายคนที่ทำการโดยเนินที่มีตัวรับลึกลงไปเหมือนเป็นการ Drop พวกเค้าลอยอยู่ในอากาศแล้วไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร หลังจากนั้นก็จะกระแทกตัวลงสู่พื้นดินอย่างแรงจนเสียการทรงตัว และความเร็วลดลง

สิ่งนั้นมันเกิดขึ้นจนกระทั่ง John Tomac มาทำการกระโดดแบบ Bunny Hopped ลงเนินที่มีความสูง 12 ฟุตก่อนดรอปลงเสียบตัวรับในจังหวะเวลาที่สมบูรณ์แบบ เขานำรถแตะพื้นของตัวรับหลังจากนั้น เขาจะขี่ด้วยความเร็วคงที่และนำพาตัวเองสู่ที่หนึ่ง โดยที่ไม่มีใครที่จะทำเวลาเข้าใกล้เค้าได้ด้วย นี่เป็นเทคนิคที่เรียกว่า การกระโดด Pre-Jumping

มันอาจจะมีการกระโดดในเส้นทางที่คุณขี่ประจำ จนคุณรู้ว่าคุณสามารถจะเคลียร์เส้นทางนั้นได้ แต่การทำเช่นนั้นบ่อย ๆครั้งมันอาจทำให้เสียความสนุกไป แม้ว่ามันอาจจะเป็นเพียงเนินดินที่ไม่ใหญ่ แต่มีความลาดชันลึกลงไป แล้วก็ต้องใช้ความเร็วในการกระโดด ซึ่งอาจทำให้คุณตกลงเลยตัวรับไปกระแทกพื้นข้างล่างได้ ทักษะการกระโดด Pre-Jump ก็เหมือนกับคุณทำ Bunny Hop กระโดดขึ้นไปก่อนที่จะถึงยอดเนินส่ง มันจะทำให้คุณรักษาความเร็วได้โดยไม่เสียการควบคุม และช่วยคุณเคลียร์การกระโดดลงตัวรับอย่างราบรื่น ต่อจากนี้คือวิธีการของการกระโดด Pre-Jump

1.ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
การกระโดดแบบ Pre-Jump ต้องมีพื้นฐานของการกระโดดแบบ Bunny Hop ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงท่าไปใช้ในการโดด ดังนั้นคุณต้องตัดสินใจว่าคุณจะต้องลอยตัวขึ้นไปสูงเท่าไหร่ คุณสามารถเรียนรู้ทักษะนี้ได้ในลาดจอดรถที่โล่ง ๆ เลือกเส้นจราจรบนพื้นลานจอดรถเพื่อกำหนดเป็นตำแหน่งที่คุณใช้เป็นแนวการกระโดด พยายามเคลียร์การกระโดดให้ได้ในแต่ละครั้ง เพิ่มความเร็วขึ้นเพื่อสังเกตจุดที่ลงพื้นที่ และทำการฝึกกระโดดแบบ Bunny Hop เช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนคุ้นชิน

2.ฝึกฝนในทุก  ๆ ที่
คุณสามารถฝึกกระโดยแบบ Pre-Jump ได้ในทุก ๆ ที่ แค่เพียงการฝึกฝนก็สามารถทำให้คุณขี่ในทางลาดชัน หรือบนเนินดินได้ดี แม้กระทั่งบนทางเท้าบริเวณถนนไม่มีรถวิ่ง คุณก็สามารถใช้เป็นที่ฝึกฝนได้ ถ้าคุณโชคดีพอมีทาง BMX หรือลานสเก็ตที่โรงเรียนใกล้ ๆ บ้าน สถานที่เหล่านี้เป็นที่ที่เหมาะมากในการฝึกฝน

3.ขั้นตอนแรก
หลังจากที่ใช้เทคนิคการฝึกฝนในลานจอดรถ ก็ควรที่จะหาเนินเล็ก ๆ เพื่อที่จะใช้ในการฝึกฝนต่อไป ก่อนอื่นกระโดยขึ้นไปในแนวราบปกติและบันทึกไว้ว่าคุณเสียความเร็วไปเท่าไหร่เมื่อรถลงแตะพื้น ต่อจากนั้นคุณลองใช้เทคนิค Bunny Hop และใช้ทักษะการตัดสินใจเรื่องระยะทางของคุณด้วย เมื่อคุณพร้อมให้ขี่ขึ้นไปบนเนินช้า ๆ หลังจากนั้นให้กระโดดลงสู่ตัวรับด้านล่าง คุณจะสังเกตเห็นว่าคุณไม่เสียความเร็วลงเลย หลังจากนี้ให้เพิ่มความเร็วขึ้น และกระโดดเร็วขึ้นเหมือนที่คุณทำในลานจอดรถ ทำต่อไปเรื่อย ๆจนกระทั่งคุณทำได้เท่าที่คุณกล้าที่จะทำ หรือจนกระทั่งคุณมีความมั่นใจกับการกระโดดแบบ Pre-Jump อย่างเต็มที่

4.คิดในแง่บวก
คิดในทางบวกและขี่อย่างขะมักเขม้น ถึงแม้ว่าการกระโดดแบบ Pre-Jump จะเป็นเทคนิคการกระโดดขั้นสูง แต่มันง่ายที่จะเรียนรู้ เพียงจำไว้ว่า การฝึกฝนจะทำให้การกระโดดสมบูรณ์แบบ เมื่อคุณมีเทคนิคที่ถูกต้อง และมีความเร็วในการขี่ดี คุณสามารถทำการกระโดดแบบ Pre-Jump ได้ในระยะทางที่บ้าระห่ำ

5.พัฒนาทักษะของคุณ
Bunny Hop ไม่ใช่เทคนิคเดียวของการกระโดดแบบ Pre-Jump มันยังมีเทคนิคอื่น ๆ อีกที่คุณสามารถใช้ได้เมื่อคุณมีความมั่นใจกับการโดด เมื่อคุณขี่ขึ้นไปบนเนิน และดึงล้อหน้าให้พ้นพื้นดินเบา ๆ แล้วก็ดึงล้อหลังขึ้นด้วยการถ่ายน้ำหนักตัวของคุณ วิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียนรู้เทคนิคนี้คือการขี่บนทางของ BMX ลองหาเนินแบบ Single Jump ที่จะใช้เริ่มในการฝึก จำไว้เสมอว่าให้ดึงล้อหน้าก่อนที่จะถึงยอดเนิน

สิ่งที่ไม่ควรกระทำในการ Pre-Jump การกระโดดสูงเกินไป
ไม่ว่าคุณทำอะไร ต้องมั่นใจว่าคุณทำ Bunny Hop ที่ไม่สูงจนเกินไปจนเกิดความเสี่ยงในการลงสู่พ้น ถ้ามันเป็นเนินที่ใหญ่ คุณอาจจะเจอปัญหามากมาย ให้จำไว้ว่าใหญ่กว่าไม่ได้ดีเสมอไป

ประมาณการผิดพลาด
ตรวจสอบให้แน่ใจว่คุณประมาณการระยะทางได้อย่างถูกต้อง ถ้าประมาณผิดพลาด ล้อหน้าเกิดการสะดุดมันอาจส่งผลให้ตัวคุณเองลอยข้ามแฮนด์จับม้วนหน้าลงสู่พื้นได้

ความเร็วที่มากเกินไป
คุณสามารถเพิ่มความเร็วได้จากการทำ Pre-Jumping แต่ต้องมั่นใจว่าไม่เพิ่มความเร็วจนมากเกินไปให้คำนึงถึงเส้นทางปัญหา กับอุปสรรคที่อยู่ข้างหน้าต่อไปด้วย ถ้าเส้นทางด้านหลังโล่งคุณสามารถเพิ่มความเร็วได้

11 ต.ค. 2554

Dirt Bike

|0 ความคิดเห็น

เดิมที่ Dirt Jump มาจากการพลิกแพลงในการนำรถเสือภูเขามาใช้ กระโดดโลนเต้น ตามถนนหนทาง ขึ้นโต๊ะ ลงฟุตบาท ตามประสาที่กลายเป็นชาว Street ในปัจจุบัน ส่วนชาว Dirt Jump ไม่ค่อยจะแตกต่างกันมากนักในรูปทรงของจักรยาน แต่นักโดดตัวยงทั้งหลายเขามักจะอยู่กับสนามดิน เหตุก็มาจากความซุกซนเริ่มทำเนินโดดจากเล็ก มาถึงปัจจุบันที่มีเรื่องเล่นมากมายทั้ง Wall Ride หรือจะเป็นกระดานกระดก แม้แต่รถบรรทุก เรือบรรทุกสินค้าก็ยังมาเป็นอุปสรรคในการกระโดด โชว์ลีลาทุกรูปแบบ

จากรถเสือภูเขาที่นำมาประยุกต์ในการขี่เล่น ก็เริ่มมีการออกแบบให้ความแข็งแรงคงทนมากขึ้นสรีระของรถเริ่มเปลี่ยนไป ตัวถังเริ่มมีความหนา และรอยเชื่อมในจุดที่รับแรงกระแทกจากการกระโดด อะไหล่ชิ้นส่วนต่าง ๆ เริ่มนำของ BMX มาใช้จากมีเกียร์ ก็เริ่มเข้าสู่ยุคของ Single Speed จากประเด็นที่ขาของตีนผีที่ยาวในบางรุ่น บวกกับตำแหน่งของโซ่และจังหวะของกระแทกที่พอดิบพอดี จึงทำให้ขาของตีนผีเข้าไปงัดกับล้อ ทำให้เกิดความเสียหาย และบาดเจ็บ เมื่อนำความเป็น BMX บวกกับความเป็น Mountain จากตัวถัง Mountain ที่รองรับดุมแกนปลดในหางหลังทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของล้อเป็นเหตุที่โซ่ตกออกจากเฟือง ในช่วงแรก ๆ จึงต้องมีตัวช่วย ที่เรียกว่า Adapter Single Speed จะเป็นตัวนำทางของโซ่ไม่ให้ตกออกจาเฟืองและ Chain Guide ในส่วนของใบจานหน้า

เมื่อตัวถังได้ถูกออกแบบให้รองรับกับความเป็น Single Speed เริ่มมีการนำเอาหางปลามาใช้เพื่อให้ล้อหลังไม่เกิดการเคลื่อนตำแหน่งและการขยับตัวของแกนล้อ อีกทั้งให้ความแข็งแรงมาขึ้นจึงทำให้ Adapter Single Speed และ Chain Guide หมดความสำคัญลง เพราะเราแค่ตัดโซ่ให้พอดีกับรอบของเฟืองหน้า และหลัง และตั้งความตึงหย่อนแล้วแต่ชอบ ยึดหางปลาให้แน่น โซ่ก็ไม่ตกออกจากเฟืองแล้ว โซ่ก็เริ่มมีบทบาทในการแต่งรถ จากภาพเดิมที่เราคุ้นเคยโซ่จะต้องดำเกรอะจากคราบน้ำมัน แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการใส่สีสันให้กับโซ่ที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อน ซี่ลวดก็ยังเป็นไปกะเขาด้วย เริ่มมีสีสันเข้ามาให้เลือกมากมาย

ตะเกียบจักรยานก็เข้าสู่วงการชาวคลุกฝุ่น และมีบทบาทมากกว่าโช๊คกันสะเทือนของชาวเสือเริ่มเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปอย่างสิ้นเชิงจากการช่วยลดการสะเทือนกลายเป็นภาระไปซะได้ ทั้งน้ำหนัก และการเสียแรงในการปั่นจากช่วงยุบของโช๊คซะอีก

แม้แต่เรื่องล้อก็เริ่มถูกลอกคราบจากเสือภูเขา จากล้อใหญ่ 26 นิ้ว ก็ลดลงเหลือ 24 นิ้ว ยางก็ถูกผลิตเป็นดอกเรียบมากขึ้น ขาจานก็เริ่มนำเอารูปแบบขาจาน BMX มาใช้ ตัวถังใหม่ก็ออกมารองรับง่าย ๆ ก็คือ เหมือน BMX คันใหญ่ขึ้นนั่นเอง แต่มีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวแฝงอยู่

เมื่อขี่จนฝีมือเข้าขั้นมากขึ้น ก็เริ่มปลดระวางเบรกกันเพื่อลดน้ำหนัก ตัวถังยุคต่อมาเริ่มไม่มีส่วนติดตั้งเบรกออกมาจัดจำหน่ายตามกระแสกันไป แล้วจะหยุดรถกันยังไงล่ะทีนี้ สงสัยต้องพึ่งลำแข้งและพื้นรองเท้า แล้วแต่สไตล์ใครสไตล์มัน

เมื่อไร้ขีดจำกัดในการแต่งรถระหว่างชาว Street-Dirt Jump และ BMX สำหรับอะไหล่จักรยานที่ใช้ร่วมกันได้รถก็จะมีสไตล์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ขาจาน บันได้ เบาะ ปลอกแฮนด์ แฮนด์ ตัวถัง ขอบล้อ ซี่ลวด แม้กระทั่งโซ่ เลือกสีสันตามความชอบของเจ้าของและเพิ่มสีสันบนท้องถนนมากขึ้นอีกด้วย

23 มิ.ย. 2554

Prophecy BMX เทคโนโลยี BMX ที่ล้ำสมัย

|0 ความคิดเห็น
Prophecy BMX  เทคโนโลยี BMX ที่ล้ำสมัย

Prophecy BMX เห็นแค่ชื่อก็บ่งบอกถึงการมองเห็นอนาคตของจักรยาน BMX เลยทีเดียวเชียว มันก็น่าจะเป็นอย่างที่ความหมายของชื่อแบรนด์ เนื่องจากเทคโนโลยีล้ำสมัยการเชื่อมต่อของโครงจักรยาน และวัสดุที่เบาที่สุดในตอนนี้ก็เกือบจะว่าได้ คงหนีไม่พ้นวัสดุที่เรียกว่าคาร์บอน ท่านผู้อ่านคงอยากจะรู้แล้วสิว่ามันจะเจ๋งกันแค่ไหน 

บริษัท Prophecy BMX ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1970 วัสดุ และเทคโนโลยีในยุคนั้นหรืออาจจะถึงยุคปัจจุบันที่ทุกแบรนด์ใช้คงหนีไม่พ้นเหล็ก หรือ อลูมิเนียม เหมือนเป็นมาตรฐานของยุค แต่ Prophecy BMX ไม่ใช่แค่เพียงพัฒนารูปลักษณ์หน้าตา หรือสีของจักรยาน แต่มีการพัฒนาด้านวัสดุล้ำสมัยให้แตกต่างและเป็นจุดขายของแบรนด์ ภายใต้การทดลอง และประมวนผลของการขี่ของนักกีฬาชั้นนำ โดยการนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงการเชื่อมภายในตัวถึงของเจ้า Prophecy BMX จึงไม่เกิดรอยเชื่อมภายนอกตัวถัง และสำหรับทางบริษัทเองก็มุ่งพัฒนาและนำจุดขายนี้แนะนำสู่นักจักรยานทั่วโลก Prophecy BMX น่าจะเป็นสโลแกนเดียวกับผ้าปูที่นอนบ้านเราได้เลนนะครับ “ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน”

เมื่อพูดถึงเรื่องวัสดุคาร์บอนที่มีหลากหลายชนิดในท้องตลาด คุณภาพและลักษณะการใช้งานของแต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ส่วนวัสดุคาร์บอนที่นำมาใช้ในการผลิตตัวถังของ Prophecy BMX วิศวกรมืออาชีพได้คำนวณการใช้คาร์บอนรหัส TR50 ที่มีคุณลักษณะการยืดหยุ่นของเส้นใยสูงคุณภาพของคาร์บอนที่ผลิตเป็นเฟรมขึ้นอยู่กับเรซิ่นที่ใช้เคลือบ และ Prophecy BMX มีคุณภาพเพิ่มขึ้นเมื่อถูกอัดด้วยเรซิ่นจากประเทศเกาหลีรวมถึงการประกอบแบบ Carbo Layer คือการประกอบแบบสับหว่าง ระหว่างคาร์บอนกับเรซิ่น สับหว่างกันไปเรื่อย ๆ และการเชื่อมคอโดยการหลอมส่วนคอและส่วนตัวถังโดยใช้การสับหว่างของคาร์บอนจนเกิดความแข็งแรง และความหนาในปริมาณที่เปราะบาง และเทคนิคนี้ทำให้ไม่เห็นรอยเชื่อมบนตัวเฟรมหลังการทดสอบด้วยระบบ 3D Ergonomic Designed ได้ประสิทธิภาพของการทำงาน 100 % ทั้งความเสถียร ความแข็งแรงและความเบา ซึ่งทางบริษัทได้ทดสอบเฉพาะเจาะจงบริเวณแผงคอของตัวถังที่เป็นจุดฉีกขาดง่ายของเฟรมจักรยานทุกประเภท และทุกวัสดุ เป็นจุดเปราะบางที่สุด แต่ทาง Prophecy BMX ผ่านการทดสอบได้อย่างสบาย เมื่อการทดสอบด้านมาตรฐาน ด้านวิศวกรรม และด้านความปลอดภัยผ่านเรียบร้อยก็ถึงเวลาทดสอบในสนามรูปแบบต่าง ๆ ทั้งกระโดดข้ามเนินหรืออุปสรรคอย่างลูกระนาด ก็ไหลลื่นอย่างเรียบง่ายด้วยน้ำหนักที่เบา ความยืดหยุ่นของเฟรมจากวัสดุคาร์บอน ที่ทำให้ขับขี่นิ่มขึ้นบนอุปสรรค และการกดน้ำหนักเพื่อรีดหรือปั๊มเนินก็เป็นไปอย่างคล่องตัว

ทาง Prophecy BMX ได้ออกขนาดของเฟรมมาเพียง 4 ขนาดแต่ครอบคลุมสรีระของนักแข่งเกือบทั่วโลก และมีน้ำหนักของเฟรมขนาดเล็กโดยประมาณ 1.3 กิโลกรัม ส่วนในเฟรมขนาดใหญ่สำหรับคนตัวใหญ่มีน้ำหนักประมาณ 1.45 กิโลกรัม เมื่อประกอบทั้งคันแล้วน้ำหนักทั้งคันอยู่ประมาณ 7.89 กิโลกรัม ส่วนการเลือกเฟรมต้องดูตามตะรางเปรียบเทียบเพื่อหาขนาดรถให้ตรงกับความสูง และน้ำหนักของผู้ขับขี่
นอกจากจะผลิตเฟรมที่ล้ำสมัยของ Prophecy BMX แล้วทางบริษัทได้ออกแบบส่วนตกแต่งจักรยานอีกด้วยเช่น เบาะ หลักอานคาร์บอน ปลอกมือ ป้ายเบอร์ หางปลา แผ่นป้องกันเฟรมเป็นรอยแหวนรองต่าง ๆ หรือจะเป็นชุดถ้วยคอสุดล้ำจาก Prophecy BMX 

ในขณะนี้นักแข่งในทีมที่พร้อมจะเปิดตัวพร้อมกับ Prophecy BMX ได้แก่มือชั้นนำของโลกอย่าง Joey Bradford จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ย้ายมาจากค่ายดังอย่าง GT BMX  หรือจะเป็น Moana Moocaille นักแข่งจากประเทศฝรั่งเศส ส่วนผู้ออกแบบเป็นถึงแชมป์โลกปี 1988 Denid Labigang อย่างไรก็ตามต้องรอดูผลงานที่จะเกิดขึ้นในการแข่งขันในฤดูการนี้ว่าเจ้า Prophecy BMX จะเจ๋งจริงหรือเปล่า แต่ท่านใดสนในก็ต้องติดตามการเปิดตัว Prophecy BMX ในประเทศไต้หวัน และตามเว็ปไซต์ BMX ทั่วโลก อีกไม่นานเกินรอครับ

10 มิ.ย. 2554

อุปกรณ์ในการป้องกันตัวก่อนขี่จักรยาน บีเอ็มเอ็กซ์ (BMX)

|0 ความคิดเห็น
อุปกรณ์ในการป้องกันตัวก่อนขี่จักรยาน บีเอ็มเอ็กซ์ (BMX)


     1.   หมวกกันน็อคแบบเต็มใบ
เนื่องจากการขับขี่จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX) เป็นกีฬาที่ต้องมีการกระโดดเนินและความเร็วค่อนข้างสูง ดังนั้นการป้องกันจึงต้องทำด้วยความรอบคอบและรัดกุมโดยการใส่หมวกกันน็อคแบบเต็มใบจะช่วยป้องกันอันตรายที่ศีรษะของผู้ขับขี่ดีกว่าหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบ ซึ่งมีให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อคของจักรยานโดยเฉพาะก็มีให้เลือก ทั้งที่ทำจากไฟเบอร์พลาสติก หรือวัสดุไฮเทคอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ก็ยงมีสนนราคาถูกแพงตามชนิดของวัสดุนั้น ๆ ราคาก็มีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว หรือถ้าใครอยากจะลองเอาหมวกกันน็อคมอเตอร์ไซค์วิบากมาใช้ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด แต่อาจจะต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่าหมวกที่ออกแบบมาใช้กับจักรยานจริง ๆ เรื่องราคาถูกแพงไม่ใช่ประเด็นสำคัญนะครับ แต่ขอให้เป็นหมวกกันน็อกแบบเต็มใบที่มีมาตรฐานการผลิตที่ดีก็เป็นอันใช้ได้ครับ

2.   สนับหัวเข่าและข้อศอก
อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ควรจะมีไว้เป็นอย่างยิ่งเพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่จะทำให้เข่าและข้อศอกบาดเจ็บได้บ่อยกว่าบริเวณอื่น เพราะเมื่อรถล้มลงระบบร่างกายอัตโนมัติจะสั่งให้ข้อศอกและหัวเข่ารับแรงกระแทกทันที ดังนั้นทั้งสองส่วนนี้ควรได้รับการป้องกันเอาไว้ด้วยนะครับ มาดูตัวสนับหัวเข่ากันก่อน แนะนำว่าควรเป็นแบบที่มีขนาดยาวมาปิดหน้าแข้งด้วยจะดีมาก เพราะว่าบ่อยครั้งที่บันไดรถมันจะหมุนขั้นมาฟาดที่หน้าแข้งของผู้ขับขี่ได้ จึงควรป้องกันเอาไว้ด้วย ส่วนสนับข้อศอกก็เช่นเดียวกันอาจจะเลือกแบบที่ความยาวมาคลุมถึงแขนด้วยจะช่วยปกป้องแขนของเราได้ แต่บางท่านอาจจะรู้สึกเกะกะไม่ถนัดแบบยาว ๆ ก็เลือกใช้แบบคลุมข้อศอกอย่างเดียวก็ได้ครับ 

3.  ถุงมือ
จะมีการล้มลุกคลุกคลานกันอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าจะตอนที่ทำการฝึกซ้อมหรือแข่งขันดังนั้น เราก็ควรปกป้องมือของเราให้ดีที่สุดด้วยการใส่ถุงมือแบบเต็มนิ้วจะดีที่สุดสำหรับกีฬาชนิดนี้
 4.  เสื้อและกางเกง
ควรจะเป็นเสื้อที่มีแขนยาวส่วนกางเกงแนะนำว่าควรจะใช้กางเกงขายาวจะช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี ยิ่งถ้าเป็นกางกางสำหรับจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์โดยเฉพาะก็จะดีมาก ๆ เพราะกางเกงพวกนี้ถูกออกแบบตัดเย็บมาเป็นอย่างดี ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัดการระบายอากาศก็จะทำได้ดีกว่ากางเกงยีนส์ทั่ว ๆ ไป แต่หากไม่มีจริง ๆ จะใช้กางเกงขายาวแบบไหนก็ได้ครับ ส่วนบางคนอาจจะชอบขาสั้นก็ไม่ว่ากันเพราะเทรนด์ขาสั้นก็มาแรงในต่างประเทศ นักกีฬาอาชีพเขาก็ใช้กันเยอะแยะไปแต่ไม่ลืมใส่สนับเข่าเข้าไปด้วยครับ ถึงจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุได้ดียิ่งขึ้น

5.  รองเท้า
อันนี้สำคัญนะครับ ควรจะใช้รองเท้าแบบหุ้มส้นจะเป็นแบบใส่คลิปเลสด้วยหรือเป็นรองเท้าผ้าใบธรรมดาก็ได้ครับ แล้วแต่ความถนัดจองแต่ละคน อย่าเผลอไปใส่รองเท้าแตะขี่รถเข้าล่ะ ถ้าเกิดล้มคว่ำลงมาเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

6.  เสื้อเกราะคลุมไหล่
อันนี้จริง ๆ แล้วเค้าออกแบบมาใช้กับพวกขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก ซึ่งมีความเร็วและแรงมากกว่าจักรยาน แต่ว่าเนื่องจากมันมีน้ำหนักไม่มากเกินไปนัก ผู้ขับขี่บางคนก็เอามาใช้กับกีฬาจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ซึ่งเสื้อเกราะแบบนี้จะสามารถป้องกันลำตัวช่วงบนจากหัวไหล่ลงมาถึงซี่โครงได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับน้อง ๆ หนู ๆ ตัวเล็ก ๆ และผู้ขับขี่มือใหม่ ๆ ครับป้องกันไว้ก่อนดีกว่า

7.  การ์ดป้องกันคอ
เจ้าสิ่งนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในวงการกีฬาอย่างโมโตครอส ซุปเปอร์ครอส ใจต่างประเทศ ซึ่งเขาออกแบบมาเพื่อป้อยกันการบาดเจ็บของส่วนคอ ในเมืองไทยก็ได้รับความนิยมเช่นกัน รวมถึงนักกีฬาจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ หลายคนก็ยังเอามาใช้ในการแข่งขันด้วย ซึ่งแน่นอนว่าการมีอุปกรณ์ป้องกันดี ๆ นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยลดการบาดเจ็บที่รุนแรงให้น้อยลง แต่เนื่องด้วยราคาต่อชิ้นของเจ้าการ์ดป้องกันคอยังค่อนข้างสูง จึงมีผู้นิยาหามาใช้งานน้อยอยู่ ถ้าใครพอมีกำลังที่จะหามาใส่ได้โดยไม่เดือดร้อยก็แนะนำครับ

สรุปว่า ก่อนการฝึกซ้อมหรือแข่งขัน เราก็ควรจะมีเครื่องป้องกันให้ครบถ้วนก็จะดีไม่น้อย แม้ว่าบางคนอาจจะมีไม่ครบตามที่ได้กล่าวมาแล้วก็ไม่เป็นไรครับ แต่ขอให้มีหลัก ๆ คือหมวกกันน็อค สนับเข่าและแขน รองเท้าผ้าใบซักคู่ก็ถือว่าได้ปกป้องร่างกายของเราได้ดีระดับหนึ่งแล้วครับ ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ ถ้ามีโอกาสและกำลังซื้อเพียงพอก็ค่อยหามาเพิ่มเติมได้ในภายหลัง

กีฬาบีเอ็มเอ็กซ์เป็นกีฬาที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้งไม่ว่าจะจากตัวผู้ขับขี่เองหรือจากคู่แข่งขัน ดังนั้นการเตรียมการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่นักกีฬาควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสวมใส่หมวกกันน็อคและชุดป้อยกันต่าง ๆ ควรฝึกให้เป็นนิสัยติดตัวเพื่อป้อกันการบาดเจ็บที่รุนแรงหรือช่วยผ่อนจากหนักเป็นเบาได้ ขอให้ทุกท่านสนุกกับการขับขี่ที่มาพร้อมกับความปลอดภัยนะครับ

(เครดิตบทความโดย คุณจักรี  ศรีกสิกิจ)

บทความที่เกี่ยวข้อง :

 


7 มิ.ย. 2554

การเลือกซื้อและปรับแต่งจักรยาน BMX RACING

|0 ความคิดเห็น
การเลือกซื้อและปรับแต่งจักรยาน BMX RACING

การเลือกซื้อก็ไม่แตกต่างกับจักรยานประเภทอื่น ๆ ครับ คือจะมีหลัก ๆ ก็คือต้องดูที่ขนาดให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่โดยจักรยาน BMX จะมีไซส์ต่าง ๆ ให้เลือกมากมายเช่นเดียวกัน ดังนั้นก่อนจะซื้อก็ควรต้องรู้สักนิดว่าคนที่จะขี่ควรจะใช้รถขนาดเท่าใด โดยส่วนใหญ่แล้วขนาดจะถูกระบุเป็นตัวเลขของขนาดความยาวตัวท่อนบนหรือ Top tube ซึ่งมันจะสัมพันธ์กับส่วนสูงและอายุของผู้ขับขี่เช่นเด็ก ๆ อายุ 5-8 ขวบควรจะใช้รถที่มี Top tube ประมาณ 16 นิ้ว ส่วนเด็กที่โตขึ้นมาอีกหน่อยก็ต้องไซส์ที่ใหญ่ขึ้นมาเช่น 8-10 ขวบหรือความสูงประมาณ 125 -130 cm ก็ต้องมี top tube ประมาณ 18 นิ้ว เด็กอายุ 10-12 ขวบหรือมีส่วนสูงประมาณ 19 นิ้วเป็นต้น ส่วนเด็กโต ๆ อายุตั้งแต่ 14-15 ปี ส่วนสูงประมาณ 155-165 cm จะสามารถเริ่มใช้รถที่เป็นไซส์ที่เป็นมาตรฐานแข่งขันที่มีขนาด top tube ตั้งแต่ 20-21 นิ้วได้แล้ว ซึ่งขนาดของไซส์รถจักรยาน BMX ของแต่ละบริษัทแต่ละยี่ห้อก็จะมีขนาดมาตรฐานที่แตกต่างกันออกไปบ้างแล้วแต่การออกแบบผลิต แต่ขนาดไซส์จะค่อนข้างใกล้เคียงกัน อันนี้ก็ดูไว้เป็นแนวทางคร่าว ๆ ได้แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นขนาดนั้น ขนาดนี้ โดยอาจจะสอบถามจากร้านตัวแทนจำหน่ายดูก็ได้ครับ ถ้าจะให้ดีผู้ขับขี่ต้องลองขี่เองดูเลยครับ เหมาะกับตัวเองหรือป่าว น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ หวังว่าทุกท่านคงพอจะได้แนวทางในการเลือกซื้อรถจักรยาน BMX ให้กับบุตรหลานหรือตัวท่านเองบ้างแล้วนะครับ

การปรับเซ็ทรถจักรยาน บีเอ็มเอ็กซ์ (BMX)

มีรถแล้วก็ต้องมีการปรับแต่งกันอีกนิดเพื่อการบังคับควบคุมรถที่ดี โดยมีส่วนหลัก ๆ ที่ต้องปรับแต่งอยู่ไม่กี่อย่าง แต่ว่าก็ต้องมาปรับแต่งให้เป็นไปตามหลักการเพื่อผู้ขับขี่จะสามารถบังคับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
     1.แฮนด์เดิลบาร์  อันนี้จะเป็นส่วนควบคุมหลัก ๆ ของเจ้าจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX) ก็ว่าได้ การปรับแต่จะมีผลต่อการบังคับรถมาก โดยการปรับตำแหน่งของแฮนด์นี้ส่วนใหญ่เราจะปรับโดยให้อาศาความเอียงอยู่ในระนาบเดียวกับตะเกียบหน้ารถไม่เอนไปด้านหน้าหรือหลังมากเกินไป ส่วนใครจะใช้แฮนด์สูง หรือกว้างเท่าไหร่นั้นก็แล้วแต่สไตล์การขับขี่ของแต่ละคน บางคนอาจจะชอบแฮนด์กว้าง ๆ บางคนชอบแฮนด์ที่มีปลายยกสูง อันนี้ก็แล้วแต่ความถนัดและความชอบส่วนตัวของแต่ละคนครับ ของแบบนี้ต้องลองใช้เองถึงจะรู้

     

     2.มือเบรก  รถบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX) ส่วนใหญ่จะนิยามใช้แค่เบรกหลังเพียงอย่างเดียว ดังนั้นการปรับตำแหน่งของมือเบรกก็ทำได้ไม่ยาก โดยส่วนใหญ่ตำแหน่งจะอยู่ติดกับปลอกมือจับแฮนด์ด้านที่เราถนัด และตัวมือเบรกทำมุม 30-45 องศากับพื้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX)ในการแข่งขันนั้นจะใช้การยืนขี่เป็นหลัก การปรับมือเบรกที่ดีจะทำให้ลดความเมื่อยล้าของข้อมือได้ และทำให้มีแรงกดต่อล้อได้ดียิ่งขึ้น


    


      3.อานนั่ง  อย่างที่รู้ ๆ กันว่าบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิ่ง จะใช้การยืนเป็นหลัก จึงแทบไม่มีช่วงเวลาที่จะให้ผู้ขับขี่ได้นั่งพักเลย รวมทั้งมีการกระโดดเนินเป็นลูกระนาด อีกหลากหลายอุปสรรค ตำแหน่งของอานนั่งจึงต้องปรับให้อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำมาก เพื่อไม่ให้ความสูงของอานมาเกะกะตัวผู้ขี่ในขณะที่กระโดดเนิน หรือปั่นรถบนลูกระนาด แต่ไม่ต้องถึงขนาดถอดออกไปเลยนะครับเพราะที่จริงมันก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างเช่น เอาไว้นั่งพักตอนที่เราเมื่อยล้าจากการฝึกซ้อม หรือรอเวลาที่จะทำการแข่งขัน

 
      4.บันได สมัยก่อนบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX)จะใช้บันไดแบบที่มีฟันแหลมคนเพื่อให้สามารถเกาะติดรองเท้าได้ดี แต่มาถึงยุคปัจจุบันรูปแบบสนามเปลี่ยนแปลงไปจากสนามที่ทางวิ่งมีแต่ดินหินที่ค่อนข้างลื่นกลายมาเป็นสนามที่มีความหนึบแน่นของผิวสนาม และยังมีแบงค์รับบริเวณทางโค้งขนาดใหญ่ สามารถรองรับความเร็วของรถได้โดยที่ผู้ขับขี่แทบจะไม่ต้องเอาเท้าออกจากบันไดเลย ปัจจุบันนี้จึงมีผู้ขับขี่ส่วนใหญ่จะนิยมใช้บันไดแบบคลิปเลสแบบเดียวกับรถเสือภูเขาแทน ซึ่งมีข้อดีมากกว่าเช่นรองเท้าที่ใช้แบบคลิปเลสจะล็อคเข้ากันกับบันไดอย่างแน่นหนาไม่หลุดออกมาอย่างง่าย ๆ และบันไดแบบนี้ยังสามารถสร้างกำลังในการปั่นรถได้มากกว่า คือทั้งกดและดึงบันไดได้ดีกว่าบันไดแบบธรรมดา ที่ไม่มีระบบล็อคแต่การจะเลือกใช้บันใดแบบไหนนั้นก็แล้วแต่ความถนัดและความชำนาญในการใช้ของแต่ละคนครับ ไม่ถือว่าผิดกติกาแต่อย่างใดสำหรับมือใหม่ มือสมัครเล่นก็อาจจะเลือกใช้บันไดแบบธรรมดาไปก่อนก็ได้ แล้วค่อย ๆ มาฝึกใช้แบบคลิปเลสทีหลังก็ยังได้ครับ
    
     5.ใบจานหน้าและหลัง  สนามแข่งจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX) แต่ละสนามนั้นต่างก็มีความยาวไม่เท่ากัน ดังนั้นการปรับแต่งเพื่อให้รถมีรอบการปั่นที่เพียงพอสามารถทำความเร็วได้เป็นอย่างดี ก็ควรต้องมีการปรับแต่ขนาดใบจานหน้าและหลังอย่างเหมาะสมด้วย ขนาดใบจานก็มีให้เลือกมากมายหลายแบบหลายขนาด แต่ส่วนใหญ่ใบหน้ามาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 42T – 46T ส่วนใบจานหลังนั้นก็สามารถเปลี่ยนได้ง่าย ๆ กว่าสมัยก่อนเพราะปัจจุบันดุมรถจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX)  ที่เป็นรถระดับแข่งขันรุ่นสูง ๆ จะเป็นแบบแคสเซ็ท ซึ่งเป็นดุมล้อที่มีระบบฟรีอยู่ในดุมล้อแทนที่จะเป็นตัวฟรีแยกแบบเก่า ซึ่งทำให้เราสามารถถอดใบจานเฟืองหลังมาเปลี่ยนขนาดของฟันได้เหมือนพวกรถมอเตอร์ไซค์เลยครับ ส่วนขนาดก็มีมากมายตั้งแต่ 12T-18T สำหรับวิธีการเซ็ทส่วนนี้ผู้ขับขี่ จะต้องเรียนรู้และสังเกตด้วยตัวเองว่าตนเองปั่นขาจานเร็วจนรอบของจานมันหมดช้าหรือเร็ว ในแต่ละช่วงของสนามแข่งขัน การปั่นสร้างความเร็วในแต่ละโค้ง หรือทางตรงได้ความเร็วมากน้อยพอที่จะจั๊มป์ผ่านเนินได้หรือไม่แล้วจึงจะเอาข้อมูลเหล่านี้มาลดหรือเพิ่มที่ใบจาน  แต่ละสนามที่แตกต่างกันนักขี่แต่ละคนเขาใช้อัตราทดของใบหน้าหลังกันขนาดไหน แล้วลองปรับดูให้เข้ากับสไตล์การปั่นของเรานะครับ
     
     6.ลมยาง  ความแข็งอ่อนของลมยางก็มีผลต่อการขับขี่ครับ นักขี่ส่วนใหญ่จะใช้ลมที่ค่อยข้างไปทางแข็งมากกว่าอ่อนครับเพราะการที่เราใช้ลมยางแข็งจะทำให้การออกแรงปั่นจักรยานเบากว่าและรถจะพุ่งไปเร็วกว่าลมยางอ่อน แต่ข้อเสียของยางแข็งก็มีคือจะทำให้มีการสั่นสะเทือนมากกว่าเวลาเจอทางขรุขระ เวลาเลี้ยวโค้งอาจจะลื่นล้มได้ง่ายกว่า จึงต้องระมัดระวังมากขึ้นสักหน่อยสำหรับความแข็งของยางนั้นก็จะใช้กันอยู่ประมาณ 30-35 ปอนด์ (ยางขนาด 20 x 2.0) อาจจะมากน้อยกว่านี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของยางและน้ำหนักตัวของผู้ขับขี่ด้วยครับ

ในบทความต่อไปเราจะมาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของอุปกรณ์ในการป้องกันตัวก่อนขี่จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX) กันครับ โปรดรอติดตามครับ..

บทความที่เกี่ยวข้อง :


30 เม.ย. 2554

BMX Racing, My first Pro Am! Rad Canyon 2011

|0 ความคิดเห็น
Info PR: n/a I: 29,400,000 L: wait... Cached: wait... I: 9,526,645 L: wait... LD: 214,856,973 I: 793,000 Rank: 5 Age: ตุลาคม 12, 2542IP: 72.14.203.191 whoissourceRobo: yesSitemap: no Rank: 1841 Price: 749670 C: 237 Density

BMX Racing, My first Pro Am! Rad Canyon 2011

 

Diamondback BMX 2011


บทความจักรยานที่เกี่ยวข้อง